Henry Ford

เฮนรี ฟอร์ด ผู้ปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วยสายพาน

เรามักจดจำ เฮนรี ฟอร์ด ในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัทรถยนต์ยี่ห้อดัง Ford Motor Company ผู้ผลิต Model T ‘รถยนต์ที่คนทั่วไปสามารถครอบครองได้’ ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 1908

แต่ Ford ไม่ใช่ผู้ผลิตรถยนต์รายแรกของโลก เพราะรถที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์คันแรกของโลก นั้นถือกำเนิดก่อนหน้านั้นแล้วราวยี่สิบปี จากการคิดค้นโดย คาร์ล เบนซ์ (Karl Benz) ชาวเยอรมนี

 

รถยนต์คันแรกของโลกที่จดสิทธิบัตร โดย Karl Benz

 

ถึงจะไม่ใช่เจ้าของเครดิตผู้คิดค้นรถยนต์ หรือระบบสายพานการผลิต (assembly line) แต่ไอเดียของ ฟอร์ด ในการนำทั้งสองสิ่งนี้ มารวมกัน

ไม่เพียงแต่จะทำให้ธุรกิจของเจ้าตัวประสบความสำเร็จเท่านั้น ยังเป็นการพลิกโฉมครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมของโลกด้วย

 

โธมัส เอดิสัน (ซ้าย) และ เฮนรี ฟอร์ด (ขวา)

 

ฟอร์ด นั้น มีพื้นเพจากครอบครัวที่ทำอาชีพเกษตรกรรมในรัฐมิชิแกน แต่กลับมีความสนใจในเรื่องเครื่องยนต์กลไกตั้งแต่เล็ก

เพราะนิสัยอยากรู้อยากลอง เขาเคยลองแยกชิ้นส่วนและประกอบนาฬิกาพกที่พ่อให้เป็นของขวัญ ตอนอายุเพียง 13 ปี จนเป็นจุดเริ่มต้นที่จะพัฒนาทักษะของเจ้าตัวในเวลาต่อมา

หลังจากเดินทางไปทำงานเป็นช่างเครื่องในเมืองดีทรอยต์ ตั้งแต่อายุได้ 16 ปี ฟอร์ด ก็ได้เรียนรู้กลไกของเครื่องจักรไอน้ำเพิ่มเติม

แต่สิ่งที่เจ้าตัวสนใจกว่า คือเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งน่าจะให้กำลังขับเคลื่อนได้ดีกว่าเครื่องจักรไอน้ำ หรือแม้แต่ม้าลากซึ่งยังนิยมใช้งานกันในยุคนั้น

กระทั่งทดลองพัฒนารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้สำเร็จ ระหว่างที่ทำงานให้กับ โธมัส เอดิสัน

และแยกตัวออกมาเปิดธุรกิจของตนเอง ในยุคที่คนส่วนใหญ่ยังมองว่ารถยนต์เป็นของฟุ่มเฟือย และรถม้ายังเป็นตัวเลือกแรกในการเดินทาง

 

ระบบสายการผลิตในโรงงาน Ford

 

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้รถยนต์ในยุคนั้นมีราคาแพง คือการใช้แรงงานคนเป็นหลัก ในการสร้างรถยนต์หนึ่งคันนั้น พนักงานโรงงานจะต้องมารวมตัว ณ จุดเดียว เพื่อทำงานเป็นกลุ่ม ซึ่งเป็นวิธีการผลิตที่ทั้งสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และเวลา

ฟอร์ด จึงทดลองนำระบบสายพานมาใช้ในการผลิต โดยให้อุปกรณ์ไหลไปตามสายพาน และให้คนงานประกอบรถยนต์ทีละส่วน มีการบันทึกไว้ว่า สายพานการผลิต ที่โรงงาน Ford ในมิชิแกน ช่วยให้บริษัทผลิตรถยนต์หนึ่งคันได้ในเวลาเพียง 93 นาที

ที่สำคัญ มันช่วยลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล รถยนต์ทุกคันมีมาตรฐานระดับเดียวกัน ทนทาน และไม่ยุ่งยากในการซ่อมบำรุง

 

Ford Model T ซึ่งเปิดตัวในปี 1908 มีราคาอยู่ที่ 850 ดอลลาร์

แต่ด้วยระบบสายพานการผลิตที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทำให้บริษัทสามารถลดราคาขายได้เหลือเพียง 360 ดอลลาร์

