เมื่อ Jerry พบ Jack: จาก Yahoo! สู่ Alibaba

เป็นเรื่องยากที่จะตัดสินว่าความสำเร็จครั้งไหนของ Jerry Yang ยิ่งใหญ่กว่ากัน

ระหว่าง การก่อตั้ง Yahoo! หนึ่งในเว็บพอร์ทัลผู้บุกเบิกยุคดอทคอม

กับการลงทุน (หรือเดิมพัน?) ซื้อหุ้นของ Alibaba ยุคแรก ด้วยเงินถึง 1 พันล้านดอลลาร์ เพราะเชื่อมั่นในตัว Jack Ma ก่อนอีกฝ่ายจะเติบโตเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการอี-คอมเมิร์ซของโลกในเวลาต่อมา

เพราะทั้งสองครั้ง ล้วนแต่มีส่วนเปลี่ยนแปลงให้โลกออนไลน์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

Yahoo! Japan

Yang และ David Filo เพื่อนนักศึกษาที่สแตนฟอร์ด ผู้ร่วมก่อตั้ง Yahoo! ตอนต้นทศวรรษ 1990s อาจไม่มีวันได้พบกับ Ma หากปราศจากชายชื่อ Masayoshi Son

Yang และ Filo มีโอกาสได้พบกับนักธุรกิจด้านเทเลคอม เจ้าของบริษัท SoftBank ในปี 1995 หรือไม่นานหลังการก่อตั้ง Yahoo!

Softbank เพิ่งซื้อกิจการของ Ziff Davis ที่สนใจจะสนับสนุนการเงินแก่ Yahoo! เช่นกัน เมื่อทราบเรื่อง Son จึงตัดสินใจซื้อหุ้น 5% ของ Yahoo! ในราคา 2 ล้านดอลลาร์

จากนั้น เพิ่มเป็น 105 ล้านดอลลาร์ ในปี 1996 และ 250 ล้านดอลลาร์ ในปี 1998 ทำให้ช่วงหนึ่งเจ้าตัวมีหุ้นในบริษัทถึง 37%

ความสนิทสนมระหว่างสองฝ่าย ยังนำไปสู่การก่อตั้ง Yahoo! Japan เว็บพอร์ทัลรายแรกของญี่ปุ่น โดยมี Masahiro Inoue ผู้ช่วยของ Son รับตำแหน่งประธานบริษัท ซึ่งก็ได้รับความนิยมจนมีผู้ใช้งานนับล้านในเวลาอันรวดเร็ว

 

พบกันที่กำแพงเมืองจีน

CREDIT: icpress.cn

 

ความสำเร็จของ Yahoo! ในเอเชีย ทำให้ Yang มีโอกาสเดินทางไปจีนเป็นครั้งแรก ในปี 1997

และเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ของจีน มอบหมายให้มาดูแล Yang ระหว่างเดินเยี่ยมชมกำแพงเมืองจีน ก็คือ Jack Ma อดีตครูสอนภาษาอังกฤษ ที่เคยล้มเหลวในการทำธุรกิจสไตล์ Yellow Pages ในบ้านเกิดมาก่อน

“เขาสนใจเรื่องอินเตอร์เน็ต รวมถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตมาก” Yang เล่าย้อนถึงการเจอกับ Ma ครั้งแรก

และไม่กี่เดือนหลังจากนั้น Ma ก็เริ่มสตาร์ทอัพของตัวเอง เพื่อเชื่อมโยงบริษัทในจีนกับโลกภายนอก ในชื่อ Alibaba

ขณะที่ภาพของคนทั้งคู่ในวัยหนุ่มบนขั้นบันไดของกำแพงเมืองจีน ก็ยังถูกติดไว้บนผนังสำนักงานของ Alibaba ในหังโจวเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

 

