Advertisement

แม้เทคโนโลยีจะก้าวไปไกลแค่ไหน แต่คนที่ถูกจัดให้เป็นส่วนน้อย ยังคงถูกมองข้ามเสมอ นี่คือแนวคิดที่ Dot Incorporation สตาร์ทอัพจากเกาหลีใต้ตัดสินใจลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปล

ข้อมูลจากองค์กรอนามัยโลก (WHO) ในปี 2014 ระบุว่าผู้มีปัญหาทางการมองเห็นทั่วโลกทั้งสิ้น 285 ล้านคน

ในจำนวนนี้ มี 39 ล้านคนที่ตาบอดสนิท เทียบกับจำนวนประชากรทั้งโลก 7.5 พันล้านคน เฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 0.5% เท่านั้น

Eric Kim ซีอีโอของ DOT ศิษย์เก่า ม.วอชิงตัน อธิบายถึงแนวคิดตั้งต้นในการก่อตั้ง Dot Incorporation เพราะเห็นว่าความก้าวหน้าในโลกปัจจุบัน ไม่ใช่สำหรับ “ทุกคน” เพราะอุปกรณ์ช่วยเหลือหรือสนับสนุนผู้มีปัญหาในการมองเห็น เป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามเสมอ อาทิ

  • ร้านหนังสือหรือห้องสมุด ไม่มีบริการหนังสืออักษรเบรลล์
  • ดีไวซ์ระบบสัมผัสต่างๆ ไม่มีจุดสังเกตสำหรับคนที่มองไม่เห็น
  • ระบบขนส่งมวลชน ที่คนมีปัญหาการมองเห็นต้องใช้หูฟังเท่านั้น
  • สัญลักษณ์เบรลล์ที่ผิด หรืออยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงยากเกินไป

เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาในการมองเห็นสามารถใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น Kim และเพื่อนที่มีแนวคิดตรงกัน จึงเริ่มพัฒนา Dot Watch นาฬิกาอัจฉริยะ สำหรับใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน (ทั้ง iOS และ Android) ผ่านบลูทูธ และแอพ Dot Watch

 

การทำงานของ Dot Watch คือรับและแจ้งเตือนข้อมูลต่างๆ อาทิ ข้อความ รายละเอียดการโทรเข้า ฯลฯ ในรูปอักษรเบรลล์ ผ่านหน้าจอความละเอียด 4 เบรลล์เซลล์ส หรือ 4 ตัวอักษรเบรลล์ พร้อมเซนเซอร์ระบบสัมผัส 2 จุดเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลื่อนเพื่ออ่านการแจ้งเตือนอื่นๆได้ พร้อมปุ่มคอนโทรลอื่นๆ อย่าง Select, Dot Crown และ Home เพื่อสั่งงานในฟังก์ชั่นต่างๆกัน รองรับได้ถึง 35 ภาษา

ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกในการใช้งาน Dot Watch ซึ่งเริ่มวางตลาดแล้วในสหราชอาณาจักรที่ราคา 290 ดอลลาร์ หรือประมาณ 10,000 บาท ยังถูกกว่าคีย์บอร์ดอักษรเบรลล์ในท้องตลาดที่ราคาสูงถึง 5,000 ดอลลาร์ (170,000 บาท) ชนิดเทียบกันไม่ติด

นอกจาก Dot Watch แล้ว Kim ยังมีแผนที่จะแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ของ DOT ออกไป ทั้ง Dot Pad และ Dot Mini (200 ดอลลาร์ / ราว 6,900 บาท) เพื่อการศึกษา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Google ด้วย โดยปัจจุบันได้เริ่มต้นแจกจ่ายเพื่อทดสอบในเคนยาแล้ว และได้รับผลตอบรับในเชิงบวกด้วย

ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Dot Incorporation ก็เพิ่งคว้ารางวัลชนะเลิศ พร้อมเงินสนับสนุน 10 ล้านเยน ใน Pitch Contest ของ Slush Tokyo 2017 หนึ่งในอีเวนท์สำหรับสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ร่วมกับสตาร์ทอัพ 80 รายจากทั่วโลก

ระหว่างการพิทช์งานบนเวทีในรอบชิงชนะเลิศ Kim กล่าวกับคณะกรรมการว่ามีความสุขมาก ที่ได้เห็นรอยยิ้มของเด็กคนหนึ่งระหว่างทดลองใช้งาน Dot Mini

เพราะแม้คนเราจะมีบางอย่างไม่เท่ากัน แต่เราสามารถลดช่องว่างนั้นได้ด้วยเทคโนโลยี และความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้

Facebook Comments