Advertisement

กลายเป็นเรื่องเด่นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เลยว่าได้ เมื่อ Mark Zuckerberg เจ้าพ่อ Facebook ออกมาตอบโต้คำพูดของ Elon Musk ที่เคยพูดเกี่ยวกับ AI ท่ามกลางการ Live สดบน Facebook ของเขาเอง ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อนทั้งบน Facebook และ Twitter ในช่วงเวลาต่อมา

Elon Musk เคยพูดไว้ในงาน National Governors Association เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า “AI อาจจะเป็นภัยคุกคามของมนุษย์ในอนาคต” และยังเรียกร้องให้มีการออกกฎบางอย่างขึ้นมาควบคุมหรือกำกับดูแล ซึ่งในการ Live ของ Mark Zuckerberg ก็ได้มีการหยิบยกคำพูดนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เจ้าตัวสวนกลับเลยว่า “ความคิดนี้ดูเป็นความคิดในแง่ลบเกินไป และค่อนข้างที่จะไร้ความรับผิดชอบด้วย”

หลังจากนั้นก็มีคนนำข่าวไปแปะบน Twitter และ Mention ไปถึง Elon Musk ซึ่่งเจ้าตัวก็ทวีตตอบว่า “เขาเคยพูดคุยกับ Zuckerberg ในเรื่องนี้แล้ว ความเข้าใจในเรื่องนี้ของเขาค่อนข้างจำกัด”

แต่ก็มีอีกหลายคนที่ออกมาแสดงจุดยืนเพื่อสนับสนุนความคิดของ Mark Zuckerberg เช่น Andrew Ng หนึ่งในผู้บุกเบิกวงการ deep learning 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการพูดถึง AI ในลักษณะนี้ ซึ่ง Bill Gates เคยพูดในทำนองเดียวกันกับ Elon Musk บน Reddit ว่า “อีก 20-30 ปี ต่อจากนี้ AI อาจจะพัฒนาไปไกลจนเกินกว่าที่มนุษย์จะควบคุมได้ และทำไมบางคนถึงคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าอันตราย” ซึ่งเรื่องนี้ Elon Musk และ Stephen Hawking ก็ต่างมีความคิดที่ตรงกันกับ Bill Gates

ภาพ: spiritegg.com

 

ด้วยเหตุจากเรื่องนี้เอง ทางทีมงาน AHEADASIA จึงได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ คุณเต๋า ฉัตรวุฒิ วิริยะสุธี, Cognitive scientist แถวหน้าของเมืองไทย ผู้ซึ่งอยู่ในวงการ AI มากว่าสิบปี ว่ามีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร

  • ในเมื่อ AI พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำในสิ่งที่ซับซ้อนได้ดีกว่ามนุษย์ (ชนะแชมป์โลกหมากล้อม / แยกแยะสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากข้อมูลจำนวนมหาศาล / สร้างภาษาไว้สำหรับคุยกันเอง) ทำไมเราจึงควรจะเชื่อที่ Zuckerberg คิดว่าสิ่งนี้จะไม่กลับมาเป็นอันตรายต่อเราในอนาคต?

เราไม่ควรเชื่อ Zuckerberg ครับ แต่เราควรเชื่อในเจตนาของพวกเราว่า “เราเองจะสร้างสิ่งที่ไม่เป็นภัย”

ผมยังจำได้สมัยหกปีที่แล้วตอนที่ Zuckerberg ขึ้นเวทีแล้ว present ว่า logarithmic graph คือ innovation ผมในฐานะ cognitive scientist ยังขำแทบตาย ตัวเฮียเองก็โดน Internet รุมจวกเรื่องประเด็นนี้ แต่ผ่านมาหกปี Facebook กลายเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน AI ต้องบอกว่าเป็นพัฒนาการที่เร็วครับ แต่เบื้องหลังทั้งหลายไม่ใช่ Zuckerberg แต่เป็นทีมงานของเค้า

ฉะนั้นที่ Musk บอกว่า Zuckberg มีความรู้ AI ที่ Limited นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดเพี้ยนจากความจริงมากนัก

ซึ่งคนเหล่านี้ส่วนมากได้รับแรงบันดาลใจมาจากสามเจ้าพ่อ deep learning นั่นก็คือ Hinton, Bengio, และ LeCun หากไปดูสัมภาษณ์ของสามท่านนี้เกี่ยวกับประเด็นของ Doomsday เค้าจะบอกว่ายังอีกห่างไกลที่เราต้อง concern ถึงเรื่องนี้ครับ เพราะว่ามันยังอีกห่างไกลที่ AI จะเทียบมนุษย์ได้

ประเด็นอยู่ที่ ความหลากหลายครับ วันๆ เราไม่ได้เจอแต่ปัญหาเดิมๆ เหมือนที่ AI ถูกออกแบบมาให้แก้ไข แต่ที่สำคัญที่สุดคือผมเชื่อว่า ถ้าเราสามารถพัฒนา AI ให้มีความสามารถแก้ปัญหาได้หลากหลายเท่ามนุษย์ ความสามารถของการแก้แต่ละปัญหาจะไม่เหนือว่ามนุษย์เรามากจนน่าตกใจครับ น่าจะแค่เหมือนคนฉลาดๆ คนนึง

  • AI อันตรายจริงอย่างที่ Musk เชื่อรึเปล่า? เพราะก่อนหน้านี้ แม้แต่ Bill Gates กับ Stephen Hawking ก็เคยเตือนเรื่องนี้มาก่อน

ทุกอย่างที่อันตรายกับมนุษยชาติเป็นเพราะมันถูกออกแบบมาโดยมนุษย์เรานี่แหละครับมนุษย์ที่มองแค่ผลประโยชน์ของตัวเอง หรือมนุษย์ที่มีมุมมองแบบ Musk ที่มองแค่กรอบของความเป็นมนุษย์ AI หรือสิ่งอื่นๆ ต้องถูกพัฒนาเพื่อประโยชน์ของมนุษย์เท่านั้น เช่น พวก worm, virus, malwares ทั้งหลาย หรือความปล่อยปละละเลย เขียนโปรแกรมมีบักทำให้วนลูปค้าง ก็สร้างความเสียหายได้ให้กับวงการการเงินและธนาคารได้

ในมุมมองกลับกัน หาก AI ในอนาคตถูกพัฒนาจนมันมีความคิดเฉกเช่น Musk คือเห็นแต่ผลประโยชน์สำหรับพวกพ้องตัวเองเท่านั้น สุดท้ายแล้วสิ่งที่อันตรายที่สุดก็คือ AI ที่มีความคิดแบบนี้ครับ

อย่าลืมครับว่ามนุษย์เรามีชีวิตจำกัด สิ่งเดียวที่จะอยู่ต่อไปได้คือเจตนารมณ์ครับ ไม่ว่าเผ่าพันธ์รุ่นต่อไปจะเป็นลูกหลานเรา หรือหุ่นยนต์สำหรับผมแล้วมันไม่ต่างกันครับ ตราบใดที่ “ความเป็นมนุษย์” ยังสามารถสืบทอดต่อไปได้

แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ คิดว่า AI จะเป็นภัยต่อมนุษย์จริงหรือ ?

*ขอบคุณภาพจาก sheleadsafrica.orgtechnobuffalo.com

**เรียบเรียงจาก qz.com, observer.comtheverge.com และ theatlantic.com

Facebook Comments