Bob Lutz ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ เตือนผู้สนใจ หากยังต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์พลังไฟฟ้าของ Tesla Motors ควรรีบตัดสินใจซื้อมาครอง เพื่อช่วยพยุงสถานะของบริษัท เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ส่อแววขาดสภาพคล่อง รายรับไม่ทัดเทียมกับรายจ่ายต่อเนื่องมานานหลายปี

 

Bob Lutz ผู้คร่ำหวอดด้านยานยนต์

 

Lutz วัย 85 ปี ซึ่งเคยทำงานร่วมกับบริษัทชั้นนำอย่าง BMW, Ford, Chrysler และ General Motors และปัจจุบันทำงานเป็นที่ปรึกษา แสดงทรรศนะ ระหว่างไปร่วมงานอีเวนต์นักสะสมรถโบราณที่สกอตต์เดล, แอริโซน่า ว่าชื่นชอบรถรุ่น Model S ของ Tesla เป็นการส่วนตัว แต่ก็หวั่นใจว่า Tesla, Inc. จะไปไม่รอดในอนาคต

“รถตัว Model S โดยเฉพาะหลังจากมีการอัพเกรดสมรรถนะ นี่คือหนึ่งในรถที่มีความเร็วสูงสุด, ควบคุมง่ายสุด และมีระบบเบรคที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะหาซื้อได้ในวันนี้”  Lutz กล่าว “อย่างไรก็ตาม Elon Musk กลับมองไม่เห็นว่ารายได้ของบริษัท ควรมีอยู่ในระดับที่มากกว่ารายจ่าย ซึ่งเมื่อคุณกำลังสูญเงินไปอย่างช้าๆ ก็แสดงว่าคุณไม่ได้ทำให้มันเป็นบริษัทยานยนต์ที่ดีแล้วล่ะ”

“ผมมองไม่เห็นเลยว่ามันจะมีสัญญาณของความเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ใครก็ตามที่กำลังสนใจจะหารถสักคันมาสะสม ผมก็อยากแนะนำให้คุณซื้อ Tesla Model S ในขณะที่มันยังคงอยู่ในตลาด”

Lutz ยังให้สัมภาษณ์กับ LA Times หลังจากนั้นว่า “หลังจากนี้อีก 25 ปี มัน (Model S) จะถูกจดจำในฐานะรถพลังไฟฟ้าที่สวยมากๆ และมีความเร็วสูง แต่ผู้คนก็จะบอกว่า ‘น่าเสียดายที่พวกเขาล้มละลาย'”

 

ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานว่ารถของ Tesla รุ่น Model S คันหนึ่ง ประสบอุบัติเหตุพุ่งชนรถดับเพลิง ด้วยความเร็วราว 104 ก.ม./ช.ม. บนถนน 405 ในรัฐแคลิฟอร์เนีย จนพังยับ ขณะเปิดใช้งานระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Autopilot แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

 

อุบัติเหตุครั้งล่าสุดของ Model S

 

ด้านโฆษกของ Tesla ไม่ได้ปฏิเสธถึงเรื่องนี้ แต่ชี้แจงว่า “ระบบ Autopilot มีเจตนาสร้างขึ้นให้ใช้ในผู้ขับขี่ที่อยู่ในความใส่ใจต่อการขับอย่างเต็มที่ เท่านั้น” และจะมีการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อไป

ทั้งนี้ เคยมีผู้เสียชีวิตจากการใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Model S มาแล้วเช่นกันในปี 2016 แต่ผลตัดสินคดีจาก National Transportation Safety Board (NTSB) ระบุว่า Tesla ไม่ต้องรับโทษใดใด เนื่องจากผู้ตายใช้ความเร็วสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ในบริเวณที่เกิดเหตุ แม้จะมีการระบุเพิ่มเติมว่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติให้ข้อมูลกับผู้ขับไม่รวดเร็วพอจะหลบเลี่ยงอุบัติเหตุได้ก็ตาม

 

AHEAD TAKEAWAY

ข่าวอุบัติเหตุของ Model S ระหว่างใช้ออโต้ไพล็อต น่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือของผู้คน เรื่องการวางใจให้เครื่องจักรทำงานแทนในระดับหนึ่ง แต่ท้ายที่สุด วันที่เราเปลี่ยนมาใช้ Autonomous car จะย่อมมาถึงในวันใดวันหนึ่งแน่นอน

ปัญหาคือเมื่อถึงวันนั้น Tesla Motors จะยังอยู่หรือไม่?

