#Breakfast4brain

Baby Einstein คือสื่อการสอนสำหรับเด็กเล็กที่พ่อแม่ทั่วโลกรู้จักดี

ด้วยแนวคิดในการนำเสนอโดยไม่ให้เด็กรู้ตัวว่ากำลัง ‘เรียน’

แต่กำลัง ‘สนุก’ ไปกับภาพและเสียง เพื่อเสริมสร้างจินตนาการ ผ่านสัญลักษณ์ต่างๆและการเชื่อมโยง

ทั้งหมดนี้เกิดจากไอเดียของ Julie Aigner-Clark อดีตครูโรงเรียนมัธยมรายหนึ่ง ซึ่งลาออกมาเป็นคุณแม่เต็มตัวเพื่อเลี้ยงลูก และค้นพบวิธีการสอนรูปแบบใหม่นี้

..
.
ในปี 1996 Clark ต้องการสอนสิ่งที่ตนชื่นชอบเป็นพิเศษ อาทิ วรรณคดีและดนตรี ฯลฯ ให้กับลูกๆ

ก่อนพบว่าไม่มีสินค้าตัวไหนในท้องตลาดที่ตอบสนองความต้องการนี้เลย

Clark จึงเลือกสร้างวิดีโอเหล่านี้ขึ้นเอง ทั้งตัดต่อและบันทึกเสียง ซึ่งใช้เวลานานกว่าหนึ่งปี กับเงินลงทุนก้อนแรก 15,000 ดอลลาร์

ด้วยความเชื่อว่าวิดีโอเหล่านี้จะช่วยเรื่องพัฒนาการของเด็ก เธอจึงตัดสินใจทำการตลาดอย่างจริงจัง

ทั้งส่งตัวอย่างให้สื่อได้ทดลองและรีวิว หรือไปออกบูธในงานแสดงสินค้า เพื่อพูดคุยกับผู้ค้าปลีก

จนเมื่อร้านค้ารายหนึ่งตกลงสั่งซื้อ 100 ชุด และปรากฎว่านำไปขายหมดในเวลาเพียงสองวัน

ความเห็นในเชิงบวกจากปากต่อปากของทั้งผู้ปกครองและครู เป็นแรงผลักดันให้สื่อการสอนของ Clark ประสบความสำเร็จเกินคาด

สุดท้าย เธอตัดสินใจตั้งชื่อแบรนด์สินค้าว่า Baby Einstein

จากรายได้ 1 ล้านดอลลาร์ในปี 1998 ก็เติบโตอย่างรวดเร็วเป็น 25 ล้านดอลลาร์ในเวลาแค่ 3 ปี จนถูก Disney ซื้อลิขสิทธิ์ไปในเดือนพฤศจิกายน 2001

..
.
Baby Einstein ไม่ใช่ธุรกิจเดียวที่ Clark คิดขึ้น

เพราะเมื่อลูกๆเข้าสู่โรงเรียนประถม เธอก็เชื่อว่าต้องมีวิธีที่จะสนับสนุนการเรียนรู้ทางอินเตอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย จนเป็นที่มาของวิดีโอชุด ‘The Safe Side with John Walsh’

และมีส่วนร่วมพัฒนาสตาร์ทอัพสำหรับเด็กเล็กอีกสองราย

คือ Baby Bytes ที่ใช้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือกับระบบอินเตอร์เแอคทีฟ สำหรับสอนเด็กวัยก่อนเข้าโรงเรียน

และ The Soft Skin ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าสำหรับคุณแม่ที่จะช่วยลดความตึงเครียดหลังการคลอด

นอกจากนี้ เธอยังเป็นนักเขียน นักพูด รวมถึงออกแบบหลักสูตรต่างๆ ในเว็บไซต์www.mommymade.com อีกด้วย

..
.
Clark ฝากคำแนะนำถึงสตาร์ทอัพหน้าใหม่ๆด้วยว่า หากเชื่อมั่นกับผลิตภัณฑ์/สินค้าของตนแล้ว

ต้องคิดต่อด้วยว่าจะทำอย่างไรให้ดีกว่าของบริษัทอื่นๆ รวมถึงทำอย่างไร ราคาถึงจะไม่แพงเกินไป

ซึ่งบางครั้ง อาจต้องยอมรับความช่วยเหลือจากคนรอบข้างด้วย เพราะไม่มีใครทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง

ส่วนเรื่องการเป็นคุณแม่ควบคู่กับการเป็นผู้ประกอบการนั้น

เธอยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องปรับตัวอะไร เพราะตั้งแต่เริ่มต้นทำ Baby Einstein จนถึงปัจจุบัน บ้านก็คือที่ทำงานของเธอมาตลอด

สำคัญที่สุด ทุกสตาร์ทอัพที่เธอมีส่วนร่วมคิดค้นขึ้น ต่างก็เกิดจากความต้องการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เจอ ระหว่างทำหน้าที่แม่นั่นเอง

..
.
Better be AHEAD
#AHEADASIA

เรียบเรียงจาก
.
How She Did It: Julie Clark On Founding Baby Einstein And Selling To Disney
.
Julie Aigner-Clark Documentary – Baby Einstein Success Story
.
3 Great Examples Of Successful Mom Entrepreneurs
.
ติดตาม #Breakfast4Brain ได้ทุกเช้าตรู่วันจันทร์ถึงศุกร์ที่เพจ AHEAD ASIA
.
และในโอกาสวันแม่ที่กำลังจะมาถึง เราจะขอนำเสนอแง่มุมต่างๆ และเรื่องราวที่น่าสนใจของ ‘แม่’ ทั้งในแวดวงธุรกิจและนวัตกรรมตลอดทั้งสัปดาห์นี้
.
หากถูกใจอย่าลืมกดแชร์ กดไลค์ คอมเมนท์ แนะนำติชม กดติดดาว หรืออะไรที่สบายใจเพื่อให้กำลังใจทีมงาน AHEAD.ASIA หาเรื่องราวดีๆมาให้คุณรู้ เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

Facebook Comments