เมื่อเอ่ยถึงความสำเร็จของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในเอเชีย หนึ่งในชื่อลำดับต้นๆที่ถูกพูดถึง คงไม่พ้น แจ๊ค หม่า แห่ง Alibaba Group ผู้เริ่มต้นจากการเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ จนกลายเป็นเจ้าของอาณาจักรอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย ที่โค่นคู่แข่งจากโลกตะวันตก อย่าง eBay ลงได้ และกำลังขยายอาณาเขตไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ ไล่ตั้งแต่ภาพยนตร์ ไปจนถึงเทคโนโลยี virtual reality และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ว่ากันว่า หนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จของ หม่า คือการปฏิบัติตามคำสอนจาก Dao-De-Jing (เต้า เต๋อ จิง/เต๋าเต็กเก็ง) คัมภีร์อภิปรัชญาของ เหลาจื๊อ ที่เจ้าตัววางไว้บนโต๊ะทำงาน และหยิบขึ้นมาทบทวนอยู่เสมอ

แม้ เต้า เต๋อ จิง จะไม่ใช่ตำราด้านธุรกิจ แต่ หม่า และนักธุรกิจมากมาย ก็เรียนรู้วิถีในการดำเนินชีวิต รวมถึงการทำธุรกิจ โดยยึดมั่นจากแนวทางที่ เล่าจื้อ วางไว้ และนี่คือบทเรียน 8 ข้อที่ผู้ประกอบการทุกคนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้

*หมายเหตุ – สำนวนภาษาไทย ยึดตามหนังสือ วิถีแห่งเต๋า หรือคัมภีร์เต๋าเต็กเก็งของปราชญ์เหลาจื๊อ โดย พจนา จันทรสันติ (สำนักพิมพ์เคล็ดไทย ISBN 9743152644)

 

 

เชื่อมั่นบุคลากรในทีม 

ผู้ปกครองที่ดีที่สุดนั้น ราษฎรเพียงแต่รู้ว่ามีเขาอยู่   
ที่ดีรองลงมา ราษฎรรักและยกย่อง
ที่ดีรองลงมา ราษฎรกลัวเกรง
รองลงมาเป็นอันดับสุดท้าย ราษฎรชิงชัง

เมื่อนักปกครองขาดศรัทธาในเต๋า ก็มักต้องการให้ประชาชนมาศรัทธาในตน
แต่สำหรับนักปกครองที่ยอดเยี่ยมนั้น เมื่อภารกิจได้สำเร็จลงแล้ว การงานได้ลุล่วงลงแล้ว
ราษฎรต่างพากันภาคภูมิใจและกู่ก้องว่า ” การงานนั้นล้วนสำเร็จลงด้วยความสามารถของเรา

 

ใน เต้า เต๋อ จิง นั้นมีการพูดถึงความเป็นผู้นำอยู่หลายบท และบทที่ 17 นี้ก็นับเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับผู้ประกอบการทั่วไป เพราะหากคุณไม่ไว้วางใจในผู้ใต้บังคับบัญชาแล้ว ก็ไม่มีทางที่คุณจะเป็นที่ยอมรับของคนเหล่านั้นเช่นกัน

เหมือนที่ หม่า ศรัทธาในตัวลูกจ้างที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่ยังใช้อพาร์ทเมนต์ที่เช่าอยู่เป็นออฟฟิศของ Alibaba ยุคแรก เขาพิจารณาคนอย่างถี่ถ้วนก่อนเลือกมาร่วมงาน ให้อำนาจในการทำงานอย่างเต็มที่ และได้รับผลตอบแทนเป็นการยอมรับจากคนเหล่านั้น

 

รับมือกับความล้มเหลว

เมื่อสัจธรรมแห่งเต๋าเสื่อมโทรมลง
ความถูกต้องและความดีงามก็เกิดขึ้น
เมื่อความรอบรู้และความเฉลียวฉลาดเกิดขึ้น
ความหน้าไหว้หลังหลอกก็ติดตามมา

 

ในบทนี้เป็นการอธิบายถึงการเกิดขึ้นของสิ่งใหม่ เมื่อสิ่งเก่าถูกทำลาย ผู้ประกอบการทุกคนล้วนต้องประสบปัญหาหรือความล้มเหลวมาก่อน แต่แทนที่จะก้มหน้ายอมแพ้ การมองหาแง่มุมใหม่ๆจากความล้มเหลว จะเป็นประโยชน์มากกว่า

เพราะเมื่อโครงการหนึ่งล้มเหลว ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการต่อๆไปแทน ซึ่งจะเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากในห้องเรียน

ก่อนจะนำ Alibaba มาถึงจุดนี้ได้ หม่า ก็เคยล้มเหลวกับ China Pages เว็บไซต์ยุคแรกของจีนที่มีไว้สำหรับค้นหารายชื่อต่างๆ (ลักษณะเดียวกับ Yellow Pages) แต่เจ้าตัวก็นำบทเรียนที่ได้รับมาปรับใช้ ด้วยการเปลี่ยนเป้าหมายจากการเป็นสมุดหน้าเหลือง มาเป็นตัวกลางเพื่อเชื่อมบริษัทต่างๆของจีนเข้ากับลูกค้าในต่างประเทศแทน

 

รู้จักตน

ผู้ที่เข้าใจผู้อื่นคือผู้รอบรู้ ผู้ที่เข้าใจตนเองคือผู้รู้แจ้ง
ผู้ที่มีชัยต่อคนอื่นคือผู้มีกำลัง ผู้ที่มีชัยต่อตนเองคือผู้เข้มแข็ง
ผู้ที่มักน้อยคือผู้ร่ำรวย ผู้ที่มานะพยายามคือผู้มีความหวัง

 

บทนี้สอนถึงการเป็นผู้นำว่าการเข้าถึงผู้อื่นเป็นเรื่องสำคัญ แต่สำคัญกว่าคือการรู้จักและเข้าใจตนเอง

สตาร์ทอัพจำนวนมากล้มเหลว เพราะผู้ก่อตั้งประเมินศักยภาพตัวเองผิดพลาด การรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราทำได้และไม่ได้จึงเป็นเรื่องสำคัญ

หม่า ไม่เคยปฏิเสธที่จะพูดถึงความผิดพลาดในอดีตของตัวเอง เพราะเจ้าตัวยอมรับว่าตัวเองก็เป็นคนธรรมดาคนหนี่งที่สามารถพลาดได้เสมอนั่นเอง

 

วิสัยทัศน์

ยึดมั่นในหนทางอันยิ่งใหญ่ (เต๋า) และโลกทั้งโลกก็จะดำเนินรอยตาม
ตามรอยนี้ก็จะนิราศจากภัย มีชีวิตอยู่ด้วยความรุ่งเรือง สันติสุข และมั่นคง

 

สตาร์ทอัพที่อยู่รอดในวงการได้ มักเกิดจากวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และรักษาไว้อย่างมั่นคง ซึ่งเป็นสิ่งที่ หม่า ยึดมั่นไว้ตลอด ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง Alibaba นั่นคือการสร้างให้จีนแข็งแกร่งด้วยอีคอมเมิร์ซ

แม้ในช่วงแรกคนจะมองว่าเขาบ้าหรือคิดการใหญ่เกินตัว แต่ด้วยความเชื่อมั่นอย่างจริงจัง อดีตครูสอนภาษาอังกฤษคนนี้ก็ล้มยักษ์ใหญ่จากตะวันตกอย่าง eBay จนได้

 

ทำงานหนักเพื่อรอโอกาส

เมื่อคนในระดับสูงได้รับฟังเต๋า ก็ปฏิบัติตามอย่างมานะ
เมื่อคนในระดับปานกลางได้รับฟังเต๋า บางครั้งก็เข้าใจบางครั้งก็ไม่เข้าใจ
เมื่อคนในระดับต่ำสุดได้รับฟังเต๋า ก็หัวเราะเยาะด้วยเสียงอันดัง หากมิถูกหัวเราะเยาะก็คงจะมิใช่เต๋าแล้ว

 

ผู้ประกอบการที่ดีมักมองเห็นโอกาสในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น เหมือนที่ไอเดียในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซในจีน ของ แจ๊ค หม่า ถูกคนทั่วไปหัวเราะเยาะ ทั้งที่โอกาสเดียวกันนั้นรออยู่ตรงหน้าคนเหล่านั้นเช่นกัน

ขณะเดียวกัน การมุ่งหน้าสู่เป้าหมายนั้นด้วยการทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นสิ่งที่ หม่า ทำมาตลอดเช่นกัน

 

ความรู้

ผู้ที่รู้ไม่พูด / ผู้ที่พูดไม่รู้

ความหมายในบทนี้ชัดเจนอยู่ในตัวเองแล้ว และเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนควรนำไปประยุกต์ใช้ ไม่เพียงแค่เรื่องของการให้สัมภาษณ์หรือพิทช์งานเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปใช้ในบริบทอื่นได้ด้วย เช่นการสัมภาษณ์รับคนเข้าทำงาน หรือดูท่าทีที่ปรึกษาหรือนักลงทุน

แม้ หม่า จะเป็นคนที่ให้สัมภาษณ์บ่อยครั้ง และตรงไปตรงมา แต่ก็ผ่านการคัดครองมาแล้วเป็นอย่างดี การเลือกพูดในสิ่งที่ตนรู้ และเลี่ยงไม่ตอบสิ่งที่ไม่แน่ใจ บางครั้งก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน

ความโลภ

เมื่อราษฎรอดอยากยากแค้นเพราะผู้ปกครองเก็บภาษีมากเกินไป
ราษฎรที่หิวโหยย่อมไม่อาจปกครองได้ นี่เกิดจากผู้ปกครองเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากเกินไป ทำให้ปกครองพลเมืองไม่ได้

 

ความโลภที่มากเกินไป ไม่เคยเป็นผลดี ในการทำธุรกิจก็เช่นกัน ผู้ประกอบการ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ก็ไม่ควรคิดถึงแต่เรื่องผลกำไรขาดทุนเพียงอย่างเดียว ความรู้สึกของลูกจ้างและพนักงานก็มีความสำคัญเช่นกัน

Jack Ma ที่เคยผ่านช่วงเวลาของการเป็นลูกจ้างมาก่อน เข้าใจตรงจุดนี้ดี จึงพยายามทำให้งานที่ Alibaba เป็นเรื่องสนุกสำหรับพนักงาน เช่นเดียวกับผลตอบแทนที่ทำให้คนส่วนใหญ่พอใจ

 

ให้ความสำคัญกับคนรอบข้างก่อน

ฟ้ามีอายุยาวนาน ดินมีอายุยาวนาน เหตุเพราะฟ้าและดิน มิได้ดำรงอยู่ เพื่อตนเอง จึงอาจอยู่ได้คงทน

ดังนั้นปราชญ์ย่อมตั้งตนอยู่รั้งท้าย และก็จะกลับกลายเป็นหน้าสุด ละเลยตนเอง แต่กลับมีชีวิตอยู่ได้ด้วยดี
เพราะปราชญ์มิได้อยู่เพื่อตนเองหรือมิใช่ ตัวตนของท่านจึงถึงซึ่งความสมบูรณ์

 

องค์กรที่จะประสบความสำเร็จได้ ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญกับพันธกิจและภารกิจเป็นลำดับแรก และคนในองค์กรที่จะปฏิบัติงานเหล่านั้น และให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นลำดับสุดท้าย เพราะหากคิดถึงตัวเองก่อน บางครั้งเป้าหมายส่วนตัวอาจขัดแย้งกับเป้าหมายขององค์กรก็ได้

ในหลายสถานการณ์ แจ๊ค หม่า ก็เลือกที่จะทิ้งประโยชน์ในระยะสั้น (เช่น การไล่พนักงานที่มีผลงานดี แต่ติดสินบนเจ้าหน้าที่) เพื่อรักษาภาพลักษณ์ และผลประโยชน์ในระยะยาวขององค์กรแทน

 

เรียบเรียงจาก

8 lessons from Jack Ma’s favorite book

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า