Alibaba เดินหน้าใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปกับธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์แล้ว หลัง Cloud Unit หน่วยงานที่ให้บริการระบบคลาวด์ขององค์กร เซ็นสัญญากับ Tequ Group บริษัทอาหารและการเกษตรรายใหญ่ เมื่อ 6 ก.พ. เพื่อใช้ซอฟท์แวร์ AI ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบปศุสัตว์ของ Tequ ที่มีกำลังผลิตสุกรได้กว่า 10 ล้านตัวต่อปี

ซอฟท์แวร์ดังกล่าว จะเข้าไปทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ที่ Tequ มีอยู่แล้ว ในการจดจำภาพลักษณ์ของหมูแต่ละตัว ด้วยการจับสังเกตร่องรอยตำหนิบนเรือนร่างของหมู และจัดเก็บข้อมูลต่างๆ เช่นสายพันธุ์, อายุ, น้ำหนัก, พฤติกรรมความเป็นอยู่ ลงในฐานข้อมูล

นอกจากนั้น ยังสามารถรายงานความเปลี่ยนแปลงของการเติบโตในหมูแต่ละตัวได้ เพื่อการตรวจสอบถึงสุขภาพ เช่นเดียวกับฟังเสียงเพื่อตรวจอาการป่วยไข้ จับสังเกตความเสี่ยงของการแพร่กระจายโรคระบาด ไปจนถึงการประมวลผลว่าตัวไหนพร้อมสำหรับการคลอดลูก เพื่อการได้มาซึ่งลูกหมูที่สุขภาพดี

Tequ ยอมรับว่าการจัดการกับฟาร์มหมูที่มีจำนวนมากนับล้านๆ ตัว ไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้ต้องใช้ AI เข้าช่วยเหลือ “ถ้าคุณมีหมู 10 ล้านตัวให้ดูแล แรงงานมนุษย์ไม่มีทางเพียงพออย่างแน่นอน” เจ้าหน้าที่ของ Tequ ระบุ และเสริมว่าลำพังการนับจำนวนลูกหมูที่คลอดออกมาในแต่ละวัน ก็แทบจะเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้แล้ว

ทั้งนี้ นับว่าประเทศจีนคือแหล่งส่งออกเนื้อหมูสำคัญสุดของโลก โดยสามารถสร้างผลผลิตได้ถึง 53.5 ล้านตัน ในรอบปี 2017

 

AHEAD TAKEAWAY

แม้ Alibaba จะไม่ใช่เจ้าแรกที่ใช้เทคโนโลยีไปกับการจัดการฟาร์มสัตว์เลี้ยงในจีน ที่ผ่านมามีทั้ง NetEase และ Weiyang ที่เข้ามาจับธุรกิจนี้นานนับสิบปี แต่แน่นอนว่าการมาของยักษ์ใหญ่ของประเทศย่อมสร้างแรงกระเพื่อมในวงกว้างได้ดีกว่า

ที่จีนก็ยังมีผู้ผลิตรายใหญ่ทั้ง Baidu และ Tencent ไปจนถึง Foxconn ของไต้หวัน, Amazon, Microsoft, Google, Intel และ IBM ของฝั่งสหรัฐอเมริกา ที่ต่างก็ลงทุนลงแรงพัฒนา AI ของตัวเอง หรือแม้แต่ในบ้านเรา เครือเจริญโภคภัณฑ์ก็เริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้แล้วเช่นกัน กับเรื่องใกล้ๆตัวเรา ใน 7-11

ไม่แน่ ในอนาคตข้างหน้า เราก็อาจต้องตั้งคำถามในทางกลับกันว่า แล้วยังเหลืออะไรบ้างที่ยังไม่มี AI เข้าไปเกี่ยวข้อง

 

เรียบเรียงจาก
Artificial intelligence is being used to raise better pigs in China

Jack Ma’s empire Brings Smart Tech to Sichuan Pork

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน