รัฐบาลจีน เตรียมร่างกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อรองรับการใช้รถยนต์ไร้คนขับ ภายใน 3 ปีนับจากนี้ เพื่อยกระดับขึ้นไปเทียบชั้นกับสหรัฐ ในฐานะศูนย์กลางของอุตสาหกรรมประเภทนี้

ปัจจุบัน สหรัฐถือเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ และได้ออกกฎหมายอนุญาตให้สามารถวิ่งทดสอบบนท้องถนนได้ถึง 24 รัฐทั่วประเทศ

ขณะที่จีนยังเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น โดยกรุงปักกิ่ง เป็นเมืองแรกที่ได้รับไฟเขียวเต็มรูปแบบ เมื่อราว 2 เดือนก่อน แต่ทางการจีน ก็หวังที่จะเพิ่มจำนวนเมืองที่รองรับรถยนต์ไร้คนขับขึ้นในอนาคต และกำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณากฎระเบียบต่างๆ อยู่ในตอนนี้

The National Development and Reform Commission หน่วยดูแลแผนพัฒนาเศรษฐกิจของจีน ได้ประกาศแผนการระยะ 3 ปีพัฒนาสมาร์ทคาร์สู่ความสำคัญระดับชาติ เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา พร้อมยอมรับว่ายังต้องใช้เวลาเพื่อขยับเข้าใกล้สหรัฐฯ

“เรากำลังสร้างสนามทดสอบ และทำงานกับข้อบ่งชี้ต่างๆ ของการใช้ถนนสาธารณะเพื่อสิ่งนี้” Li Xiaopeng รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของจีน เผยกับ China Central Television

ปัจจุบัน ทางการจีนยังอยู่ในขั้นตอนวิจัยรูปแบบต่างๆ ของยานยนต์ไร้คนขับ ทั้งการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล, การขนส่งทางรถไฟ และเรือ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์พัฒนาเทคโนโลยีของจีน ควบคู่ไปกับการวางระบบสื่อสาร 5G, พลังงานรูปแบบใหม่ และนวัตกรรมการผลิต

ถัดจากกรุงปักกิ่งแล้ว คาดว่าเมืองที่จะเปิดรับการใช้งานสมาร์ทคาร์จะประกอบไปด้วย เซี่ยงไฮ้, กว่างโจว, ฉงชิ่ง และอู่ฮั่น โดยจะเริ่มต้นทดสอบการวิ่งบนถนนในช่วงครึ่งปีหลัง

อ่านเพิ่มเติม

แผนที่…อนาคตของยานยนต์ไร้คนขับ

รถยนต์ไร้คนขับ: บนถนนสู่อนาคต

โลกเปลี่ยน เมื่อจีนขยับ: วันที่รถยนต์พลังไฟฟ้าเปลี่ยนขั้ว

 

AHEAD TAKEAWAY

มีการประเมินว่าตลาดยานยนต์ไร้คนขับทั่วโลก จะมีมูลค่ารวมถึงกว่า 7 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ภายในปี 2050

นั่นหมายถึงนอกจาก EV (รถยนต์พลังงานไฟฟ้า) แล้ว Autonomous Car (รถยนต์ไร้คนขับ) ก็จะเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกต้องให้ความสำคัญ

การเคลื่อนไหวของรัฐบาลจีนครั้งนี้ นับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับสตาร์ทอัพสัญชาติจีนในสายนี้ เพราะทั้ง Pony.ai และ JingChi ต่างก็เพิ่งยกระดับกิจการด้วยการย้ายฐานจากกว่างโจวไปยังซิลิคอน วัลลีย์ เพื่อผลักดันสมาร์ทคาร์เต็มตัว เตรียมเปิดให้บริการ robotaxi ในปีนี้

และทุกครั้งที่ชาติยักษ์ใหญ่อย่างจีนขยับตัว เชื่อแน่ว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่ในระดับทวีป แต่อาจไปไกลถึงระดับโลกแน่นอน

 

เรียบเรียงจาก
China formulates new policies for autonomous cars in bid to catch up to US

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน