DAB killed the Radio Star: เกิดมาเพื่อฆ่าคลื่นวิทยุ

ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุค 70s เข้าสู่ 80s เมื่อมิวสิควิดีโอเริ่มมีบทบาทในวงการบันเทิง The Buggles วงนิวเวฟ/ซินธ์ป๊อปจากเกาะอังกฤษ ก็มีเพลงฮิตในชื่อ Video Killed the Radio Star ที่มีเนื้อหากังวลถึงผลกระทบจากเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ในขณะนั้น

แม้ในความเป็นจริง มิวสิควิดีโอกับคลื่นวิทยุ จะอยู่ร่วมกันมาได้นานอีกเกือบสี่ทศวรรษ แต่ในศตวรรษที่ 21 อวสานของคลื่นวิทยุ FM ที่ The Buggles เคยทำนายไว้ กำลังใกล้จะเป็นความจริงแล้ว

เพราะเมื่อ 11.11 น.ของวันที่ 11 ม.ค. 2017 ที่ผ่านมา คือวันแรกที่สถานีวิทยุ FM ในแถบนอร์ดลันด์ของนอร์เวย์ จะยุติการออกอากาศ เพื่อหลีกทางให้กับวิทยุดิจิทัล(Digital Audio Broadcasting หรือ DAB) อย่างเป็นทางการ ก่อนจะขยายไปยังส่วนอื่นๆจนครบทั่วประเทศภายในสิ้นปี

เหตุผลหลักที่ทางการนอร์เวย์ตัดสินใจยกเลิกการใช้คลื่นวิทยุ FM คือเรื่องของค่าใช้จ่ายในการกระจายเสียงที่สูงกว่าวิทยุดิจิทัล ขณะที่วิทยุดิจิทัลนอกจากจะเปิดกว้างให้มีตัวเลือกในการรับฟังที่มากว่าแล้ว ยังให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าอีกด้วย

DAB ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ นอร์เวย์ ชาติที่ประชากรส่วนใหญ่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี เพราะมีการกระจายเสียงด้วยวิธีนี้ควบคู่กับวิทยุ FM แบบดั้งเดิมมาตั้งแต่ปี 1995 แล้ว

3/4 ของประชากรในนอร์เวย์ ครอบครอง DAB อย่างน้อย 1 ชุด ขณะที่เกือบ 50% ของชาวนอร์วีเจียน หรือราว 2.1 ล้านคน ฟังวิทยุผ่าน DAB

แต่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วยกับรัฐบาล เพราะแม้การใช้ DAB จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐ แต่เท่ากับเป็นการผลักภาระให้ประชาชนแทน

66% จากผลการสำรวจโดยนสพ. DAGBLADET ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกวิทยุ FM มีเพียง 17% ที่เห็นด้วย

นอกจากนี้ 1 ใน 3 ของรถยนต์ใน นอร์เวย์ เท่านั้นที่ติดตั้งเครื่องรับ DAB หากต้องการรับฟังต้องติดอุปกรณ์เสริมหรือเปลี่ยนวิทยุใหม่ ราคาราว 1,000–2,000 โครเนอร์ (116–223 ดอลลาร์)

การ “หักดิบ” ของนอร์เวย์ครั้งนี้ กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจาก สวิตเซอร์แลนด์, เดนมาร์ก และ สหราชอาณาจักร ที่กำลังพิจารณายกเลิกคลื่นวิทยุ FM เช่นกัน

35% คือตัวเลขในปัจจุบันของชาวสหราชอาณาจักรที่รับฟังวิทยุทาง DAB โดยรัฐบาลมีแผนจะยกเลิก FM เมื่อมีผู้ใช้ DAB ถึงหลัก 50%

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกฝ่ายที่จะเห็นด้วย เพราะ เยอรมนี และ ฝรั่งเศส คือ 2 ชาติที่แสดงจุดยืนไม่คิดยกเลิกวิทยุ FM เนื่องจากเกรงว่าการผลักภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน จะกระทบต่อฐานเสียงของรัฐบาล

สำหรับคนไทยนั้นนี่คือสิ่งที่น่าคิด เพราะประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าอะไรที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ไม่นานนักคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงนั้นก็จะพัดมาถึงในไม่ช้า และแน่นอนว่ามันจะต้องส่งผลกระทบอย่างยิ่งกับวงการสื่อ และโฆษณาของเมืองไทย เพราะตามสถิติแล้วคลื่นวิทยุ คือสื่อโฆษณาอันดับต้นๆที่มีการถดถอยน้อยที่สุด

เนื่องจากเรายังฟังวิทยุในรถ และ กรุงเทพของเรารถติดไม่แพ้ใคร แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอย่างนั้นตลอด เพราะนอกจาก DAB แล้วยังมีตระกูล Podcast ที่กินส่วนแบ่งของคลื่นวิทยุเข้ามาเรื่อย

บางทีในอนาคตอันใกล้นี้ เราอาจต้องฟังพี่อ้อย พี่ฉอดในคืนวันศุกร์ผ่านทางดิจิทัลก็ได้ เพราะสิ่งที่อาจอยู่รอดแม้แพลตฟอร์มตายไปคือคอนเทนท์ที่ผู้บริโภคต้องการนั่นเอง

Comments

comment

Chatree Tansathawerat

Chatree Tansathawerat

อดีตบรรณาธิการข่าวกีฬา และนักเขียนในนิตยสารดนตรี ที่สนใจเรื่องราวใหม่ๆรอบตัว เพื่อไล่ตามโลกที่กำลังหมุนไปอย่างรวดเร็วให้ทัน

Former football correspondent & music contributor who wants to keep up with fast-paced world.
Chatree Tansathawerat