#Breakfast4brain

จากยุคแรกเริ่มของดิจิทัลมิวสิค Napster คือชื่อแรกๆที่ทุกคนพูดถึงในการแชร์ไฟล์เพลง

แต่ด้วยรูปแบบที่ขัดต่อกฎหมายลิขสิทธิ์ ทำให้สุดท้ายเว็บไซต์ดังกล่าวต้องปิดตัวลงในปี 2001

จากนั้น สองปีให้หลัง Apple ก็สานต่อแนวคิดของ Napster ด้วย iTunes ที่นำเสนอดิจิทัลมิวสิคในแบบถูกกฎหมาย และเป็นจุดเริ่มต้นของการขายแบบแยกเพลง (pay-per-track) ในราคา 0.99 ดอลลาร์

แม้จะเริ่มเข้ารูปเข้ารอยในเชิงกฎหมาย แต่นักพัฒนาหลายคนก็ยังรู้สึกว่า iTunes ตอบโจทย์เรื่องการฟังดิจิทัลมิวสิคได้ไม่สมบูรณ์

ทั้งในแง่ของการจ่ายเงิน (iTunes มีตัวอย่างให้ฟังเพียง 30 วินาที) หรือการต้องดาวน์โหลดไฟล์ก่อนจึงจะสามารถฟังแบบเต็มเพลงได้

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของวิทยุอินเตอร์เน็ท โดย Pandora Radio

..
.

Pandora คือผู้บุกเบิกวิทยุออนไลน์แบบดิจิทัล ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย Tim Westergen กับเพื่อนอีกสองคน คือ Will Glaser และ Jon Kraft

ในช่วงแรก Westergen ซึ่งมีประสบการณ์ในฐานะนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ เริ่มต้นโครงการนี้ ด้วยการสร้างอัลกอริธึม Music Genome Project ในช่วงปลายปี 1999

เพราะต้องการให้ผู้ใช้ได้ฟังเฉพาะเพลงในลักษณะที่ชอบ

Music Genome Project จึงถูกเขียนให้สามารถจัดเรียงรูปแบบเพลงให้เข้ากับรสนิยมของผู้ใช้งานได้ โดยยึดข้อมูลจากเพลงหรือศิลปินที่เจ้าของบัญชีเลือกฟังเป็นประจำ

ว่ากันว่า ในช่วงแรกของการพัฒนานั้น Pandora Media ใช้เงินที่ระดมทุนไป 2 ล้านดอลลาร์จนหมด โดยที่โปรเจกต์ยังไม่สำเร็จ

จน Westergen ต้องอาศัยการเจรจาหว่านล้อมให้พนักงาน 50 คนของบริษัท ยอมอยู่ช่วยงานต่อสองปี

โดยไม่รับเงินค่าจ้าง…

สุดท้าย เมื่อ Music Genome Project สำเร็จเป็นรูปร่าง

Westergen ก็เลือกขายเป็นไลเซนส์ให้กับบริษัทอื่นๆนำไปใช้งาน อาทิ AOL, Best Buy, Barnes & Noble หรือแม้แต่ Tower Records

ก่อนจะผุดไอเดียนำมาใช้สร้างสถานีวิทยุของตนเองในราวปี 2004 และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Pandora Media

..
.

หลังเปลี่ยนรูปแบบจาก paid service (จ่ายเพื่อฟัง) ในช่วงแรก มาเป็นเปิดให้ใช้งานได้ฟรีแต่มีโฆษณาแทรก และ Freemium (ออปชั่นสำหรับจ่ายเงิน แลกกับการฟังโดยไม่มีโฆษณาคั่น)

Pandora ก็ค่อยๆเติบโตจนมีผู้ใช้งานมากกว่า 200 ล้านคน ในปี 2013 และถือมาร์เก็ตแชร์ในตลาดนี้ ถึงร้อยละ 70 และ 8% ของวิทยุทุกประเภท (นับรวม FM) ในสหรัฐ

(จนถึงปัจจุบัน Pandora ก็ยังเน้นทำตลาดเฉพาะในอเมริกา และไม่ได้ขยายไปยังประเทศอื่นๆ)

Westergen ให้ความเห็นในบทสัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง ว่าส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้ ได้อานิสงส์ไม่น้อย จากการเปิดตัวของ iPhone

เพราะการมาถึงของเหล่าสมาร์ทโฟน คือการเปลี่ยนรูปแบบของการฟังวิทยุออนไลน์ ให้ไม่จำกัดไว้เฉพาะตอนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกต่อไปนั่นเอง

..
.

แม้ในระยะหลัง ผู้คนจะหันไปใช้บริการ Music Streaming กันมากขึ้น จน Pandora Media ต้องเพิ่มส่วนให้บริการดังกล่าว เพื่อแข่งขันกับ Apple Music หรือ Spotify

Westergen ก็ยังยืนยันว่าธุรกิจหลักของ Pandora ยังคงเป็น ‘สถานีวิทยุ’ เพียงแต่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลเท่านั้น

แต่การที่เจ้าตัวประกาศลงจากตำแหน่งซีอีโอ เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน

เสริมด้วยข่าวลือเรื่องการเทกโอเวอร์จาก SiriusXM คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าทิศทางของ Pandora นั้น จะเดินต่อไปในทางใดกันแน่
..
.

Better be AHEAD
#AHEADASIA

..
.
เรียบเรียงจาก
.
Pandora Founder & CSO Tim Westergren talks about Pandora’s beginning and new directions for the company
.
Pandora Founder Tim Westergren: 15 Years of Rejection
.
Pandora co-founder and CEO Tim Westergren will step down according to reports
.
From the Phonograph to Spotify: The History of Streaming Music
.
ติดตาม #Breakfast4Brain ได้ทุกเช้าตรู่วันจันทร์ถึงศุกร์ ที่เพจ AHEAD ASIA
.
หากถูกใจอย่าลืมกดแชร์ กดไลค์ คอมเมนท์ แนะนำติชม กดติดดาว หรืออะไรที่สบายใจเพื่อให้กำลังใจทีมงาน AHEAD.ASIA หาเรื่องราวดีๆมาให้คุณรู้ เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

Facebook Comments