ลงทุน

CREDIT: bloomberg

ฤดูใบไม้ผลิปี 1999 ขณะที่ฟองสบู่ไอทีถึงจุดสูงสุด Yahoo! กลายเป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมลำดับต้นๆของโลก ว่ากันว่า มูลค่าทรัพย์สินของ Son พุ่งสูงจนเกือบเทียบเท่า Bill Gates

เวลานั้น Alibaba ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ Ma กับพนักงานยังต้องทำงานอย่างหนักในอพาร์ทเมนท์ของเขาที่หังโจว

เมื่อได้พบกัน Son รู้สึกประทับใจในตัวอีกฝ่ายมาก โดยเฉพาะทีท่าที่ชวนให้นึกถึง Yahoo! ยุคเริ่มต้น จนสนใจอยากจะลงทุนกับอดีตครูสอนภาษาอังกฤษรายนี้

Son ลงทุนเป็นเงิน 20 ล้านดอลลาร์ ใน Alibaba และค่อยๆเพิ่มจำนวนหุ้นในบริษัทเป็น 37% แม้หลังจากนั้นไม่นาน มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของเจ้าตัวจะหายวับไปเกือบ 90% ในช่วงที่ฟองสบู่ไอทีแตกตอนต้นยุค 2000 ก็ตาม

 

ดีลประวัติศาสตร์

ในปี 2005 Yang และ Ma มีโอกาสได้คุยกันแบบจริงจังอีกครั้ง เมื่อทั้งคู่ได้รับเชิญให้เดินทางไปร่วมงานสัมมนาผู้บริหารจากจีนและซิลิคอน วัลลีย์ ที่เพบเบิล บีช ในแคลิฟอร์เนีย

เวลานั้น แม้ Alibaba จะมีพนักงานกว่า 2,400 คน และยอดขายกว่า 50 ล้านดอลลาร์ แต่สถานะของบริษัทก็ยังไม่มั่นคง และ Ma ก็ต้องการเงินทุนสนับสนุน เพื่อแข่งขันกับ EachNet บริษัทอี-คอมเมิร์ซคู่แข่ง ซึ่งเพึ่งถูกซื้อกิจการไปโดย Ebay

ความตั้งใจแรกของ Ma คือการขอความช่วยเหลือจาก Robin Li ซีอีโอของ Baidu แต่กลับเป็น Yang ที่แสดงความสนใจที่จะลงทุนใน Alibaba กว่าใครเพื่อน

ทั้งคู่แยกตัวออกไปเดินคุยกันบนชายหาดนานถึง 30 นาที ระหว่างมื้อค่ำในวันงาน และใช้เวลาไม่นานในการตัดสินใจว่าจะร่วมมือกัน

 

ชัยชนะแรกของ Alibaba

Yahoo! ลงทุนกับ Alibaba เป็นเงินสด 1 พันล้านดอลลาร์ ร่วมด้วยสินทรัพย์อื่นๆของ Yahoo! China มูลค่า 700 ล้านดอลลาร์ แลกกับหุ้น 40%

ส่วนที่เหลือแบ่งเท่าๆกัน ระหว่าง Ma และ SoftBank ฝ่ายละ 30%

เปรียบเทียบกัน การดำเนินงานของ EachNet เต็มไปด้วยความล่าช้า เพราะ Ebay ยืนกรานถือสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจทุกอย่างจากสำนักงานใหญ่ที่อยู่คนละทวีป รวมถึงส่วนแบ่ง 3% และมาตรฐานการทำงานตามแบบฉบับของบริษัท

Ma ซึ่งสังเกตการณ์อยู่วงนอกรับรู้เรื่องนี้ และเลือกใช้ความคล่องตัว และข้อได้เปรียบเรื่องราคาของ Taobao เว็บไซต์หลักของตน ช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดกลับมา

และในเวลาเพียงปีเศษ Taobao ก็ครองมาร์เก็ตแชร์ในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซของจีน ได้ถึง 82% ขณะที่ EachNet มีเพียง 7% เท่านั้น

 