นั่นคือเหตุผลให้มันได้รับการตอบรับจากอเมริกันชนเป็นอย่างดี เพราะมีราคาถูกกว่ารถยนต์ยี่ห้ออื่นในตลาดเกือบครึ่ง กระทั่งสามารถทำยอดจำหน่ายได้ถึง 15 ล้านคัน

 

Ford และ Model T บรรพบุรุษของรถยนต์สำหรับมวลชน

 

ระบบสายพานการผลิตของ Ford นั้น ไม่ใช่ส่งผลดีต่อเจ้าของกิจการเพียงฝ่ายเดียว

ค่าใช้จ่ายในการผลิตที่ลดลง ทำให้บริษัทสามารถขึ้นค่าแรงของพนักงานจาก 2.34 ดอลลาร์ต่อวัน เป็น 5 ดอลลาร์ต่อวันได้

พร้อมลดชั่วโมงทำงานจาก 9 เหลือ 8 ชั่วโมง รวมถึงสวัสดิการต่างๆอีกมากมาย

จนเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้ประกอบการอื่นๆ ต้องหันมาใช้ระบบดังกล่าว ซึ่งแม้จะมีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น แต่ก็ยังยืนพื้นจากแนวคิดของ Ford ที่ถือเป็นการพลิกโฉมครั้งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม

กระทั่งเจ้าตัวได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งการผลิตระบบสายพาน” โดยปริยาย

 

AHEAD FACTS

  • Model T นั้น มีชื่อเล่นอีกชื่อว่า ‘Tin Lizzie’ หรือ รถกระป๋อง เพราะย้อนกลับไปต้นทศวรรษที่ 20 ผู้ผลิตรถยนต์มักจะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆมาแข่งขันกันเพื่อแสดงประสิทธิภาพ และในปี 1922 Model T ที่ขับโดย โนเอล บุลล็อค (Noel Bullock) ก็เข้าร่วมแข่งขันด้วย เดิมรถคันดังกล่าวมีชื่อว่า ‘Old Liz’ แต่ด้วยสภาพภายนอกที่ไม่ได้ทาสีและไม่มีหลังคา ผู้ชมหลายคนจึงหัวเราะเยาะ และเปรียบเทียบ Old Liz ว่าเหมือนกับกระป๋องดีบุกวิ่งได้ แต่เมื่อ บุลล็อค คว้าแชมป์มาครองด้วยรถคันดังกล่าว ‘Tin Lizzie’ หรือเจ้ารถกระป๋อง ก็กลายมาเป็นฉายาของรถรุ่นนี้ในที่สุด
  • ระหว่างปี 1913-1927 โรงงาน Ford ผลิต Model T ได้ถึง 15 ล้านคัน
  • เครื่องยนต์ 20 แรงม้าของ Model T ทำความเร็วสูงสุดได้ระหว่าง 65-70 กม./ชม.
  • เฮนรี ฟอร์ด ถือเป็นไอดอลอีกคนหนึ่งของ อีลอน มัสก์ โดยเฉพาะในแง่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆขึ้น ก่อนที่คนจำนวนมากจะคิดได้ และหนึ่งในประโยคเด็ดที่ Musk กล่าวถึงไอดอลของตัวเองด้วยความชื่นชมก็คือ “เมื่อครั้งที่ เฮนรี ฟอร์ด ผลิตรถยนต์ที่ราคาไม่แพงและวางใจได้ คนก็ทักท้วงว่าขี่ม้ามันไม่ดีตรงไหน? สิ่งที่เขาทำคือการเดิมพันครั้งใหญ่ และมันก็ได้ผลซะด้วย” (‘When Henry Ford made cheap, reliable cars people said, ‘Nah, what’s wrong with a horse?’ That was a huge bet he made, and it worked’)

เรียบเรียงจาก

Builders & Titans: Ford
Ford – The Assembly Line
The Life of Ford

 

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
100
Shares
Previous Article

Dave McClure ซีอีโอ 500 Startups อำลา เซ่นข่าวล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมความเห็นคนสตาร์ทอัพในไทย

Next Article

Crisis Management ของ 500 Startups และความเห็นของคนในวงการ

Related Posts