Advertisement

แม้ไม่ใช่เบอร์หนึ่งของอุตสาหกรรมเกมคอนโซล แต่สำหรับเกมเมอร์หลายคน Nintendo คือหนึ่งในเสาหลักของวงการเสมอ

เพราะบริษัทจากญี่ปุ่นรายนี้ ไม่เคยหยุดสร้างความแปลกใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า

ไล่ตั้งแต่เครื่อง Family Computer เมื่อสามสิบปีก่อน เรื่อยมาจนถึง Switch ในปัจจุบัน

แม้ในหลายโอกาส การเลือก ‘ไม่ตามรอยใคร’ เกือบจะทำให้บริษัทต้องพบจุดจบก็ตาม

 

คิดต่างแบบ Nintendo

 

 

ก่อนจะมาเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการเกม พวกเขาเป็นหนึ่งในบริษัทเก่าแก่ของญี่ปุ่น ที่มีอายุเกือบ 130 ปี และเคยผ่านการทำธุรกิจมาแล้วหลายประเภท

ตั้งแต่ผลิตไพ่ญี่ปุ่น แท็กซี่ ทำความสะอาดเครื่องดูดฝุ่น ไปจนถึงโรงแรมม่านรูดแบบญี่ปุ่น (love hotel) ก็เคยทำมาแล้ว

กระทั่งในช่วงทศวรรษที่ 60 บริษัทจึงค่อยๆขยับเข้าสู่ธุรกิจของเล่นอย่างเต็มตัว และขยายมาสู่ธุรกิจวิดีโอเกม ในช่วงปลายทศวรรษที่ 70

และประสบความสำเร็จในวงกว้างเป็นครั้งแรกด้วย Game & Watch หรือที่บ้านเรารู้จักกันในชื่อ “เกมกด”

จากการออกแบบโดย Gunpei Yokoi วิศวกรแผนกซ่อมบำรุงของบริษัท ผู้มีไอเดียแปลกใหม่ จนถูกย้ายมาดูแลแผนกของเล่นและวิดีโอเกมแทน

 

 

ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นไอเดียในการสร้าง Game & Watch นั้น เกิดขึ้น ระหว่างที่ Yokoi อยู่บนรถไฟชินคันเซ็น

และมองเห็นนักธุรกิจคนหนึ่งฆ่าเวลาขณะเดินทาง ด้วยการกดปุ่มบนเครื่องคิดเลขจอ LCD เล่นๆ

ในเวลานั้น บริษัทอย่าง Sharp และ Casio ก็กำลังแข่งขันกันอย่างหนักในตลาดเครื่องคิดเลขดิจิทัล ส่งผลให้มีซัพพลายจอ crystal display และเซมิคอนดักเตอร์จำนวนมาก

สิ่งที่ Yokoi ทำคือใส่ไอเดียแปลกใหม่ลงไป

ผลที่ได้คือ Game & Watch กลายเป็นของเล่นยอดฮิตทั่วโลก ที่อยู่ในสายการผลิตนานถึง 11 ปี หรือระหว่างปี 1980-1991

ทำยอดขายได้ถึง 43.4 ล้านเครื่องทั่วโลก และเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่นๆ สร้างผลิตภัณฑ์เลียนแบบออกมามากมาย

ขณะเดียวกัน บริษัทก็ต่อยอดจาก Game & Watch ไปสู่เครื่องเล่นเกมคอนโซล ที่กลายเป็นตำนานในเวลาต่อมา อย่าง Famicom และ Super Famicom ในทศวรรษที่ 80 และ 90

 

Virtual Boy ผู้มาก่อนกาล

 

 

แต่ใช่ว่าการพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆของ Yokoi จะได้ผลเสมอไป

