ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาขึ้นโดย Alibaba และ Microsoft เอาชนะมนุษย์ได้แล้วในการทดสอบการอ่านเพื่อทำความเข้าใจ ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ที่ผ่านมา Alibaba Group Holding Ltd. ยักษ์ใหญ่ด้านอี-คอมเมิร์ซของจีนที่มี Jack Ma เป็นผู้ก่อตั้ง ได้พยายามพัฒนา AI ให้สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้เหมือนมนุษย์ และล่าสุด คือการสร้าง AI ที่สามารถอ่านทำความเข้าใจตัวอักษรและชุดคำของมนุษย์ได้ด้วยตัวเอง

และในการทดสอบการอ่าน Stanford Question Answering Dataset (SQuAD) ซึ่งเป็นชุดคำถามกว่า 100,000 คำถาม จากเนื้อหาบนสารานุกรมออนไลน์ Wikipedia กว่า 500 บทความ ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เมื่อ 11 ม.ค. ซึ่งในการตอบคำถามเหล่านี้ได้ AI ต้องอ่านทำความเข้าใจในตัวโจทย์เหล่านั้นเสียก่อน

ผลปรากฎว่า ซอฟท์แวร์ของ Alibaba สามารถทำคะแนนได้ที่ 82.44 คะแนน เอาชนะคะแนนสูงสุดของคนปกติซึ่งได้อยู่ที่ 82.304 ไปอย่างฉิวเฉียด เช่นเดียวกับซอฟท์แวร์ของ Microsoft ที่ได้คะแนน 82.650 จากการทดสอบในวันรุ่งขึ้น

“มันหมายความว่าตอนนี้คำถามประเภท ‘ฝนตกเพราะอะไร’ สามารถให้คำตอบได้โดยเครื่องจักรกลที่มีความแม่นยำสูง” Luo Si หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์การประมวลผลหลักภาษาของ Alibaba institute ระบุ

“เทคโนโลยีนี้สามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานที่หลากหลาย เช่นการให้บริการลูกค้า, การจัดการพิพิธภัณฑ์, การบริการลูกค้าออนไลน์ ไปจนถึงการใช้ทางการแพทย์ และสามารถลดความต้องการแรงงานคนลงได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”

ขณะที่ จีน ก็ตั้งมั่นจะขึ้นเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ของโลก ภายในปี 2030 และรัฐบาลจีนยังเคยเผยถึงเป้าหมายการสร้างอุตสาหกรรม AI ให้มีมูลค่าถึงราว 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายใน 2 ปีข้างหน้าด้วย

 

AHEAD TAKEAWAY

หลังจากติดปัญหาในการพัฒนาเมื่อทศวรรษก่อน ปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์เริ่มแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จน Jeff Bezos CEO ของ Amazon เรียกยุคนี้ว่าเป็นยุคทองของ AI เลยทีเดียว เห็นได้จากความสำเร็จของ AlphaGo หรือ AlphaZero ที่เอาชนะมนุษย์ระดับแชมป์โลก ได้ในการแข่งขันโกะและหมากรุกตามลำดับ

หากพิจารณาตามที่ Bezos ว่าไว้ เราอาจมองว่าพัฒนาการของ AI นั้น เป็นไปตามกฎของมัวร์ (Moore’s Law) ได้เช่นกัน คือหลังจากลองผิดลองถูกในช่วงแรก จากนี้ไปก็จะเริ่มพัฒนาในลักษณะทวีคูณ จนเห็นภาพชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งทำในสิ่งที่ซับซ้อนมากๆ และจะทำให้ตลาดแรงงานในอนาคต มีการพึ่งพา AI มากกว่าคน