งานเลี้ยงเลิกรา

CREDIT: vive.com

Yang ต้องหวนกลับมาบริหาร Yahoo! อีกครั้ง ในตำแหน่งซีอีโอ แทน Terry Semel ที่อำลาไปในปี 2007 ในสถานการณ์ที่ไม่เหมือนเดิม เมื่อโมเมนตัมในอุตสาหกรรมนี้ เหวี่ยงกลับไปหา Google บริษัทที่ Yahoo! เคยปฏิเสธการซื้อถึงสองหนในอดีต

แต่ยังไม่ทันที่ Yang จะได้เริ่มงาน ก็มีข้อเสนอขอซื้อกิจการบริษัท มูลค่า 44,600 ล้านดอลลาร์ จาก Microsoft เข้ามาให้พิจารณา เพราะ Steve Ballmer ซีอีโอของ Microsoft ในเวลานั้น ต้องการผนึกกำลังกับ Yahoo! เพื่อแข่งขันกับ Google

Yang พยายามคัดค้านดีลนี้อย่างเต็มที่ จนสุดท้าย Microsoft ตัดสินใจถอนตัวไป พร้อมกับทำให้ราคาหุ้นของ Yahoo! ดำดิ่งหนักกว่าเดิม และเจ้าตัวก็ถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น

และการปล่อยให้ Ma มีอิสระในการบริหาร Alibaba อย่างเต็มที่ ก็ยิ่งทำให้ผู้ถือหุ้นไม่พอใจกว่าเดิม สุดท้าย Yang ก็ตัดสินใจลาออกจากทุกตำแหน่งในองค์กร ส่วน Yahoo! ก็ตัดสินใจขายหุ้นส่วนหนึ่งของ Alibaba คืนให้ Ma ในราคา 7 พันล้านดอลลาร์ (เฉลี่ยหุ้นละ 17 ดอลลาร์) เมื่อเดือนกันยายนปี 2012

โดยหารู้ไม่ว่าราคาหุ้นของ Alibaba จะพุ่งไปถึง 94 ดอลลาร์ ในอีกเพียงสองปีถัดมา และกลายเป็นมหาอำนาจของวงการอี-คอมเมิร์ซทั่วโลกในปัจจุบัน

ส่วน Yahoo! ก็ค่อยๆถดถอยจนสุดท้ายต้องขายกิจการหลักให้กับ Verizon บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ ปิดตำนานผู้บุกเบิกยุคดอทคอมในที่สุด

ด้าน Yang หลังลาออกจาก Yahoo! ก็ผันตัวไปเปิดบริษัท VC ของตน ในชื่อ AME Cloud Ventures และอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสตาร์ทอัพกว่า 50 ราย อาทิ Evernote, Wattpad และ Tango

และเมื่อถูกถามถึงความสำเร็จในปัจจุบันของ Alibaba เจ้าตัวก็ปฏิเสธจะพูดถึงดีล 1 พันล้านดอลลาร์ในครั้งนั้น และเลือกยกเครดิตให้กับ Ma  และผู้ช่วย Joe Tsai แทน

“ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ พวกเขาต่างหากที่สร้างบริษัทนั้นขึ้นมา”  

 

เรียบเรียงจาก Finding Alibaba: How Jerry Yang Made The Most Lucrative Bet In Silicon Valley History

 

หากมีข้อแนะนำใดๆ สามารถเสนอต่อทีมงานในหน้าเพจ AHEAD.ASIA ได้ทันที และอย่าลืมกด like เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกเรื่องที่ทำให้เราทุกอยู่ข้างหน้าพร้อมๆกัน

Comments

comment

Chatree Tansathawerat

Chatree Tansathawerat

อดีตบรรณาธิการข่าวกีฬา และนักเขียนในนิตยสารดนตรี ที่สนใจเรื่องราวใหม่ๆรอบตัว เพื่อไล่ตามโลกที่กำลังหมุนไปอย่างรวดเร็วให้ทัน

Former football correspondent & music contributor who wants to keep up with fast-paced world.
Chatree Tansathawerat