Dave McClure ซีอีโอ 500 Startups อำลา เซ่นข่าวล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมความเห็นคนสตาร์ทอัพในไทย

Dave McClure ผู้ร่วมก่อตั้ง 500 Startups บริษัทบ่มเพาะสตาร์ตอัพชื่อดังจากซานฟรานซิสโก ตัดสินใจวางมือจากหน้าที่บริหารในองค์กรแล้ว หลังถูกเปิดเผยว่ามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ โดยหนังสือพิมพ์ The New York Times

หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว ตีพิมพ์รายงานตีแผ่ด้านมืดของวงการสตาร์ตอัพ โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุน Venture Capital (VC) เพศชายที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อเพศตรงข้าม ทั้งการเหยียดและการคุกคามทางเพศ  อาทิ Chris Sacca แห่งบริษัท Lowercase Capital จน Sacca ต้องแถลงขอโทษในเวลาต่อมา

สำหรับรายล่าสุดที่เป็นข่าวฮือฮาก็คือ  McClure แห่ง 500 Startups ที่มีเครือข่ายลงทุนกับสตาร์ทอัพดังๆทั่วโลก รวมทั้งมีบทบาทใน 500 Startups Tuk Tuk ที่ถือเป็นดาวเด่นของวงการสตาร์ทอัพไทย โดยมี Sarah Kunst ผู้ประกอบการหญิงรายเป็นคู่กรณี

ซึ่ง Kunst เล่าว่าในปี 2014 เธอเคยสมัครงานกับ 500 Startups แต่ระหว่างการพิจารณาผล ก็มีข้อความจาก McClure ส่งถึงเธอในทำนองที่ว่าจะจ้างหรือจีบเธอดี

หลังปฏิเสธท่าทีของ  McClure ไป Kunst ได้นำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับพนักงานของ 500 Startups รายหนึ่ง ก่อนที่ทาง 500 StartUps จะยุติการพิจารณารับเธอเข้าทำงานทันที

ด้าน Christine Tsai หุ้นส่วนของ 500 Startups ออกแถลงการณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า  McClure ได้อำลาตำแหน่งซีอีโอของ 500 Startups แล้ว โดยจะมีสถานะเป็นเพียง General Partner และถูกจำกัดขอบเขตในการทำงานลง พร้อมตกลงเข้ารับการบำบัดเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วย ส่วนเธอจะรับหน้าที่ซีอีโอแทน

Christine Tsai ขอบคุณภาพจาก https://500.co/

ซึ่งทีมงาน AHEAD.ASIA ได้ติดต่อขอทราบความคิดเห็นจากบุคคลที่มีบทบาทในวงการสตาร์ทอัพ และ Accelerator ของประเทศไทย 2 รายเพื่อสะท้อนถึงความคิดเห็นที่มีต่อข่าวนี้

โดยคนแรกคือ นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ ผู้ก่อตั้ง RISE Corporate Accelerator แห่งแรกในไทยมองว่า

“จริงๆแล้ว ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลมากๆ ไม่ได้ขึ้นกับว่าจะเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพหรือเปล่า ซึ่งจริงๆแล้วทุกธุรกิจควรให้ความสำคัญในการปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ เพศ และ อายุ”

“ผมมองว่าคงไม่ได้กระทบกับสตาร์ทอัพไทยโดยตรง แต่อาจกระทบกับความเชื่อมั่นในการลงทุนกับกองทุน 500 Startups  ในหลายหลายประเทศ แต่อย่างไรก็ตามกองทุน 500 Startups ที่อยู่ในประเทศต่างๆนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา เช่น กองทุน 500 Tuk Tuk มีการบริหารงานที่แยกกัน มีความเป็นอิสระจากกองทุน 500 Startup ที่สหรัฐอเมริกา”

ขณะที่ทางกลุ่ม Startup Bangkok กลุ่มสตาร์ทอัพที่เป็น Community Focus เน้นเรื่องการสร้างสังคมสตาร์ทอัพที่เข้มแข็งนั้นมองในเชิงผลกระทบต่อ Community ว่า

แน่นอนว่าไม่ใช่ข่าวที่ดีสำหรับวงการสตาร์ทอัพไม่ว่าที่ไหน ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่การที่ Dave Mcclure ที่ถือว่าเป็นบุคคลระดับสูงของสังคมสตาร์ทอัพมาเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

อาจส่งผลให้มีคนตั้งคำถามต่อเรื่องอื่นๆ ที่ Dave ทำว่ามีความถูกต้องแค่ไหน มีอะไรไม่ถูกอีกหรือเปล่า ทั้งๆที่จริงๆแล้วมันไม่ได้เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันโดยตรง

และเมื่อพิจารณาว่า 500 Startups นั้นเป็นหนึ่งใน Startup Community ที่มีเครือข่ายกว้างขวาง และ มีบทบาท มากที่สุดแห่งหนึ่งแล้ว ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดความกังวลของสตาร์ทอัพที่อยู่ใน 500 Startups  ว่าจะได้รับผลกระทบ เรื่องภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และ ความมั่นใจไปด้วย

DEMO DAY หนึ่งในกิจกรรมสำคัญ ขอบคุณภาพจาก https://500.co/

ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ https://500.co/ ที่เป็นเว็บไซต์หลักของ 500 Startups  ระบุว่า ในปัจจุบันพวกเขาเป็นเคเครือข่ายสตาร์ทอัพที่มีผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ทอัพกว่า 3,000 คน คิดเป็นมากกว่า 1600 บริษัท และ มีดำเนินการอยู่ในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก อยู่ใน Community นี้

โดยที่แถลงการณ์ล่าสุดของ Christine Tsai ที่มารับตำแหน่งแทน Dave Mcclure  ดูเหมือนว่าจะเห็นถึงความกังวลในเรื่องดังกล่าว โดยส่วนนึงของแถลงการนั้นระบุว่า การกระทำในครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล และ พฤติกรรมของ McClure นั้นไม่สามารถถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรม และ วิถีทางที่ 500 Startups เชื่อถือแต่อย่างใด”

ขณะที่โดยสื่อมวลชนต่างประเทศ และ ผู้เกี่ยวข้องในวงการสตาร์ทอัพหลายรายเชื่อ และมักให้ความเห็นในตอนที่เกิดเรื่องทำนองนี้ว่า ความพยายามให้บุคคลากรเพศหญิง เข้าสู่วงการที่บุคคลากรส่วนใหญ่ยังเป็นเพศชายในเปอร์เซ็นต์ที่สูงมาก เพื่อสร้างสมดุลนั้น จะเป็นการช่วยเยียวปัญหาทำนองนี้อย่างยั่งยืนในอนาคต

 

Comments

comment

AHEAD.ASIA

AHEAD.ASIA

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวที่นำเสนอคอนเทนต์ด้านนวัตกรรมและธุรกิจ แบบเข้มข้น แต่ไม่ยากเกินเข้าใจ เพราะความตั้งใจของเรา คืออยากชวนคุณทุกคนก้าวไปพร้อมๆกัน ตามแบบฉบับ "นวัตกรรม ล้ำหน้า"
AHEAD.ASIA