Facebook เปิดเผยรายงานผลประกอบการจากไตรมาสสุดท้ายของปี 2017 พบผู้ใช้งานในแถบสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ลดลงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ คิดเป็นตัวเลขถึงกว่า 1 ล้านคน

ในรายงานฉบับดังกล่าว ระบุว่ายอดผู้ใช้งาน Facebook ในแถบสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ลดลงเป็นครั้งแรก จากตัวเลข 185 ล้านคนต่อเดือนในช่วงไตรมาสก่อนหน้ามาเหลือ 184 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ ภายหลังเส้นกราฟผู้ใช้ในแถบสหรัฐฯ มีแต่ไต่ระดับขึ้นมาตลอด จาก 99 ล้านคนต่อเดือนในไตรมาสสุดท้ายของปี 2010 มาสู่ 185 ล้านคนในไตรมาสที่ 3 ของปีที่แล้ว

 

 

กราฟจำนวนผู้ใช้ Facebook ในแถบสหรัฐฯ และแคนาดา ตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2010 จนถึงปี 2017

 

ขณะเดียวกันยังพบว่า ผู้ใช้ Facebook ทั่วโลก มีระยะเวลาการใช้งานลดลงรวมกันประมาณ 50 ล้านชั่วโมงต่อวัน เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หรือเฉลี่ยอยู่ที่ราว 2 นาทีต่อคนต่อวัน จากจำนวนผู้ใช้ทั้งสิ้น 2.13 พันล้านคนต่อเดือน และ 1.4 พันล้านคนต่อวัน

อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับเดียวกัน ระบุว่าสถานการณ์มูลค่าหุ้นของ Facebook ยังคงเป็นเชิงบวก โดยขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.27 พันล้านดอลลาร์ หรือขึ้นมาที่ 1.44 ดอลลาร์ ต่อหน่วย เช่นเดียวกับรายรับที่ขยับขึ้น 47 % ในไตรมาสสุดท้าย เป็นจำนวน 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ และ 47 % เช่นกันในการนับรวมตลอดปี 2017 ที่จำนวน 40,000 ล้านดอลลาร์

สำหรับรายได้จากการขายโฆษณาของ Facebook อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ โดยมาจากโฆษณาทางโทรศัพท์มือถือถึงกว่า 89%

“2017 เป็นปีที่แข็งแกร่งของเฟซบุ๊ก แต่ก็เป็นปีที่ยากมากปีหนึ่ง” Zuckerberg กล่าวในแถลงการณ์ “สำหรับปี 2018 นี้ เราจะมุ่งเป้าไปที่การทำให้แน่ใจว่าเฟซบุ๊กจะไม่ถูกใช้เพียงเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังสร้างสิ่งดีๆ สำหรับผู้คนและสังคม เราจะทำสิ่งเหล่านี้ด้วยการสนับสนุนการเชื่อมต่อที่มีความหมายระหว่างผู้คน มากกว่าการเปิดรับเนื้อหาเพียงด้านเดียว”

 

จำนวนผู้ใช้ Facebook ทั่วโลก ต่อวัน

AHEAD TAKEAWAY

แม้ว่าผลประกอบการในเรื่องรายรับจะยังเป็นเชิงบวก แต่ตัวเลขผู้ใช้งานในสหรัฐและแคนาดาที่ลดลงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หรือยอดเวลาใช้งานจากทั่วโลกที่ลดลง ก็ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อย

ว่าหลังจากผ่านมากว่าสิบปี คนเริ่มเบื่อกับการใช้งาน Facebook แล้วหรือไม่? และคนเหล่านั้น เริ่มเห็นว่ามีสิ่งอื่นๆที่น่าสนใจมากกว่าการเลื่อนหรือรีเฟรชหน้า News Feed ไปมารึเปล่า

และทันทีที่ข้อมูลนี้ถูกเปิดเผย มูลค่าหุ้นของ Facebook ก็ลดลงมาราว 4% แม้จะขยับขึ้นอีกครั้งในระยะอันสั้นก็ตาม

เป็นไปได้หรือไม่ที่การประกาศปรับอัลกอริทึมบนหน้า News Feed โดย Mark Zuckerberg เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นหลังจากได้เห็นตัวเลขในรายงานนี้ และเป็นความพยายามที่จะแก้ไขอะไรบางอย่าง เพื่อกระตุ้นให้คนกลับมาใช้งานมากขึ้น

ขณะที่การเพิ่มเติมบริการอื่นๆบนแพลตฟอร์ม เช่น Facebook Watch (บริการ VOD ที่ปัจจุบันเปิดใช้เฉพาะในสหรัฐ) ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา รวมถึงการจับมือกับเจ้าพ่อ IoT อย่าง Xiaomi เพื่อผลิตแว่น Oculus น่าจะเป็นความพยายามสร้างอะไรใหม่ๆ เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานกลุ่มเดิมไว้ต่อไป

เพราะในความเป็นจริง อัตราส่วนตัวเลขผู้ใช้งานใน Facebook ทั่วโลก น่าจะมาถึงในระดับที่เริ่มอิ่มตัวแล้ว และมีแต่จะลดลง แทนที่จะเพิ่มขึ้นก็เป็นได้ (จนกว่าจะได้รับอนุญาตให้เปิดบริการในจีน ซึ่งคงเป็นไปได้ยาก)

 

AHEADER’S THOUGHT

ทีมงาน AHEAD.ASIA ลองโยนหินถามทางในเรื่องนี้กับผู้อ่าน ด้วยประโยคที่ว่า ‘เราเริ่มเบื่อ Facebook กันแล้วหรือยัง’ ในเพจ

ไม่น่าเชื่อว่าผลตอบรับที่กลับมาส่วนใหญ่ ตรงกันคือ ‘เบื่อ’ ด้วยเหตุผลต่างๆกันไป

แต่ก็มีมุมมองที่น่าสนใจจากผู้อ่านบางท่านที่เห็นว่าจำนวนที่ลดลง ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่แอคเคาท์ปลอมทั้งหลายที่ถูกสร้างขึ้นมา ถูกตรวจพบและลบทิ้งไปก็เป็นได้

ขณะที่ผู้อ่านจำนวนไม่น้อย ก็เห็นว่าการที่ Facebook พยายามลดการเข้าถึงคอนเทนท์ น่าจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีในระยะยาว เพราะทุกวันนี้ คนใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คในเชิงสาธารณะ มากกว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวเหมือนที่ Mark Zuckerberg พยายามปรับ


 

เรียบเรียงจาก
Facebook lost daily users for the first time ever in the U.S. and Canada
Facebook’s user engagement dips on News Feed tweaks, WhatsApp passes 1.5 billion monthly users
Facebook’s traffic is down 50 million hours per day as Zuckerberg demands less ‘viral videos’

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน