กวิน ตั้งอุทัยศักดิ์: ‘LINE ไม่ได้ disrupt สื่อ เราช่วยให้คอนเทนท์เข้าถึงผู้บริโภคง่ายขึ้น’

ทุกวันนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาร์ทโฟนกลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวันของเราไปเรียบร้อย ไม่ใช่แค่ในแง่ของการติดต่อสื่อสาร แต่ยังรวมไปถึงการเข้าถึงคอนเทนท์ต่างๆในโลกออนไลน์ด้วย

ข้อมูลในปี 2559 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ในจำนวนประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไป ประมาณ 62.8 ล้านคน มีผู้ใช้สมาร์ทโฟน มากถึง 31.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 50.5 (และคาดว่าอาจถึงหลัก 45 ล้านคนในปีนี้) โดยมีอัตราการใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปี 2555 ที่มีเพียง 5 ล้านคน หรือร้อยละ 8.0

หนึ่งในธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คงไม่พ้น LINE ที่เริ่มต้นจากการเป็นแอพแชท และเติบโตจนกลายเป็น ‘แพลทฟอร์ม’ ขนาดใหญ่ที่มีบริการหลากหลายตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบัน

ในโอกาสที่ LINE TV เปิดตัวรายการเรียลลิตี้โชว์ “Startup Star (ดารา 4.0)” ร่วมกับพันธมิตรอย่าง TV Thunder และ Rise Academy ทีมงาน AHEAD.ASIA ก็มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณกวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ ผู้อำนวยการธุรกิจคอนเทนท์ บริษัท LINE ประเทศไทย ถึงทิศทางของ ‘สื่อเก่า’ และ ‘สื่อใหม่’ รวมถึงอนาคตของแอพสีเขียวรายนี้ ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การส่งข้อความหรือสติกเกอร์อีกต่อไป

 

ช่องทางในการเสพสื่อ’ที่มากขึ้น’

ทุกวันนี้ เราจะสังเกตว่าบนระบบขนส่งมวลชนอย่าง BTS หรือ MRT คนจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาบริโภคคอนเทนท์มากขึ้น ในมุมมองของคุณกวินนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นมากกว่าแค่ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนไป

“ไม่ใช่แค่เรื่องไลฟ์สไตล์ ผมว่าของเหล่านี้มันทำให้คนบริโภคข้อมูลได้มากขึ้นด้วย ถ้าเราลองย้อนกลับไปเปรียบเทียบกับเมื่อสิบปีก่อน การที่คนเราจะเสพสื่อได้ ก็ต้องไปซื้อหนังสือพิมพ์อ่าน หรือกลับบ้านดูทีวี ซึ่งถ้าคุณอยู่บนระบบขนส่งพวกนี้มันก็เป็นเรื่องไม่สะดวกเท่าไหร่ แต่มือถือทำให้เราบริโภคคอนเทนท์ได้ตลอดวัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน มันเป็นช่องทางให้เราได้เข้าถึงคอนเทนท์ดีๆมากขึ้นมากกว่า”

“ผมว่าปัจจุบัน เราเริ่มหันมาบริโภคคอนเทนท์ที่เป็นข่าว วิดีโอ หรือทีวี บนมือถือมากขึ้น ทุกวันนี้เฉพาะในบ้านเรา ก็มีคนใช้โทรศัพท์มือถือราวๆ 45 ล้านคน ยังไงคอนเทนท์ก็ต้องโยกมาอยู่บนโทรศัพท์มือถือมากขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายของการใช้อินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มีราคาถูกลงเรื่อยๆ นี่เป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นแน่นอนใน 3-5 ปีจากนี้”

ในทรรศนะของคุณกวิน คือแพลทฟอร์มแบบดั้งเดิมที่เป็นออฟไลน์ ก็จำเป็นต้องหาวิธีใหม่ๆในการเข้าถึงผู้บริโภค และ LINE ก็น่าจะเป็นพันธมิตรที่ดีในการช่วยตอบโจทย์ตรงนี้ได้

 

disrupt? หรือ enable?

 

 

หนึ่งคำที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในระยะหลังคือ disruption โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธุรกิจสื่อในปัจจุบัน ที่หลายคนมองว่าสื่อแบบดั้งเดิมกำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่คุณกวินมองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ จะไม่ได้ทำให้ผู้ผลิตคอนเทนท์ถูกกวาดหายไป ตรงกันข้าม จะเป็นการเปิดประตูให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นด้วยซ้ำ

“ผมไม่คิดว่าสื่อเก่าถูก disrupt นะ แต่ในฐานะแพลทฟอร์มดิจิทัล เราเลือกใช้คำว่า ‘enable’ มากกว่า คือผมมองว่า LINE ที่มีฐานลูกค้าจำนวนมากอยู่แล้ว สามารถช่วยให้คอนเทนท์ของผู้ผลิตไปถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น หน้าที่ของเราก็คือการสนับสนุนตรงนี้ให้เกิดขึ้น ง่ายขึ้น ไวขึ้น”

“บทบาทของเราไม่ใช่ผู้ผลิตคอนเทนท์ เราก็ไม่ได้พยายามจะ disrupt สิ่งที่เราพยายามทำ คือช่วยเผยแพร่คอนเทนท์ที่ดี คนที่ทำสื่อก็ยังทำคอนเทนท์ของตัวเองต่อไป เพียงแต่ช่องทางในการเผยแพร่มันเปลี่ยนรูปแบบไป LINE จะทำหน้าที่เป็น distributor ให้เค้าแทน หรืออย่าง Startup Star ที่ระบุว่าเป็น original content แต่ LINE ไม่ได้เป็นผู้สร้างเอง ส่ิงที่เราทำ คือจับมือกับพันธมิตรคือ TV Thunder และ RISE Academy ในการผลิตรายการนี้ขึ้นมา”

 

LINE ในแวดวงสตาร์ทอัพ

สำหรับ LINE ซึี่งเป้็นบริษัทที่คลุกคลีกับเทคโนโลยีโดยตรง การนำเสนอรายการที่เกี่ยวข้องกับสตาร์ทอัพจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ เห็นได้จากการดำเนินงานในหลายๆด้านที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคนรุ่นใหม่โดยตรงในช่วงที่ผ่านมา

“เราเป็นแพลทฟอร์มที่สนับสนุนสตาร์ทอัพและ SME อยู่แล้ว ที่ผ่านมา LINE ก็เป็นช่องทางโฆษณาของ SME จนเมื่อปีที่ผ่านมา เราก็หันมาเน้นสตาร์ทอัพมากขึ้น เพราะเราเห็นศักยภาพของคนกลุ่มนี้ในการสร้างอะไรใหม่ๆ”

“เราเคยจัด LINE HACK เปิดให้คนมาแข่งขันกันพัฒนา chat bot ตอนนั้น ผู้ชนะคือทีม DGM59 สุดท้ายก็ถูกดึงมาเป็นทีมเอ็นจิเนียร์ของเรา นั่นก็เป็นวิธีนึงในการสนับสนุนสตาร์ทอัพให้เติบโตได้”

นอกจากนี้ ทาง LINE ก็เตรียมที่จะเปิด API ให้ developer ทั้งหลายเข้ามาพัฒนาบริการ/ผลิตภัณฑ์บนแพลทฟอร์มของ LINE ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้เข้าถึงผู้ใช้บริการได้ง่ายยิ่งขึ้น เนื่องจาก LINE เป็นแพลทฟอร์มหลักในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว

“เพียงแค่ลูกค้าแอดแอคเคาท์ของสตาร์ทอัพนั้นๆ จากนั้นก็สามารถใช้บริการหรือผลิตภัณฑ์ของสตาร์ทอัพเหล่านั้นได้เลย ซึ่งผมเชื่อว่ามันจะช่วยลดปัญหาในการหาลูกค้าของสตาร์ทอัพ รวมถึงแก้ปัญหาแอพพลิเคชั่นหลายๆตัวที่ถูกดาวน์โหลดมาแล้วไม่ได้ใช้งาน”

 

ความคาดหวังที่มีต่อ Startup Star

 

 

เมื่อเทียบกับคอนเทนท์เพื่อความบันเทิงอื่นๆแล้ว Startup Star ที่วางตัวไว้เป็น Edutainment คือมีทั้งสาระและความบันเทิงอยู่ด้วยกัน จึงไม่น่าจะใช่คอนเทนท์สำหรับคนหมู่มาก แต่คุณกวินก็เชื่อว่านี่จะเป็นรายการที่เป็นประโยชน์แก่บริษัทรวมถึงธุรกิจของประเทศในระยะยาวได้

“ในฐานะที่เป็น original content ของเรา จุดประสงค์หลักๆสองอัน ก็คือถ้าเป็นคอนเทนท์ที่ mass อยู่แล้ว เราก็หวังผลชัดเจน อาจจะเป็นการขยายฐานยูสเซอร์ ฯลฯ”

“แต่ในกรณีนี้ เราสนใจที่การสร้างคอนเทนท์เพื่อประโยชน์อื่น เช่นเป็น long term benefit ให้แพลทฟอร์ม อาจจะเป็นการปูทางไปสู่การซัพพอร์ตสตาร์ทอัพหรือ SME ซึ่งคอนเทนท์พวกนี้ก็จะทำหน้าที่สนับสนุนการกระตุ้นธุรกิจเหล่านี้ในประเทศไทยได้”

 

อนาคตของ LINE 

จากจุดตั้งต้นที่เป็นแอพแชท ซึ่งมาพร้อมจุดขายน่ารักๆอย่าง สติกเกอร์ ทุกวันนี้ LINE เติบโตมาไกลกว่าที่หลายคนคาดคิด และคุณกวินก็เชื่อว่าในอนาคตข้างหน้า แอพพลิเคชั่นสีเขียวเจ้านี้จะยังขยายตัวออกไปได้อีกมากโดยเฉพาะการมีส่วนร่วมกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบัน

“เรายังเห็นโอกาสที่จะเข้าไปเพิ่ม engagement หรือมีบทบาทในไลฟ์สไตล์ของคนในประเทศมากขึ้น เพราะเราเลือกที่จะวางตัวเป็นแพลทฟอร์ม ซึ่งมันเปิดช่องให้เราได้ร่วมงานกับพันธมิตรแต่ละเจ้า เพื่อให้เติบโตไปด้วยกัน เหมือนที่ LINE TV พยายามหาพาร์ทเนอร์ที่จะร่วมป้อนคอนเทนท์ดีๆให้ผู้ชม หรืออาจจะเป็น LINE MAN ที่จับมือกับพันธมิตรอื่นๆ อย่าง Wongnai เพื่อการเติบโตของธุรกิจ Food Delivery เป็นการเปลี่ยนร้านอาหารเหล่านี้จากที่เคยเป็นออฟไลน์ให้กลายเป็นออนไลน์”

 

LINE TAXI ซ้อน Uber?

ส่วนการเปิดตัว LINE TAXI ซี่งจะเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่ม Ridesharing ที่มีการแข่งขันกันสูงนั้น คุณกวินอธิบายว่าเป็นการเติบโตในลักษณะหนึ่งของตัวแพลทฟอร์ม ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นพันธมิตรกับ Uber หนึี่งในผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมนี้แต่อย่างใด

“การเป็นพันธมิตรกับ Uber ผมมองว่าเป็นตัวอย่างที่ดีในการเปิด API ให้คนภายนอกนำไปพัฒนา และเป็นพาร์ทเนอร์ของเรา มันแสดงให้เห็นว่าแพลทฟอร์มของเราทำอะไรได้บ้าง เหมือนที่เคยมีสถิติว่า 1 ใน 3 ของแอพที่ดาวน์โหลดมา จะถูกลบในไม่กี่วัน และคนไทยจริงๆก็ใช้งานแพลทฟอร์มหลักอยู่แค่ไม่กี่อัน และ LINE ก็เป็นหนึ่งในนั้น”

“กรณีของ LINE TAXI ในฐานะที่เราเป็นแพลทฟอร์ม เราก็ต้องเปิดกว้างให้ทุกคนเข้ามาอยู่ในนี้ได้ ทั้งธุรกิจด้านโฆษณาของเรา ธุรกิจด้าน API ของเรา ก็ต้องทำงานร่วมกับลูกค้าหลายๆแบบ โดยไม่ได้คิดว่าจะเป็นคู่แข่งกันหรือไม่ LINE TAXI ที่เป็นส่วนหนึ่งของ LINE MAN เราก็ทำของเราไป ส่วนการเป็นพาร์ทเนอร์กับ Uber ก็ยังคงดำเนินไป เราแยกทั้งสองกรณีออกจากกันแบบชัดเจนครับ”

 

สำหรับสตาร์ทอัพ และใครที่ต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน

Comments

comment

Chatree Tansathawerat

Chatree Tansathawerat

อดีตบรรณาธิการข่าวกีฬา และนักเขียนในนิตยสารดนตรี ที่สนใจเรื่องราวใหม่ๆรอบตัว เพื่อไล่ตามโลกที่กำลังหมุนไปอย่างรวดเร็วให้ทัน

Former football correspondent & music contributor who wants to keep up with fast-paced world.
Chatree Tansathawerat