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Tesla เพิ่งประสบปัญหาขาดทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท ภายหลังส่งมอบรถยนต์รุ่น Model 3 ให้ลูกค้าไม่ทันกำหนด จน Elon Musk ต้องเข้ามาดูแลการผลิตด้วยตัวเอง และเร่งจนสามารถผลิตได้ถึงระดับ 2,500 คันต่อสัปดาห์ตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2017 ซึ่งน่าจะช่วยให้สถานกาณ์ดังกล่าวกระเตื้องขึ้น

ด้าน Musk เองก็ดูจะรู้ถึงสถานการณ์ของบริษัท เมื่อยอมต่อสัญญาในฐานะ CEO ฉบับใหม่ ระยะเวลา 10 ปี โดยไม่รับเงินค่าตอบแทนใดๆเลย จนกว่าจะสามารถปั้นให้ Tesla ซึ่งปัจจุบัน มีมูลค่าทางการตลาด 60 ล้านดอลลาร์ ไปถึงระดับ 650 ล้านดอลลาร์ให้ได้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด

ขณะเดียวกัน สถานะที่แท้จริงของ Tesla อาจจะเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่เน้นพลังงานสะอาดเป็นหลักมากกว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์แบบเต็มตัว รถยนต์รุ่นต่างๆที่สร้างขึ้นมา จึงเป็นไปในลักษณะการทำแบรนดิ้งเพื่อดึงความสนใจจากสื่อเป็นหลัก

เหมือนที่ Frank Schwope นักวิเคราะห์ด้านการเงินการธนาคารชาวเยอรมนี ซึ่งมองว่าเป้าหมายหลักของ Tesls ไม่ได้อยู่ที่ยอดขายอย่างที่หลายคนมอง และทิ้งท้ายแบบติดตลกชวนให้คิดว่า

“คุณลองถามตัวเองดูสิว่าอะไรจะเกิดขึ้นก่อน ระหว่าง Elon เดินทางไปถึงดาวอังคารด้วย SpaceX หรือบริหารจนการเงินของ Tesla พ้นตัวแดง” 

 

AHEADER’S THOUGHT

ในมุมมองของคุณโมเล็ก ฉกาจ ชลายุทธ ระหว่างการสนทนาเรื่องนี้กับ CEO และ Co-Founder ของ AHEAD.ASIA ระบุว่า Tesla ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งใน ecosystem ของ Musk เท่านั้น ไม่ใช่ธุรกิจทั้งหมดที่เจ้าตัวดูแล

 

ที่สนุกไปกว่านั้น คือมีมุมมองที่น่าสนใจอย่างเรื่องที่เทคโนโลยีที่ใช้นั้น Tesla ไม่ได้มีข้อได้เปรียบแบรนด์อื่นๆเลย แม้จะเป็นเจ้าตลาดก็ตาม

และสุดท้าย บทสรุปของ Tesla จะเป็นเหมือนสตาร์ทอัพอีกหลายรายหรือไม่ ที่ไปได้ไม่สุด และต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของ corporate ใหญ่ๆแทน

เรียบเรียงจาก

Auto expert says now is the time to buy a Tesla — before the company goes out of business

Rare-car collectors should buy a Tesla Model S ‘while they’re still available,’ Bob Lutz says

Tesla Model S plows into a fire truck while using Autopilot

 

สำหรับสตาร์ทอัพ และใครที่ต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน