Advertisement

Amazon มาพร้อมกับแนวคิดปฏิวัติวงการอี-คอมเมิร์ซ ด้วยบริการ Prime Wardrobe ให้ลูกค้าสามารถทดลองสินค้ากลุ่มเสื้อผ้าได้ ก่อนตัดสินใจซื้อเฉพาะชิ้นที่ต้องการ

Jeff Bezos ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Amazon นั้นให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้ามาโดยตลอด และเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งให้บริษัทเติบโตเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการอี-คอมเมิร์ซในปัจจุบัน รวมถึงถูกคาดหมายว่าจะเป็นค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐในอนาคตอันใกล้

สำหรับ Prime Wardrobe เป็นบริการเสริมล่าสุด สำหรับลูกค้า Amazon Prime (บริการส่งของภายใน 48 ชั่วโมง – ฟังเพลงและดูภาพยนตร์แบบไม่จำกัด และอื่นๆ โดยคิดค่าบริการรายปี 99 ดอลลาร์ – ปัจจุบันเปิดให้บริการเฉพาะในบางประเทศ)

ด้วยบริการดังกล่าว ลูกค้าสามารถสั่งเสื้อผ้ามาลองใส่ได้ 3-15 ชิ้นต่อสัปดาห์ โดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อ และสามารถส่งคืนสินค้าที่ไม่ถูกใจโดยใช้กล่องซึ่งระบุที่อยู่จัดส่งกลับได้ทันที และทาง Amazon จะคิดเงินเฉพาะสินค้าที่ลูกค้าเลือกเก็บไว้เท่านั้น

 

 

Amazon ไม่ใช่บริษัทแรกที่มาพร้อมกับแนวคิด ‘ลองก่อนซื้อ’ ในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เพราะก่อนนี้ Warby Parker ร้านแว่นค้าปลีกเคยนำเสนอแคมเปญให้ลูกค้านำสินค้าไปลองใช้ก่อนเป็นเวลาห้าวันก่อนตัดสินใจซื้อมาแล้ว เช่นเดียวกับ Stich Fix ร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ (ลูกค้าต้องจ่ายเงินกินเปล่า 20 ดอลลาร์ เพื่อแลกกับบริการนี้)

นอกจากนี้ JackThreads สตาร์ทอัพที่ทำธุรกิจเครื่องแต่งกาย ด้วยไอเดียดังกล่าว ก็เคยประสบความล้มเหลว จนต้องปิดตัวลงไปเมื่อต้นปี 2016

อย่างไรก็ตาม ด้วยระดับสเกลของ Amazon การนำบริการนี้มาใช้ น่าจะส่งผลกระทบต่อวงการค้าปลีกเสื้อผ้าอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่า เพราะแม้ข้อเสนอส่งคืนสินค้าแบบไม่คิดค่าบริการ จะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น แต่เชื่อว่า Amazon สามารถชดเชยปัญหานี้ด้วยค่าบริการรายปีของสมาชิก Amazon Prime ได้นั่นเอง

 

สำหรับสตาร์ทอัพ และใครที่ต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน

Facebook Comments