ขณะที่ปัจจุบัน การเล่นเกมในโลกเสมือน (virtual reality) เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่เมื่อกว่ายี่สิบปีที่แล้ว Yokoi ก็มาพร้อมกับไอเดียที่ล้ำหน้ากว่าใครในยุคนั้น ด้วยเครื่องเล่นเกม VR เครื่องแรกของโลก อย่าง Virtual Boy ในปี 1995

Virtual Boy มาในรูปของแว่น VR ที่ภายนอกดูไม่ต่างจากในปัจจุบัน

แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ยังก้าวไม่ทันจินตนาการของ Yokoi ทำให้ผลตอบรับของเครื่องเล่นเกมรุ่นนี้เป็นกระแสติดลบ จนต้องพับโครงการภายในเวลาแค่ 18 เดือนหลังวางตลาด

ในเวลาไล่เลี่ยกัน Gunpei ก็ตัดสินใจลาออก

บ้างว่าเพื่อรับผิดชอบกับความล้มเหลว ขณะที่เจ้าตัวอธิบายว่าต้องการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศในการทำงานบ้าง ด้วยการรับงานออกแบบเครื่อง Wonderswan ให้ Bandai

ก่อนจะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต ในปี 1997

 

ล้มบ้าง ลุกบ้าง ตามสไตล์

 

Shigeru Miyamoto

 

กระนั้น ทางบริษัทก็ยังพอมีโชคอยู่บ้าง

เมื่อทายาททางด้านความคิด ‘ไม่เหมือนใคร’ ของ Yokoi อย่าง Shigeru Miyamoto ยังอยู่กับบริษัท

Miyamoto คือผู้ออกแบบเกมฮิตในยุคแรกอย่าง Donkey Kong ด้วยความช่วยเหลือจาก Gunpei และต่อยอดมาเป็น Super Mario Bros

แทนที่จะแข่งกับ Sony และ Microsoft ในเรื่องกราฟฟิค Nintendo เลือกเน้นพัฒนาคอนโซลของตนในการสร้างประสบการณ์แบบอินเตอร์แอคทีฟแทน

จนเป็นที่มาของ Wii เครื่องเล่นเกมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท ด้วยยอดขายกว่า 100 ล้านเครื่อง ในเวลาไม่ถึง 6 ปี

แต่ก็เช่นกัน การพยายามไม่เดินตามใครของ Nintendo ยังมีทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว ปะปนกันอีกหลายครั้ง

Wii U ที่เป็นเครื่องคอนโซลกึ่งแท็บเลท ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่คว

แต่บริษัทก็กลับมาแก้ตัวได้ด้วย Pokemon Go จาก Niantic (ผู้พัฒนาเกมที่บริษัทเข้าไปถือหุ้น) เกม Augmented Reality ในโทรศัพท์มือถือที่สร้างรายได้มหาศาลถึง 500 ล้านดอลลาร์

ก่อนจะเข้าเป้าอีกครั้งกับ Switch ที่สานต่อไอเดียมาจาก Wii U จนทำให้รายได้ของบริษัทพุ่งสูงขึ้นถึง 88% ในรอบปีที่ผ่านมา

และกำลังจะแซงหน้า Microsoft ขึ้นไปเป็นเบอร์สองในตลาดภายในปีนี้

แม้โอกาสในการทวงบัลลังก์จากเบอร์หนึ่งในวงการอย่าSony จะเป็นเรื่่่่่่องยาก

แต่การลุกได้ทุกครั้งที่ล้ม ก็ตอกย้ำว่าพวกเขาคือเสาหลักของวงการที่ไม่เคยเกมโอเวอร์ในสงครามนี้

 

AHEAD TAKEAWAY

ความสำเร็จของ Switch เครื่องเล่นเกมรุ่นล่าสุดของ Nintendo ที่มียอดขายเกือบ 20 ล้านเครื่อง ในรอบปีที่ผ่านมา

สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับอุตสาหกรรมเกมไม่น้อย หลังจากแผ่วลงไปเล็กน้อย ในช่วงปี 2015 และ 2016

เห็นได้จากยอดขายฮาร์ดแวร์ที่เพิ่มขึ้นจากปี 2016 ถึง 33% ไปอยู่ที่ 14,100 ล้านดอลลาร์

ส่งผลให้มูลค่ารวมในตลาด ในปี 2017 อยู่ที่ 41,000 ล้านดอลลาร์ สูงที่สุด นับจากปี 2011 เลยทีเดียว

IHS Markit บริษัทวิจัยการตลาด ประเมินว่าภายในปี 2018 Nintendo จะแซงหน้า Microsoft ขึ้นไปเป็นเบอร์สองในด้านส่วนแบ่งการตลาดได้สำเร็จ

หลังขยับขึ้นจาก 9% ในปี 2016 มาอยู่ที่ 22% ในปีที่แล้ว สวนทางกับ Microsoft ที่ดร็อปลงจาก 31% เหลือ 25% ในช่วงเวลาเดียวกัน

นอกจากเหตุผลด้านไลฟ์ไซเคิลของ Xbox One ที่มาถึงช่วงปลายแล้ว

การวางตำแหน่งในตลาดของ Switch ก็ทำให้ Nintendo อยู่ในสถานะที่ “ไม่ต้องแข่งกับใคร” ด้วย

การเปิดตัว Switch แม้จะมีความเสี่ยง ตรง “เครื่องเล่นเกมที่เป็นไฮบริด ระหว่างแฮนด์เฮลด์กับคอนโซล” เป็นตลาดซึ่งยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน

แต่กลับมาในช่วง “ถูกที่ ถูกเวลา” พอดี

เพราะนี่คือยุคที่ธุรกิจเกมบนสมาร์ทโฟนกำลังเฟื่องฟู ถึงขนาดผู้ผลิตหลายๆค่าย ยังต้องเพิ่มเซกเมนต์ “เกมมิ่ง สมาร์ทโฟน” ขึ้นมา

ทั้ง Sony Xperia Play, Razer Phone หรือ ROG Phone ของ Asus

แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆอย่าง เกมบนสมาร์ทโฟนเหล่านี้ ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์เกมเมอร์ ที่ต้องการอะไรมากกว่า เกมสไตล์ MOBA หรือ casual

และยังเลือกที่จะกลับบ้าน เพื่อเล่น PlayStation 4 หรือ Xbox One เหมือนเดิม

ขณะที่ Switch นั้น ต่างออกไป เมื่อเทียบกับทั้งเกมมิ่ง สมาร์ทโฟน และเครื่องคอนโซล

แม้คุณภาพของกราฟฟิกจะยังห่างไกลจาก PS4 หรือ Xbox One แต่ก็ชดเชยด้วยประสบการณ์ในการเล่นที่ต่างออกไป

เหมือนเมื่อสิบปีก่อน ที่เครื่อง Wii สามารถต่อกรกับ PS3 และ Xbox ได้อย่างไม่เป็นรอง จนทำยอดขายทั่วโลก ถึงกว่า 100 ล้านเครื่อง

โจทย์ที่รอ Switch เพื่อโอกาสในการตามรอย Wii ไปถึงจุดนั้น คือ Nintendo จะทำอย่างไร เพื่อให้ทีมพัฒนาเกม ซึ่งเป็น 3rd party สามารถเขียนเกมที่ดึงศักยภาพในตัวเครื่องมาใช้ได้อย่างเต็มที่

เหมือนกลยุทธ์ในอดีตที่ทำให้ Famicom ประสบความสำเร็จ นั่นคือการมีเกมดีๆถูกป้อนเข้าสู่ท้องตลาด เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อให้ง่ายสำหรับทีมพัฒนาเกมในการสร้างจินตนาการที่อยู่ในหัว ให้กลายเป็นความจริง

 

เรียบเรียงจาก

Pwned and almost game over, Nintendo fights back again and again

Nintendo got it right again

 

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรม และธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน

Facebook Comments