กลายเป็นข่าวฮือฮา และประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในซิลิคอน วัลลีย์ เมื่อ Y Combinator หนึ่งใน Accelarator เบอร์ต้นๆของโลก ถอด Peter Thiel มหาเศรษฐีคนดังแห่งวงการไอที อดีตผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal ออกจากการเป็น Part-Time Partner เป็นที่เรียบร้อย

โดย Ryan Mac ผู้สื่อข่าวของ BuzzFeed เป็นรายแรกที่รายงานประเด็นนี้ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังจากพบว่าเว็บไซต์ทางการของ Accerlorator ชื่อดัง ในหน้าบล็อกส่วนตัวของ Sam Altman ประธาน Y Combinator มีการแก้ไขและใส่ข้อความใหม่ว่า Edit: Peter Thiel is no longer affiliated with Y Combinator. ( แก้ไข : Peter Thiel ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Y Combinator อีกต่อไป ) และเมื่อ Mac พยายามติดต่อขอพูดคุยกับ Thiel และ Altman ก็ได้รับการปฏิเสธจากทั้งคู่

 

 

ในขณะเดียวกัน BuzzFeed ก็เผยว่า ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับ Y Combinator ว่าเป็นเรื่องจริง ทำให้หลายฝ่ายมองว่าการแยกทางกันในครั้งนี้อาจมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะในระยะหลังๆนั้น Peter Thiel มักจะทำอะไรสวนทางกับเสียงส่วนใหญ่ใน ซิลิคอน วัลลีย์ อยู่เสมอ เช่นการสนับสนุน และเป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษาของประธานาธิบดี Donald Trump ที่นอกจากจะไม่สนับสนุนพลังงานสะอาดเท่าที่ควร แถมยังมีนโยบายกีดกันผู้อพยพที่กระทบกับการจ้างงานของธุรกิจต่างๆในซิลิคอน วัลลีย์โดยตรง

 

 

อย่างไรก็ตาม Sam Altman ประธานของ Y Combinator ได้ทวีตปฏิเสธในเรื่องนี้ว่า “แม้ Thiel จะเป็นผู้สนับสนุนตัวยงของทรัมป์ และผมไม่เห็นด้วย แต่ YC ไม่มีทางไล่ใครออกเพียงเพราะสนับสนุนพรรคการเมืองที่ต่างกัน”

ขณะเดียวกันมีอีกกระแสข่าวพยายามจะอธิบายว่า จริงๆแล้วการยุติบทบาทของ Peter Thiel ในฐานะ Part-Time Partner เป็นเรื่องปกติ เพราะ Y Combinator ต้องการจะยกเลิกตำแหน่งนี้อยู่แล้ว โดยจะให้ Part-Time Partner คนอื่นอย่างๆ Andrew Mason ผู้ก่อตั้ง Groupon หรือ Patrick Collison ผู้ก่อตั้ง Stripe ไปรับตำแหน่ง Expert แทน

Y Combinator นั้นเป็น Accelarator ที่เคยบ่มเพาะสตาร์ทอัพที่มีชื่อเสียงอย่าง Dropbox, Airbnb, Stripe และ Reddits มาแล้ว ขณะที่ฝั่ง Peter Thiel นั้นนอกจากจะเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal เขายังเป็นคนเขียนหนังสือขายดีที่สุดเล่มหนึ่งในโลกสตาร์ทอัพอย่าง Zero to One และ เป็นบอร์ดของ Facebook ทำให้เขาจัดว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในซิลิคอน วัลลีย์

 

สำหรับสตาร์ทอัพ และใครที่ต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน