เมื่อพูดถึงมหาเศรษฐี ในวงการเทคโนโลยียุคปัจจุบัน เราคงจะคุ้นเคยกับชื่อของ Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook หรือ Jeff Bezos จาก Amazon กันดีอยู่แล้ว

แต่วันนี้ เราจะมาพูดถึงนักธุรกิจ 8 รายที่สร้างตัวด้วยธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีในรอบ 3 ปีหลังสุดกันบ้าง

และนี่คือ 8 มหาเศรษฐี คนใหม่ล่าสุด จากรายงานของ Forbes และดัชนีของ Bloomberg

 

#8

สองพี่น้องตระกูล Collison (John และ Patrick) ประธานและ CEO ของ Stripe

 

 

รายได้สุทธิ : 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

อายุ : John 27 ปี และ Patrick 29 ปี

ตำแหน่ง : John, ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง / Patrick, CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง

John และ Patrick สองพี่น้องตระกูล Collison ตัดสินใจเลิกเรียนระดับมหาวิทยาลัยกลางคัน ในปี 2009 และมุ่งหน้าสู่ซิลิคอน วัลลีย์ เพื่อเริ่มก่อตั้งฟินเทคสตาร์ทอัพ ระบบรับชำระเงินออนไลน์ Stripe 

เจ็ดปีหลังการก่อตั้ง ทั้งคู่ระดมทุนได้มากถึง 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2016 ส่งผลให้ Stripe กลายเป็นฟินเทคสตาร์ทอัพที่มีมูลค่ามากที่สุด ที่ 9.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่สองพี่น้องคู่นี้ก็กลายเป็นมหาเศรษฐีในพริบตา

 

#7

Lucy Peng CEO ของ Ant Financial Service Group (AliPay)

 

 

รายได้สุทธิ : 1.14 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

อายุ : 44 ปี

ตำแหน่ง : CEO

Ant Financial Service Group (Ant Financial) หรือในชื่อเดิมที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดีอย่าง AliPay คือระบบชำระเงินออนไลน์ และผ่านมือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าที่สูงถึง 74,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และความสำเร็จดังกล่าวก็ส่งผลให้ Peng ในฐานะผู้ก่อตั้งและ CEO กลายเป็นมหาเศรษฐี เมื่อบริษัทเสนอขายหุ้น IPO ในปี 2014

 

#6

David Zalik, CEO ของ GreenSky

 

 

รายได้สุทธิ : 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

อายุ : 43 ปี

ตำแหน่ง : CEO & Co-Founder

Zalik ผู้ก่อตั้ง GreenSky ขึ้นโดยอาศัยเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การกู้ยืมเงินเป็นไปอย่างคล่องตัวขึ้น

ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา GreenSky ร่วมมือกับธนาคาร 14 แห่ง ระดมทุนได้กว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย

ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการของ GreenSky กว่า 1.2 ล้านราย และได้ผู้ร่วมลงทุนรายสำคัญ อย่าง Fifth Third Bancorp 

 

#5 Adam Neumann, CEO ของ WeWork

 

 

รายได้สุทธิ : 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

อายุ : 38 ปี

ตำแหน่ง : CEO & Co-Founder

WeWork เป็นธุรกิจ Co-Working Space ที่ก่อตั้งขึ้นโดย Neumann และ Miguel McKelvey และขยายสำนักงานไปแล้วกว่า 40 เมือง ทั่วสหรัฐ

ล่าสุด หลังได้เงินสนับสนุนจาก SoftBank กว่า 3 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ปัจจุบัน WeWork มีมูลค่ามากกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ แล้ว

 

#4 Frank Wang, CEO ของ DJI Technology

 

 

รายได้สุทธิ : 3.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

อายุ : 37 ปี

ตำแหน่ง : CEO & Co-Founder

จุดเริ่มต้นของ DJI มาจากการที่ Frank Wangได้คุยกับ Coling Guinn เพื่่อหาวิธีพัฒนาให้โดรน UAV สามารถถ่ายวิดีโอได้ โดยภาพไม่สั่น

การแก้ปัญหานี้ได้ ทำให้ ปัจจุบัน DJI ครองตลาด UAV ทั่วโลกได้มากถึง 70% ขณะที่ตัวบริษัทก็ได้รับการประเมินว่ามีมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

และในปี 2017 Frank Wang ก็ได้รับการบันทึกให้เป็นมหาเศรษฐีชาวเอเชีย ที่มีอายุน้อยที่สุด ด้วยวัยเพียง 37 ปี

 

#3 Rishi Shah, CEO ของ Outcome Health

 

 

รายได้สุทธิ : 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

อายุ : 31 ปี

ตำแหน่ง : CEO & Co-Founder

Rishi Shah เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Outcome Health สตาร์ทอัพสายเทคโนโลยีสุขภาพ ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์แท็บเล็ต หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่แก่โรงพยาบาล และผู้ให้บริการอื่นๆที่เกี่ยวกับสุขภาพ

และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทก็ได้รับการประเมินว่า มีมูลค่าสูงถึง 5.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

 

#2 Brian Acton, Co-Founder ของ WhatsApp

 

 

รายได้สุทธิ : 6.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

อายุ : 45 ปี

ตำแหน่ง : Co-Founder

Brian Acton คือผู้ร่วมก่อตั้ง WhatsApp ร่วมกับ Jan Koum

แม้เจ้าตัวจะเพิ่งแยกตัวไปเมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา แต่ความสำเร็จของแอพแชทรายนี้ที่ถูกซื้อกิจการไปโดย Facebook ก็น่าจะทำให้เจ้าตัว มีทรัพย์สินมากกว่า 6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

 

#1 Jan Koum, CEO ของ WhatsApp

 

 

รายได้สุทธิ : 9.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

อายุ : 41 ปี

ตำแหน่ง : CEO & Co-Founder

จุดเริ่มต้นของ Whatsapp เกิดขึ้นเมื่อ Jan Koum ลาออกจาก Yahoo! มาพักผ่อนถึง 1 ปีเต็ม

หลังถูกปฏิเสธจาก Facebook ในปี 2009 Jan ก็ตัดสินใจก่อตั้ง WhatsApp ขึ้น จนกลายเป็นแิพแชทยอดนิยม

จนสุดท้ายเจ้าตัวก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Facebook อยู่ดี เมื่อถูกซื้อกิจการในราคา 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ Jan Koum มีทรัพย์สิน สูงถึง 9.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

 

เรียบเรียงจาก : Forbes, Business Insider, Recode, Bloomberg

 

สำหรับสตาร์ทอัพ และใครที่ต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน

Comments

comment

Pisitgun Preeyaphanich

Pisitgun Preeyaphanich

Co-Founder, Developer, Content Creator, Website Developer, Data Analytics at AHEAD ASIA
ผมชื่อ "กันดั้ม"เด็ก Gen-Y ที่สนใจ เรื่องนวัตกรรม และธุรกิจดิจิทัล ชอบอ่าน ดู คิดเขียนเรื่องราวใหม่ๆ เพราะสนใจว่าอนาคตหน้าตาเป็นอย่างไร
Pisitgun Preeyaphanich