Nature Biomedical Engineering วารสารการแพทย์ออนไลน์ รายงานว่า Google อยู่ระหว่างการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถวินิจฉัยความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือดได้ จากภาพถ่ายเรตินาของนัยน์ตาผู้ป่วย

การพัฒนา AI ตัวนี้ โดยความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์ของ Google และ Verily บริษัทลูกซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ เป็นการต่อยอดจากงานวิจัยที่ระบุว่าสภาพของหลอดเลือดในเรตินานั้น มีความเชื่อมโยงกับความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือด

และเมื่อใช้ควบคู่กับข้อมูลเรื่องอายุ ความดันโลหิต และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้เข้ารับการตรวจ ผลปรากฎว่าปัญญาประดิษฐ์ตัวนี้สามารถทำนายโอกาสเกิดโรคได้แม่นยำถึง 70% โดยไม่จำเป็นต้องเจาะเลือดผู้ป่วย

“AI จะรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่โปรแกรมนี้ทำได้ดีกว่ามนุษย์ทั่วไป เราไม่ได้พยายามนำสิ่งนี้มาทดแทนแพทย์ แต่นี่เป็นวิธีในการต่อยอดจากสิ่งที่เราทำได้” Luke Oakden-Rayner นักวิจัยด้านการแพทย์ของมหาวิทยาลัยอเดเลด อธิบาย

 

 

จากภาพตัวอย่าง คือการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างภาพถ่ายปกติ (ซ้าย) และภาพที่อัลกอริธึมของ Google เลือกวิเคราะห์ (ขวา) เพื่อหาความเป็นไปได้ของการเกิดโรคหัวใจ (เส้นสีเขียว)

การพัฒนา AI ตัวนี้ ทาง Google และ Verily ได้ทำการป้อนข้อมูลผู้ป่วยเกือบ 3 แสนราย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ แยกแยะ และจัดเรียงข้อมูลที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันจนเกิดรูปแบบต่างๆ และใช้รูปแบบเหล่านั้นเป็นตัววัด “ความเสี่ยง” ที่อาจเกิดโรคหัวใจของผู้เข้ารับการตรวจ

ขณะที่ Alun Hughes ศาสตราจารย์ด้านโรคหลอดเลือดและหัวใจของสถาบัน UCL แห่งกรุงลอนดอน ก็สนับสนุนแนวทางการพัฒนานี้ของ Google พร้อมระบุว่าเป็นแนวคิดที่มีเหตุผลรองรับ แต่ก็ย้ำว่าอัลกอริธึมเหล่านี้ จำเป็นต้องผ่านการทดสอบมากในระดับหนึ่งจึงจะเชื่อถือได้

 

เรียบเรียงจาก

Google’s new AI algorithm predicts heart disease by looking at your eyes

Google hopes AI can predict heart disease by looking at retinas

 

AHEAD TAKEAWAY

ในงาน World Economic Forum เมื่อเร็วๆนี้ Jack Ma เคยเตือนว่ามนุษย์ไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับ AI หรือเครื่องจักร เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการไปวิ่งแข่งกับรถยนต์ หรือบินแข่งกับเครื่องบิน

สิ่งสำคัญคือเราจะใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้อย่างไร ในฐานะเครื่องทุ่นแรงได้ต่างหาก เหมือนที่ Luke Oakden-Rayner นักวิจัยด้านการแพทย์ของมหาวิทยาลัยอเดเลด กล่าวถึงปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคหัวใจตัวนี้

เพราะยิ่ง AI เหล่านี้ (รวมถึงตัวที่ถูกสร้างเพื่อใช้วินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนัง) ทำงานได้ดีขึ้นเท่าไหร่ โอกาสที่แพทย์จะสามารถรักษาโรคร้ายเหล่านี้ได้ทันท่วงที ก่อนอาการจะกำเริบจนคุกคามชีวิตผู้ป่วย ก็มีมากขึ้นเท่านั้น

 

AHEADER’S THOUGHT

ประเด็นหนึ่งที่ต่อยอดมาจากเรื่องนี้คือเราจะหันไปพึ่งพา AI และเครื่องจักรกลอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตเลยหรือไม่ รวมถึงสิ่งที่จะเกิดตามมาหลังจากนั้น

ขณะเดียวกัน ก็มีมุมมองเพิ่มเติมจาก Art Kraiwin CEO ของ AHEAD.ASIA เพื่อความกระจ่างในเรื่องนี้ด้วย

 

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรม และธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน