Advertisement

ในอุตสาหกรรมคลาวด์ ที่ Amazon Web Services (AWS) เป็นเจ้าตลาด (ราว 40% ในปี 2016) โดยมี Microsoft, IBM และ Google (รายละ 5%) ต้องฟาดฟันกันเพื่อไล่ตามให้ทัน

Credit: www.channele2e.com

วิถีของ Google ยังอยู่ที่การวางรากฐานให้แน่นและเข้าถึงได้ง่าย เพื่อสร้างความแตกต่างจากเจ้าตลาด และดึงดูดลูกค้าที่เชื่อมั่นให้มาเลือกใช้บริการ

ในวันแรกของงาน Google Cloud Next 2017 Diane Greene รองประธานอาวุโส เริ่มต้นงานด้วยการกล่าวถึงอุตสาหกรรมคลาวด์ในปัจจุบัน ว่าเป็นการปฏิวัติทางด้านดิจิทัลสำหรับทุกวงการ ตั้งแต่ การเงิน การรักษาพยาบาล ไปจนถึงค้าปลีก เพราะระบบคลาวด์นั้นทำได้มากกว่าแค่การเก็บข้อมูล แต่เปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงและรวดเร็ว

Greene ยังนิยามถึงโครงสร้างพื้นฐานในระบบคลาวด์ของ Google เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่นๆ ด้วยความมั่นใจว่า Biggest & Most powerful ชนิดที่ถ้านำเซิร์ฟเวอร์มาเรียงเป็นแนวตั้ง จะสูงกว่าภูเขาที่สูงที่สุดในโลกอย่าง เอเวอเรสต์ ถึง 5,000 ฟุตเลยทีเดียว

นอกจากโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว Sundar Pichai ซีอีโอของ Google ยังเสริมว่าระบบคลาวด์ของ Google ยังมีการพัฒนาทั้ง AI และ Machine Learning ควบคู่กันไป เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างง่ายดายขึ้น และผู้บริโภคใช้งานได้สะดวกขึ้นด้วย

ภายในงาน Greene จึงถือโอกาสเปิดตัวบรรดาลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ Google Cloud ที่เป็นองค์กรแถวหน้าในธุรกิจของตนทั้งนั้น อย่าง SAP, HSBC, Colgate, Verizon, eBay โดยเฉพาะ Disney ที่นำ Interactive Media ของบริษัทกว่า 500 รายการ (รวมทั้งของ Pixar, Marvel และ Star Wars) เข้าสู่ระบบคลาวด์ของ Google ไปเรียบร้อย

นอกจากการประกาศความพร้อมในสมรภูมิคลาวด์แรก ยังมีการสาธิต Cloud Video Intelligence โดย ดร. Fei Fei Li หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ของ Google Cloud Machine Learning ด้วย

Credit:cloud.google.com/blog

ความโดดเด่นของ API ตัวนี้คือมันสามารถเรียนรู้และจดจำวัตถุจากวิดีโอได้โดยอัตโนมัติ และใช้ในการค้นหาและ tag ได้ (จากเดิมที่เคยทำได้เฉพาะภาพนิ่ง) โดยตอนนี้อยู่ในช่วง Private Beta แล้ว และเปิดให้นักพัฒนาทั่วไปนำไปพัฒนาต่อ เพื่อประยุกต์สร้างแอพพลิเคชั่นมารองรับต่อไป

Facebook Comments