QueQ คือแอพลิเคชั่นจัดการระบบรอคิวของร้านอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุดเจ้าหนึ่ง

เพราะเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่เสมอ ทำให้ในวันนี้ QueQ มียอดดาวน์โหลดแล้วถึงกว่า 800,000 ราย และขยายกิจการออกไปยังต่างประเทศเพื่อนบ้านอย่าง อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย

เพราะอยากรู้เคล็ดลับในความสำเร็จนี้ AHEAD.ASIA จึงต้องขอนั่งคุยกับ “คุณโจ้  รังสรรค์ พรมประสิทธิ์” CEO จากบริษัท YMMY Co., Ltd. ผู้สร้างแอพลิเคชั่น QueQ

ว่าเส้นทางธุรกิจที่ผ่านมาตั้งแต่ขายคอมพิวเตอร์ เปิดซอฟต์แวร์เฮาส์ จนมาทำสตาร์ทอัพมี Product เป็นของตัวเอง ได้มีโอกาสร่วมโครงการระดับโลกอย่าง Google LaunchPad Accelerator ใน “ซิลิคอน วัลลีย์” ได้พบกับเมนทอร์จากสตาร์ทอัพระดับโลกอย่าง Uber, Lyft และ Pinterest  เพื่อค้นหาว่าเส้นทางที่ผู้สร้าง QueQ เดินผ่านมาให้อะไรแก่เขาบ้าง

และนี่คือ “5 ข้อคิดสร้างธุรกิจให้เติบโตแบบไม่ต้องรอคิว”

 

#1

ไม่ต้องกลัวเรื่องขโมยไอเดีย เพราะเรื่องใหญ่คือนำไอเดียไปใช้ให้ประสบความสำเร็จ

 

 

ในวงการธุรกิจสตาร์ทอัพที่ “ไอเดีย” เป็นสิ่งสำคัญ และทำให้หลายคนกลัวว่าจะถูกขโมยไอเดียนั้น คุณโจ้มองว่า สำหรับเขาแล้วไอเดียมีค่าน้อยมาก ทุกคนลอก และโดนลอกไอเดียกันอยู่ตลอดเวลา

ในไทยก็มีไม่น้อยที่เอาไอเดียต่างชาติมาสร้างธุรกิจ ถ้าไม่ใช่ไอเดียทางธุรกิจ ก็เป็นเรื่องออกแบบ การตลาด การบริหารงาน เราก็ลอกกันไปลอกกันมาทุกวัน คุณโจ้มองว่าจริงๆแล้วบริษัทใหญ่ๆอย่าง Apple, Microsoft หรือ Samsung ก็ขโมยไอเดียกันมาตั้งแต่เริ่มเกิดเทคโนโลยี และบางทีนั่นอาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เทคโนโลยีเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยซ้ำ

ทำให้เขามองว่าการขโมยไอเดียอาจเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อความรู้และคัดสรรทางธรรมชาติ ที่ทำให้มนุษย์พัฒนาต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น เหมือนที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ตามทฤษฏี “ วิวัฒนาการโดยการคัดเลือกตามธรรมชาติ ” ของ Charles Darwin

เพราะกระบวนการคัดสรรทางธรรมชาติ จะอนุญาตให้ผู้ที่นำไอเดียไปประยุกต์ใช้ได้จริงและประสบความสำเร็จ ซึ่งถือว่าเป็นผู้แข็งแรงกว่าผู้ทื่แค่มีไอเดีย ได้อยู่รอด และดำรงอยู่ต่อไป

 

#2

วัฒนธรรมขององค์กร ไม่ใช่การเลี้ยงอาหารกลางวันฟรี

 

 

หลายคนอาจได้ยินเรื่องราวการเลี้ยงอาหารกลางวันฟรีของบริษัทอย่าง Google และอาจคิดว่านี่คือ “วัฒนธรรมขององค์กร” ( Organization Culture )

แต่การที่ได้เข้าร่วมโครงการ Google LaunchPad Accelerator และได้เรียนรู้กับ HR เบอร์หนึ่งของ Google นั้น รังสรรค์ค้นพบว่า “วัฒนธรรมองค์กร” ที่แท้จริงของยักษ์ใหญ่รายนี้ คือการทำให้พนักงานเข้าใจว่าเป้าหมายหลักขององค์กรที่ต้องการทำให้สำเร็จคืออะไร  และให้แต่ละคนตั้งเป้าหมายของตัวเองขึ้นมาเพื่อช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าหมายหลักนั้น โดยมีกระบวนการติดตาม กระตุ้น และวัดผลที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส เพื่อให้ทุกคนโฟกัสกับเป้าหมายที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ โดยเครื่องมือที่เรียกว่า OKR (Objects and Key Results)

CEO ของ QueQ มองการเลี้ยงอาหารกลางวัน ว่าไม่ใช่สาระสำคัญ จริงๆอาจเป็นทริคที่ทำให้คุณกลับมาทำงานเร็วขึ้นด้วยซ้ำ แต่สาระคือการที่ Larry Page มักมาพูดคุยกับทุกคนในบริษัทที่ Town Hall อยู่ตลอด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าบริษัทจะเดินหน้าไปทางไหน และติดตามว่าแต่ละคนทำได้ตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ นั่นต่างหากที่รังสรรค์มองว่าเป็น “วัฒนธรรมขององค์กร” ที่นำไปสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง

ซึ่งเป็นสิ่งที่เขานำมาใช้กับทีมในทุกๆเช้า ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่นำ QueQ ไปสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง

 

#3

หาคุณค่าที่แท้จริงให้เจอ

 

การที่สินค้าหรือบริการจะอยู่ได้นั้น ต้องมีคุณค่าแก่ผู้ใช้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะธุรกิจที่เป็นแพลตฟอร์มนั้น ตามหลักของ Digital Platform หรือ Platform Economy ต้องสามารถมอบคุณค่าให้กับทั้งสองฝ่าย* (เพิ่มเติมโดย AHEAD.ASIA ) ซึ่งคุณโจ้ยอมรับตามตรงว่า ในตอนเริ่มต้น QueQ นั้น คุณค่าสำหรับฝั่งผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นชัดเจนอยู่ในตัว คือ ไม่ต้องรอคิว จองคิวล่วงหน้าได้ ไปถึงกินได้เลย

ส่วนในฝั่งร้านอาหารนั้นที่ผ่านมาซีอีโออย่างเขามักจะนำเสนอว่า เป็นการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เก็บข้อมูล หรืออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า

แต่การที่ได้เมนทอร์มืออาชีพในโครงการ Google LaunchPad ตีแสกหน้าเขาว่า นี่ไม่ใช่คุณค่าที่แท้จริงแต่เป็นการแถ พร้อมกับช่วยโค้ชและให้นำเครื่องมืออย่าง Google Machine LearningTechnology มาใช้ ทำให้เขาพบว่า QueQ สามารถช่วยขยายช่วงพีคของร้านอาหารให้นานขึ้น และรองรับลูกค้าได้มากขึ้น

อธิบายง่ายๆคือปกติช่วงพีคของร้านอาหารจะประมาณ 18.00 – 20.00 ที่ร้านจะเต็มมากๆ ซึ่งในช่วงพีคปัญหาของร้านอาหารคืออาจเสียลูกค้าหลายรายที่ไม่ต้องการรอคิวไป

แต่การใช้แอพพลิเคชั่นทำให้ลูกค้ารู้ว่าร้านว่างช่วงไหน และเลือกเอาได้ ซึ่งพบว่าหลายร้านขยายไปถึง 18.00 – 21.00  ซึ่งเป็นการขยายช่วงพีคให้นานขึ้น รับลูกค้าได้มากขึ้น นำไปสู่ยอดขาย ซึ่งเป็นคุณค่าที่แท้จริงที่ร้านอาหารต้องการ และ QueQ สามารถมอบให้ได้จริง

 

#4

ขยายไปต่างชาติ ต้องใช้คนท้องถิ่นที่เป็นของคุณ

 

 

ที่ผ่านมา QueQ มีโอกาสขายธุรกิจไปยัง อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ซึ่งสิ่งแรกที่ซีอีโอรายนี้เรียนรู้คือ การใช้คนที่เป็นคนท้องถิ่น ( Local ) นั่นสำคัญมาก เพราะปัญหาในแต่ละที่นั้นแตกต่างกัน เช่น ในประเทศอย่างสิงคโปร์อาจเปลี่ยนเป็นส่งล่วงหน้าแล้วไปรับแทนการเข้าคิว

แต่ที่รังสรรค์ เรียนรู้เพิ่มเติมคือการมีคนท้องที่มาทำงานให้นั้น ก็ต้องเลือกให้ถูกวิธีด้วย เพราะในประเทศหนึ่งนั้น QueQ ขยายโดยใช้เอเย่นต์ ที่ขายสตาร์ทอัพอื่นๆด้วย ไม่ใช่แค่ QueQ อย่างเดียว ขณะที่อีกประเทศหนึ่งคุณโจ้เลือกที่จะลุยเต็มตัวโดยการจ้าง Country Manager เป็นของตัวเอง ปรากฏว่าประเทศที่มีการจ้าง Country Manager เป็นของตัวเองนั้น มีการเติบโตที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งคุณโจ้มองว่าน่าจะเป็นเพราะเขาเข้าใจว่าองค์กรต้องการทำอะไรให้สำเร็จเหมือนที่เล่าไปในข้อที่ 3 และที่สำคัญที่สุดมันย้อนกลับไปที่หลักการพื้นฐานของสตาร์ทอัพคือเรื่องการโฟกัสในสิ่งที่ทำนั่นเอง

 

#5

โฟกัสใหม่ เปลี่ยนแปลงอะไรที่มีความหมายและใหญ่กว่า

 


เส้นทางที่ขรุขระที่ผ่านมานั้น ทำให้ในวันนี้ รังสรรค์ หมายตาที่จะนำ QueQ ไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม ที่เขาเชื่อว่ามันน่าจะมีประโยชน์กับประเทศนี้

“ผมอยากเปลี่ยนนิสัยและพฤติกรรมของคนไทย ในแง่ของการเข้าคิวและรู้จักใช้เวลาอย่างมีคุณค่า เพราะตั้งแต่เริ่มต้น ผมก็ไม่ได้อยากจะทำแค่เรื่องจองคิวร้านอาหาร แต่เราต้องเริ่มต้นจากจุดนั้น เพราะเป็นอะไรที่คนใช้บ่อยสุด และเมื่อเขาคุ้นเคย เราก็จะเริ่มขยายไปยังเรื่องอื่นๆต่อไป”

เหมือนในวันนี้ QueQ ได้เข้าไปช่วยบริหารจัดการคิวของโรงพยาบาลรัฐ และสำนักงานจดทะเบียนธุรกิจการค้า เพื่อให้คนที่มารับบริการสามารถบริหารจัดการเวลาได้เอง และไม่ต้องเสียเวลาอีกต่อไป

“ถ้าคนไทยรู้จักการเข้าคิว ก็จะหมายความว่าเรามีระเบียบมากขึ้น ถ้าเรารู้จักบริหารเวลา เราก็อาจมีเวลาเหลือไปใช้กับคนที่เรารัก ทำสิ่งที่เรารัก และใช้มันอย่างเกิดคุณค่ามากขึ้น ลองคิดภาพประเทศของเราเติม 2 สิ่งนี้ลงไป และนั่นคือสิ่งที่ผมพยามเปลี่ยนแปลงทีละนิดครับ”

 

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรม และธูรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน

Facebook Comments