นางพรนิจ ตุลย์วัฒนจิต ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายปฏิบัติการสนับสนุน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เผยได้ร่วมกับ “กลุ่มพันธมิตร R3” (R3 Consortium) ผู้พัฒนาฟินเทค และ “TradeIX” ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการเงินระหว่างประเทศ (Trade Finance) เพื่อนำบล็อกเชนมาใช้กับบริการธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศแบบ Open Account เพิ่มประสิทธิภาพการบริการ และเกิดความสะดวกปลอดภัยยิ่งขึ้น

บริการนี้จะช่วยให้สถาบันการเงินสามารถพิจารณาการให้บริการทางการเงินได้ทันที ทั้งก่อนและหลังจัดส่งสินค้า ช่วยลดความเสี่ยงสำหรับผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าจากทั่วโลก สามารถเข้าถึงสินเชื่อในเวลาที่ต้องการ และลดความเสี่ยงในวงจรการค้าระหว่างกัน นอกจากนี้ ระบบยังถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานหรือพัฒนาร่วมกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้อีกด้วย

“บริการนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของเทคโนโลยี Distributed Ledger หรือบล็อกเชน ที่นำมาปรับใช้ได้จริงในหลายกรณี อีกทั้งยังเป็นการแบ่งปันความรู้ระหว่างสถาบันการเงินของกลุ่มพันธมิตรที่ทำงานร่วมกัน โดยการพัฒนา Trade Finance นับเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการทดสอบแนวคิดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบริการ เนื่องจากการค้าระหว่างประเทศนั้นมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ซึ่งอาจไม่เคยทำธุรกิจด้วยกันมาก่อน ธนาคารจึงเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดของกลุ่มพันธมิตร R3 จะช่วยให้ธนาคารสามารถพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ และนำเสนอโซลูชั่นที่ตรงความต้องการและมีประโยชน์แก่ลูกค้าของเราได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” นางพรนิจ กล่าว

ด้าน นายเอียน กาย กิลลาด ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารฯ ยังเป็น 1 ใน 11 พันธมิตรที่สามารถนำแอปพลิเคชันใหม่ ที่ R3 และ CGI พัฒนาร่วมกัน มาช่วยสนับสนุนการออก Letter of Credit (L/C) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนและต้นทุนลง เชื่อมโยงกับผู้ส่งสินค้า และผู้ให้บริการด้านขนส่ง ให้เข้าถึงรายละเอียดของการจัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ทุกขั้นตอน และเป็นมาตรฐานเดียวกัน แม้ธุรกิจแต่ละแห่งจะมีเทคโนโลยีที่แตกต่างกันก็ตาม

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกับ Banking Industry Architecture Network (BIAN) องค์กรอิสระที่ไม่แสวงหากำไร โดยมีสมาชิก 4 กลุ่มร่วมกันพัฒนา ประกอบด้วย สถาบันการเงิน (Financial Institution) ผู้ผลิตและจำหน่ายซอฟท์แวร์ (Software vendors) ผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมธนาคาร (Service Providers of the Bank Industry) และสถาบันวิชาการ (Academic) เพื่อร่วมกันพัฒนาสถาปัตยกรรมการบริการด้านการการเงินให้ดียิ่งขี้นด้วย

 

สำหรับสตาร์ทอัพ และใครที่ต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน