แม้จะแขวนสตั๊ดมานานกว่า 4 ปี แต่ทุกวันนี้ รายได้ของ David Beckham อาจสูงกว่าสมัยยังค้าแข้ง รวมถึงสูงกว่านักเตะระดับท็อปในยุคปัจจุบันด้วยซ้ำ เพราะในขณะที่นักฟุตบอลส่วนใหญ่ ไม่สามารถต่อยอดความมีชื่อเสียงของตัวเองได้หลังจากเลิกเล่น Beckhamเลือกใช้เสน่ห์ของตนบนเส้นทางอื่นๆ ตั้งแต่ แฟชั่น อาหาร เครื่องดื่ม รายการโทรทัศน์ ฯลฯ เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง

 

รายงานจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในอังกฤษ ระบุว่าเมื่อปีที่แล้ว บริษัทสองแห่งในเครือ DB Ventures ของ Beckham คือ Seven Global LLP และ Footwork Productions มีรายได้ ‘วันละ’ 71,000 ปอนด์

หรือคิดคร่าวๆคือ 500,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ มากกว่า Christiano Ronaldo ด้วยซ้ำ

ขณะเดียวกัน ก็มีการประเมินในปี 2015 ว่าทรัพย์สินของครอบครัว Beckham อาจสูงถึง 508 ล้านปอนด์ด้วยกัน

Seven Global เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Beckham กับ Simon Fuller (เจ้าของแฟรนไชส์ Idol การประกวดร้องเพลงที่ขายลิขสิทธิ์ทั่วโลก) และ Global Brands Group บริษัทแฟชั่นจากฮ่องกง เพื่อพัฒนาไลฟ์สไตล์แบรนด์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษโดยเฉพาะ อาทิ เสื้อผ้า เครื่องประดับ น้ำหอม ฯลฯ และยังเริ่มต่อยอดไปยังนักกีฬาและคนในวงการบันเทิงอื่นๆด้วย

 

ขณะที่ Footwork Productions จะทำหน้าที่ดูแลดีลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ของเจ้าตัวโดยเฉพาะ

Anton Dominique จาก London School of Marketing ลองถอดรหัส ‘brand Beckham’ ว่าอะไรที่ทำให้ David และ Victoria ประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายธุรกิจได้อย่างทุกวันนี้

 

#มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ

อดีตนักร้องสาว Spice Girls มองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่แตกต่าง เพราะแทนที่จะเดินหน้าทำธุรกิจเกี่ยวกับดนตรีหรือกีฬา ที่เธอกับสามีสร้างชื่อขึ้นมา

DB Ventures ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 กลับเน้นธุรกิจแฟชั่นเป็นหลัก และสามารถดึงแฟนๆจากสองกลุ่มดังกล่าวให้มาติดตามได้

 

#ภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง

David นั้นมีภาพของนักกีฬาที่ทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อม รวมถึงความเป็นแฟมิลี่แมนมาตั้งแต่เริ่มแรก ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ภาพลักษณ์ของเจ้าตัวมีความแข็งแรงตั้งแต่ต้น

ทั้งในแง่ความสนใจจากสื่อ และในแง่ที่สามารถปกป้องแบรนด์จากผลกระทบของข่าวเชิงลบต่างๆได้ เหมือนข่าวลือเรื่องระหองระแหงในครอบครัว เมื่อปี 2004 ที่เงียบหายไปอย่างรวดเร็ว และไม่ส่งผลใดๆต่อชื่อเสียงของแบรนด์

 

#ขยายสู่นานาชาติ

David นับเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกที่ได้แชมป์ลีกในสี่ประเทศ ร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด, แอลเอ แกแล็กซี่ และ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งช่วยขยายฐานแฟนของเจ้าตัวไปทั่วโลก

ขณะเดียวกัน ก็เป็นใบเบิกทางให้ภรรยาสาวได้คลุกคลีกับวงการแฟชั่นในประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะการได้ร่วมงานกับ Vogue ในฝรั่งเศส และงานแฟชั่นวีคในนิวยอร์ค

 

#ตอบแทนสังคม

การคืนกำไรให้สังคม ด้วยงานการกุศลต่างๆ เป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง และเสริมให้แบรนด์เติบโตได้ดีเช่นกัน

จนถึงปัจจุบัน David เป็นทูตของ Unicef มาแล้ว 12 ปี โดยเน้นไปที่การช่วยเหลือเด็กยากไร้ และกระตุ้นให้เกิดความรู้ในเรื่องโรคเอดส์ ขณะที่ Victoria ก็มีส่วนช่วยเหลือองค์กรพิทักษ์สัตว์ PETA

 

#โซเชียลมีเดีย

ทั้งเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และอินสตราแกรม ล้วนเป็นส่วนสำคัญในการหนุนแบรนด์ ‘Beckham’

David มีผู้ติดตามกว่า 54 ล้านคนทางเฟซบุ๊ค ถือเป็นอันดับ 5 ในบรรดานักกีฬาทั้งอดีตและปัจจุบันทั่วโลก กับ 34 ล้านคนในอินสตาแกรม มากกว่าทั้ง LeBron James, Gareth Bale หรือแม้แต่ Lady Gaga

 

ขณะที่ Victoria เอง ก็มีผู้ติดตามทางทวิตเตอร์ถึง 12 ล้านคน ยังไม่นับบรรดาลูกๆอย่าง Brooklyn หรือ Cruz ที่มีแอคเคาท์ส่วนตัวเช่นกั

 

Better be AHEAD
#AHEADASIA

 

เรียบเรียงจาก Entrepreneurial lessons from the business empire of David and Victoria Beckham

 

ติดตาม #Breakfast4Brain ได้ทุกเช้าตรู่วันจันทร์ถึงศุกร์ ที่เพจ AHEAD ASIA

หากถูกใจอย่าลืมกดแชร์ กดไลค์ คอมเมนท์ แนะนำติชม กดติดดาว หรืออะไรที่สบายใจเพื่อให้กำลังใจทีมงาน AHEAD.ASIA หาเรื่องราวดีๆมาให้คุณรู้ เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน