Buckminster Fuller สถาปนิก นักออกแบบ นักประดิษฐ์ และนักเขียนชาวอเมริกัน เคยกล่าวว่า
“มลพิษไม่ใช่อื่นใดนอกจากทรัพยากรที่เรายังไม่เก็บเกี่ยว เราปล่อยให้พวกมันฟุ้งกระจายไป เพราะเราไม่ใส่ใจกับคุณค่าของมัน”
ประโยคดังกล่าว กลายเป็นแรงกระตุ้นให้ Anirudh Sharma ศิษย์เก่า MIT ริเริ่มก่อตั้งสตาร์ทอัพ Graviky Labs เพื่อคิดค้นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนมลพิษในอากาศให้กลายเป็นหมึกดำ

สามปีหลังจากการทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่า Air-Ink ก็ถูกนำเสนอเพื่อระดมทุนผ่าน Kickstarter และทำยอดทะลุเป้า 14,000 ดอลลาร์ที่ตั้งไว้เกินเท่าตัวแล้ว

ตอนนี้ ผลิตภัณฑ์ของ Air-Ink มี 2 แบบคือมาร์คเกอร์สำหรับเขียน (25 ดอลลาร์) และหมึกซิลค์สกรีนบรรจุขวด (198 ดอลลาร์) โดย Sharma และ Nikhil Kaushik ก็มีแผนที่จะขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ สเปรย์ หรือสีน้ำมัน รวมถึงมีแผนขยายกำลังผลิตเพื่อให้ราคาของ Air-Ink ถูกลงในอนาคต

 

 

วัตถุดิบของ Air-Ink ได้จากการใช้ Kaalink อุปกรณ์รูปทรงคล้ายกระบอกลมติดตั้งเข้ากับท่อไอเสียรถยนต์ เครื่องปั่นไฟฟ้าพลังดีเซล หรือปล่องควันโรงงาน เพื่อดักอนุภาคคาร์บอนก่อนจะถูกปล่อยสู่บรรยากาศ

 

จากนั้นจะถูกนำเข้าสู่ห้องแล็บเพื่อแยกโลหะหนัก ฝุ่น และสารก่อมะเร็งออก จากนั้นจะนำคาร์บอนที่ผ่านกระบวนการนี้มาผสมกับตัวทำละลายเพื่อผลิตเป็นหมึกต่อไป

 

 

Graviky Labs อ้างว่าการใช้หมึก Air-Ink เพียงหนึ่งออนซ์ เท่ากับลดมลพิษจากท่อไอเสียที่รถยนต์ปล่อยออกมานานถึง 45 นาที และยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของตนปลอดสารพิษ และผ่านการทดสอบเพื่อความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐานสำหรับสินค้าที่ขายในสหรัฐแล้ว

ด้วยการสนับสนุนจาก Tiger Beer ของสิงคโปร์ Graviky สามารถเดินทางหรือว่าจ้างอาสาสมัครท้องถิ่น ในการรวบรวมวัตถุดิบจากเมืองต่างๆ อาทิ กรุงดักกา (บังกลาเทศ) บังกาลอร์ (อินเดีย) และฮ่องกง เพื่อรีไซเคิลมลพิษเหล่านี้กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในรูปของงานศิลปะอีกครั้ง จากฝีมือของ Dibarah Mahmoob (ดักกา) Sneha Sreshtha (บังกาลอร์) และ Kristopher Ho (ฮ่องกง)

เพื่อตอกย้ำว่า “มลพิษ” ก็มี “คุณค่า” อย่างที่ Buckminster Fuller เคยกล่าวไว้

SOURCE: Kickstarter

มุมมอง AHEAD ASIA:

การนำขยะกลับมารีไซเคิลไม่ใช่เรื่องใหม่ แม้แต่ในบ้านเรา ดร.สมไทย วงษ์เจริญ ประธานกรรมการ บริษัท วงษ์พาณิชย์ จำกัด เจ้าพ่อธุรกิจรีไซเคิลของไทย ก็เล็งเห็นคุณค่าของเรื่องนี้มานานแล้ว และเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าตลาดรีไซเคิลนั้นเป็นบลูโอเชียนที่มีความต้องการสูงในตลาดโลก

เพราะไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะ ยังช่วยประหยัดพลังงาน รวมถึงนำไปสู่การสร้างงาน และเสริมภาพลักษณ์ให้แก่ผลิตภัณฑ์นั้นๆด้วย

หากมีข้อแนะนำใดๆ สามารถเสนอต่อทีมงานในหน้าเพจ AHEAD.ASIA ได้ทันที และอย่าลืมกด like เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกเรื่องที่ทำให้เราทุกอยู่ข้างหน้าพร้อมๆกัน

Facebook Comments