Advertisement

หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับ Qualcomm กันดี ในฐานะบริษัทผู้ผลิตชิพ เซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะ Snapdragon ที่เป็นขุมพลังของสมาร์ทดีไวซ์แบรนด์ดัง อย่าง Samsung, LG หรือแม้แต่ Daydream VR ของ Google

แต่ต้นสัปดาห์นี้ Qualcomm ตกเป็นข่าวใหญ่ เมื่อกำลังถูกทาบทามซื้อกิจการโดย Broadcom จากสิงคโปร์ ด้วยข้อเสนอมหาศาลถึง 130,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 4.3 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทำลายสถิติการควบรวม ระหว่าง Dell-EMC (65,800 ล้านดอลลาร์) ลงแบบราบคาบด้วย

Broadcom คือใคร ทำไมถึงหาญกล้าทุ่มเงินมหาศาลขนาดนี้ เพื่อซื้อกิจการของผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก?

 

คู่แข่งตัวจริง

 

Broadcom ก่อตั้งขึ้นในปี 1991 โดย Henry Samueli และ Henry Nicholas อาจารย์-ศิษย์จาก UCLA และเข้าสู่ตลาดหุ้น NASDAQ ในปี 1998

จากนั้นในเดือนพฤษภาคม 2015 บริษัทก็ถูกควบรวมเข้ากับ Avago Technologies และเปลี่ยนชื่อเป็น Broadcom Limited แทน โดยมี Hock E. Tan ชาวมาเลเซียเป็นซีอีโอ จดทะเบียนในสิงคโปร์ และมีสำนักงานใหญ่สองแห่งคือที่ ซาน โฮเซ่ และสิงคโปร์ มีพนักงานทั่วโลกรวมกันกว่า 15,700 คนใน 15 ประเทศ

แม้ไม่เป็นที่รู้จักมากเท่า แต่ Broadcom ก็อยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และชิ้นส่วนสำหรับอุปกรณ์ไอที อาทิ สมาร์ทโฟน แล็ปท็อป ดาต้าเซนเตอร์ เซ็ตท็อปบ็อกซ์ เกมคอนโซล ฯลฯ เช่นเดียวกับ Qualcomm รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ อย่าง LED, จอภาพ, บลูทูธ อแดปเตอร์ ฯลฯ ด้วย

เมื่อลงลึกในสถานะ จะพบว่า Broadcom ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า Qualcomm เลย นิตยสาร Fortune เปิดเผยยอดขายประจำปีล่าสุด พบว่า Broadcom มีรายได้ถึง 18,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ Qualcomm ที่ 22,000 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ปัจจุบัน ก็รั้งอันดับ 5 ในลิสต์ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของโลก ถัดจาก Intel, Samsung Electronics, Qualcomm และ SK hynix เท่านั้น หลังขยับขึ้นมาสู่ท็อปเทนในลิสต์นี้เป็นครั้งแรก เมื่อ 7 ปีก่อน

 

ซัพพลายเออร์หลักของ Apple


อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือชิพที่ผลิตโดย Broadcom อาจไม่เป็นที่รู้จักเท่า Snapdragon แต่เอ่ยชื่อลูกค้าของบริษัทนั้น ก็ล้วนแต่อยู่ในระดับท็อปของโลกทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น HTC, Google, Nintendo (ทั้ง Wii U และ Switch) รวมถึง Apple

Apple ใช้ชิพของ Broadcom ใน iPhone 7 ทั้งสิ้น 5 ตัว และ 8 ตัว ใน iPhone 8 นั่นหมายถึงยิ่งสมาร์ทโฟนของ Apple พัฒนาไปมากเท่าไหร่ ก็จะต้องพึ่งพาการผลิตชิพของ Broadcom มากขึ้นเท่านั้น

แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่า SoC (system-on-a-chip) ของ Broadcom ที่ใช้ใน iPhone (ตั้งแต่ iOS 10 ขึ้นไป) รวมถึง Google Nexus 5 และ 6 มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ที่สามารถเจาะเข้าไปเพื่อควบคุมตัวดีไวซ์ ผ่านระบบ Wi-Fi แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็แก้ไขทันควันด้วยการออกแพทช์ปรับปรุงแล้ว

 

เดินหน้าเมื่อคู่แข่งเพลี่ยงพล้ำ

 

จนเมื่อ Qualcomm ประสบปัญหาราคาหุ้นตกลงต่อเนื่องตลอด 12 เดือนหลังสุด นับแต่ถูก Apple ฟ้องเรียกค่าเสียหายถึง 1 พันล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าผู้ผลิตชิพรายนี้กีดกันทางการค้า โดยขูดรีดเงินจากการใช้สิทธิบัตรเกินความจริง ตามด้วยการถูกฟ้องด้วยข้อหาเดียวกันโดยคณะกรรมการด้านการค้าของสหรัฐ หรือ FTC ในเวลาไล่เลี่ยกัน

Broadcom ก็ยื่นข้อเสนอดังกล่าวให้ Qualcomm พิจารณาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันจันทร์ที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา

ไม่นาน ภายหลังข่าวการยื่นข้อเสนอซื้อกิจการ ราคาหุ้นของ Qualcomm ที่ตกลงมาตลอด ก็กระเตื้องขึ้น 3.5% ไปอยู่ที่ราว 65 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งสูงสุดนับแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา แต่ก็ยังต่ำกว่าราคาที่ Broadcom เสนอให้ คือ 70 ดอลลาร์ต่อหุ้นอยู่ดี

 

ข้อจำกัด

อย่างไรก็ตาม การเจรจาก็ยังไม่มีแนวโน้มจะจบสิ้นง่ายๆ เมื่อทาง Qualcomm ยังเชื่อว่าราคาที่ Broadcom เสนอให้นั้นต่ำเกินไป

นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดอีกหลายเรื่อง อาทิ การที่สำนักงานใหญ่ในปัจจุบันของ Broadcom ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ (ซึ่งทำให้มีสถานะเป็นบริษัทต่างชาติในสหรัฐ) ทำให้ Hock Tan ประธานและซีอีโอของบริษัท เตรียมย้ายสำนักงานใหญ่กลับมาในสหรัฐตามเดิม เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎของคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศ International Trade Commission ของกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ

นอกจากนี้ การควบรวมระหว่างสองบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมก็หมิ่นเหม่ต่อการถูกมองในแง่การกีดกันทางการค้าได้เช่นกัน เพราะเท่ากับว่าชิพที่ใช้กับสมาร์ทโฟนเกือบทุกแบรนด์จะอยู่ภายใต้การผลิตของบริษัทที่ถูกควบรวมโดยปริยาย

เช่นเดียวกับท่าทีของ Qualcomm ที่คงไม่ยอมลงเอยด้วยง่ายๆ หากข้อเสนอนั้นไม่เย้ายวนจริง

 

เรียบเรียงจาก

Broadcom Targets Qualcomm in Largest-Ever Tech Deal

What is Broadcom, and why is it trying to buy Qualcomm?

Apple sues Qualcomm for withholding $1 billion ‘as retaliation’

Gartner Says Worldwide Semiconductor Revenue Grew 1.5 Percent in 2016

Broadcom Is the Best iPhone Play: Jim Cramer

 

สำหรับสตาร์ทอัพ และใครที่ต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน

Facebook Comments