Netflix ผู้ให้บริการ vod (video on demand) ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐ มีมูลค่าถึง 1 แสนล้านดอลลาร์แล้ว เป็นผลจากยอดผู้ลงทะเบียนรับชม (subscribers) เติบโตขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2017

Netflix ก่อตั้งขึ้นโดย Reed Hastings กับ Marc Randolph เมื่อปี 1997 เริ่มต้นธุรกิจในฐานะบริษัทเช่าแผ่นดีวีดีภาพยนตร์ทางไปรษณีย์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนจะค่อยๆ พัฒนามากลายเป็นผู้ให้บริการวิดีโอแบบสตรีมมิ่งผ่านอินเทอร์เน็ตในช่วงปี 2011 และขยายการให้บริการไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก อันรวมถึงประเทศไทย จนกลายเป็นหนึ่งในผู้นำสื่อบันเทิงออนไลน์ระดับโลกในตอนนี้

การเติบโตด้านมูลค่าของ Netflix เป็นผลจากการทุ่มเงินลงทุนอย่างหนักเพื่อเพิ่มคุณภาพคอนเทนท์ของบริษัทจนสามารถดึงดูดยอดผู้สมัครได้อย่างต่อเนื่อง

มีการเปิดเผยว่ายอดผู้ลงทะเบียนรับชม Netflix ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีก่อน เพิ่มจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึงกว่า 8 ล้านรายทั่วโลก รวมเป็น 24 ล้านรายตลอดปี 2017 ส่งผลให้มียอดผู้ลงทะเบียนมากถึง 117 ล้านราย ส่งผลให้มูลค่าของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ต้อนรับปี 2018

นอกจากนี้ ยังมีการประเมินว่าในไตรมาสแรกของปีนี้ ยอดผู้สมัครสมาชิกของ Netflix ยังจะเพิ่มขึ้นอีก 1.45 ล้านคน เฉพาะในสหรัฐ และ 4.9 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งเป็นผลมาจากคอนเทนท์ระดับแม่เหล็กของ Netflix เอง อย่างซีรีส์ Stranger Things, The Crown หรือภาพยนตร์ Bright ที่นำแสดงโดย Will Smith แสดง ซึ่งคาดว่าจะมีการลงทุนเพื่อคอนเทนท์เพิ่มอีกราว 7.5-8 พันล้านดอลลาร์ ในปีนี้

 

AHEAD TAKEAWAY

ปัจจุบัน ตลาดดิจิทัลวิดีโอแสดงให้เห็นถึงตัวเลขในเชิงบวกที่น่าสนใจตลอดช่วง 2-3 ปีที่่ผ่านมา ดูได้จากยอดรวมผู้ชมบริการ SVoD (video-on-de mand แบบสมัครสมาชิก) ที่ statista คาดว่าจะเพิ่มจาก 472.5 ล้านคนในปี 2015 ไปถึงหลัก 800 ล้านคน และมีมูลค่ารวม 16,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2021 ผ่านผู้ให้บริการรายใหญ่ อย่าง Netflix, Amazon Prime และ Hulu

ในรายของ Netflix คือเบอร์หนึ่งรายปัจจุบันในตลาดใหญ่อย่างสหรัฐ ด้วยยอดรวมรายได้ ราว 8,800 ล้านดอลลาร์ ด้วยจุดขายอย่างเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนท์ที่ระบุว่าเป็น Netflix original shows ที่มีส่วนเพิ่มยอดผู้ลงทะเบียน จาก 26.5 ล้านรายในไตรมาสแรกของปี 2012 สู่ 117.6 ล้านรายในไตรมาสสุดท้ายของปี 2017

ความสำเร็จของบริษัท นับเป็นตัวอย่างชั้นดีของการปรับตัวให้เท่าทันกระแสโลก จากเดิมที่เป็นร้านเช่าดีวีดี สู่การเปลี่ยนแปลงเป็นผู้ให้บริการสตรีมมิ่งภาพยนตร์และซีรี่ส์ และจากตลาดในประเทศก้าวไปสู่ตลาดโลก

จากยักษ์เล็กในอดีต มูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้ Netflix ยิ่งใหญ่กว่าสถานีเก่าแก่อย่าง CBS ถึงสี่เท่าด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม การก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ก็ต้องแลกด้วยการทุ่มเงินมหาศาลเช่นกัน ในการไล่ซื้อคอนเทนท์จากผู้ผลิตต่างๆมาเป็นของตัวเอง ด้วยเงินจากการระดมทุนจากนักลงทุนที่ยังเชื่อมั่นในธุรกิจของบริษัท

ซึ่งเป็นสิ่งที่นักวิเคราะห์ของ Bloomberg มองว่ายังมีความเสี่ยงอยู่ ตรงที่ไม่มีกำหนดชัดเจนว่า Netflix จะต้องทุ่มมหาศาลในลักษณะนี้ไปอีกนานแค่ไหน ถึงจะสามารถครองใจให้ผู้บริโภคไม่ย้ายค่าย

 

AHEADER’s THOUGHT

ข้อดีข้อเสียของผู้ให้บริการ VOD เบอร์หนึ่งของโลกจากความเห็นของผู้อ่าน AHEAD.ASIA

 

นอกจากนี้ ยังมีมุมมองที่น่าสนใจอีกด้าน ในเรื่องจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา

 

เรียบเรียงจาก

Netflix is now worth more than $100B

Netflix Added 24 Million Subscribers in 2017

Netflix’s Growth Is in the Eye of the Beholder

Subscription Video On Demand

 

สำหรับสตาร์ทอัพ และใครที่ต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน