Frank Wang: เจ้าพ่อโดรนพันล้าน

#Breakfast4brain

ในการประกาศรายชื่อ Richest In Tech โดย Forbes ครั้งล่าสุด

หนุ่มจีนวัย 36 ปี นาม Frank Wang เบียดแทรกเข้าไปมีชื่อติดท็อป 100 ได้สำเร็จเป็นปีแรก ในอันดับที่ 76 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 3,200 ล้านดอลลาร์

และเป็นมหาเศรษฐีจากเอเชียที่อายุน้อยที่สุดในลิสต์ดังกล่าวด้วย

คำถามถัดมาคือ Frank Wang Tao คือใคร? ทำไมจู่ๆถึงโผล่พรวดขึ้นมาอยู่ในลิสต์นี้ได้?

คำตอบอาจอยู่ใกล้ตัวเราชนิดคาดไม่ถึง

..
.
ปัจจุบัน อากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle) หรือที่เรียกกันติดปากว่า โดรน คือหนึ่งอุปกรณ์สำคัญสำหรับช่างภาพทั่วโลกไปแล้ว

ด้วยคุณสมบัติที่สามารถถ่ายภาพมุมกว้างขณะบินอยู่ในอากาศได้อย่างคมชัด อีกทั้งยังมีราคาไม่แพงจนเกินไป

และหนึ่งในแบรนด์ที่มีส่วนสำคัญในการจุดกระแสช่างภาพสายบิน ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

ก็คือ DJI ของ Frank Wang Tao อดีตนักศึกษาด้านวิศวกรรมอิเลคทรอนิคส์ จาก Hongkong University Of Science & Technology รายนี้นั่นเอง

..
.
ความหลงใหลในการบินของ Wang ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่สมัยเรียนประถม จากหนังสือการ์ตูนที่เล่าเรื่องการผจญภัยของเฮลิคอปเตอร์สีแดง

จนเมื่ออายุ 16 Wang ก็ได้รางวัลเรียนดี จากพ่อแม่เป็นเฮลิคอปเตอร์วิทยุบังคับลำแรกในชีวิต

แต่ด้วยความที่ยังไม่สันทัดในการควบคุม ของขวัญชิ้นนี้ก็ตกจนได้รับความเสียหายตั้งแต่ตอนหัดบินในวันแรกๆ

ความชื่นชอบในเรื่องการบินและเครื่องกล ทำให้ Wang ได้เข้าเรียนที่ Hongkong University Of Science & Technology ในสาขาวิศวกรรมอิเลคทรอนิคส

ในปีสุดท้ายของการศึกษา Wang เลือกสร้างระบบควบคุมการบินของเฮลิคอปเตอร์เป็นไฟนอลโปรเจคท์

แต่โชคร้ายเกิดเหตุอุปกรณ์สำคัญขัดข้อง ในคืนสุดท้ายก่อนถึงกำหนดพรีเซนต์งานหน้าห้อง

ทว่า ยังดีที่ Li Zexiang ศาสตราจารย์ด้านหุ่นยนต์ ซึ่งเห็นความทุ่มเทของ Wang ตลอดการเตรียมงาน
เกิดความประทับใจ ช่วยสนับสนุนให้โปรเจกต์นี้ผ่านไปได้ด้วยดี

ศาสตราจารย์ Li ยังเป็นที่ปรึกษาและผู้ให้ทุนเบื้องต้น ในช่วงที่ Wang เพิ่งก่อตั้ง DJI และปัจจุบันยังถือหุ้นของบริษัทอยู่อีก 10% ด้วย

..
.
ในช่วงแรกนั้น DJI หรือ Dajiang Innovation Technology ยังเป็นแค่สตาร์ทอัพเล็กๆที่ผลิตสินค้าสำหรับนักเล่น UAV เป็นงานอดิเรก

แต่ระหว่างนี้เองที่ Wang และทีมงานค่อยๆพัฒนารูปแบบสินค้าจากใบพัดเดี่ยว มาเป็นควอดคอปเตอร์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการปรับปรุงฟังก์ชันออโต้ไพล็อตให้ใช้งานได้ดีขึ้น

จุดเปลี่ยนสำคัญของ DJI เกิดขึ้นในปี 2011 เมื่อ Wang มีโอกาสได้พบกับ Coling Guinn ที่ทำสตาร์ทอัพด้านการถ่ายรูปในอากาศ

และกำลังหาวิธีพัฒนาให้ UAV สามารถถ่ายวิดีโอได้โดยไม่มีปัญหาภาพสั่น

การพูดคุยกันของทั้งคู่ นำไปสู่การพัฒนาชุดป้องกันการสั่นสำหรับกล้องขนาดเล็กหรือที่เรียกกันว่า Gimbal ตามมาด้วยการก่อตั้ง DJI North America เพื่อบุกเบิกตลาดทั่วไป

กระทั่งสามารถเปิดตัว Phantom โดรนถ่ายภาพรุ่นแรกของบริษัทในปี 2013 ซึ่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดของบริษัทจนถึงวันนี้ และสร้างให้ชื่อของ DJI เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

..
.
จุดแข็งของ DJI คือการที่สามารถผลิตอุปกรณ์ทุกส่วนของโดรน รวมถึงพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาบริษัทนอก

นอกจากนี้ บริษัทยังเน้นเจาะกลุ่มไปที่ผู้ใช้งาน UAV ราคาตั้งแต่ 1 พันดอลลาร์ขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และต้องการสินค้าคุณภาพ

และเลือกที่จะปล่อยตลาดล่าง อย่างกลุ่มที่ใช้ UAV ราคาต่ำกว่า 500 ดอลลาร์ ซึ่งมีคู่แข่งจำนวนหลายร้อยบริษัท และมักผลิตสินค้าในเชิง ‘ของเล่น’ มากกว่าอุปกรณ์ถ่ายภาพมืออาชีพ อย่างที่ DJI เลือกเดิน

..
.
ปัจจุบัน DJI ครองตลาด UAV ทั่วโลกได้มากถึง 70% และยังต่อยอดไปสู่อุปกรณ์ถ่ายภาพอื่นๆ

ทั้งกล้องแคมคอร์เดอร์, ชุดป้องกันการสั่นสำหรับกล้อง, ระบบควบคุมการบิน ฯลฯ จนสามารถสร้างรายได้มากถึง 1 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2015

ขณะที่ตัวบริษัทก็ได้รับการประเมินว่ามีมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ มีพนักงานในสังกัดถึง 4 พันคน ในออฟฟิศต่างๆทั่วโลก ทั้งที่จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ และยุโรป

ส่วน Wang ที่ถือหุ้นบริษัทอยู่ 45% ก็กลายเป็นมหาเศรษฐีเอเชียคนล่าสุด หลังทำให้ความฝันเรื่องการบินของตนกลายเป็นความจริงได้

..
.
Better be AHEAD
#AHEADASIA
.
เรียบเรียงจาก
DJI Success Story – A Drone Manufacturer | Founder Frank Wang
.
Who is Frank Wang?
.
Bow To Your Billionaire Drone Overlord
.
ติดตาม #Breakfast4Brain ได้ทุกเช้าตรู่วันจันทร์ถึงศุกร์ที่เพจ AHEAD ASIA
.
หากถูกใจอย่าลืมกดแชร์ กดไลค์ คอมเมนท์ แนะนำติชม กดติดดาว หรืออะไรที่สบายใจเพื่อให้กำลังใจทีมงาน AHEAD.ASIA หาเรื่องราวดีๆมาให้คุณรู้ เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

Comments

comment

AHEAD.ASIA

AHEAD.ASIA

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวที่นำเสนอคอนเทนต์ด้านนวัตกรรมและธุรกิจ แบบเข้มข้น แต่ไม่ยากเกินเข้าใจ เพราะความตั้งใจของเรา คืออยากชวนคุณทุกคนก้าวไปพร้อมๆกัน ตามแบบฉบับ "นวัตกรรม ล้ำหน้า"
AHEAD.ASIA