ทีมวิจัย Chinese Academy of Sciences จากจีน ใกล้ประสบความสำเร็จในการสร้าง ‘I Plane’ เครื่องบินที่มีความเร็วเหนือเสียงถึง 5 เท่า โดยผลการทดลองล่าสุด พบว่าสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 7 มัค หรือ 5,370 ไมล์ต่อชั่วโมง เท่ากับใช้เวลาเดินทางจากปักกิ่งถึงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น

โปรเจ็กต์วิจัยเครื่องบินเร็วเหนือเสียง หรือ ไฮเปอร์โซนิคเพลน นำโดย Cui Kai นักวิทยาศาสตร์ของ Key Laboratory of High Temperature Gas Dynamics แห่ง Chinese Academy of Sciences โดยชื่อตัว I ใน ‘I Plane’ นั้นได้มาจากภาพที่มองเห็นเครื่องบินจากด้านหน้า

Cui Kai และทีมวิจัยได้ทำการทดลองการบินในอุโมงค์ลม และพบว่าเครื่องสามารถทำความเร็วได้ที่ 5-7 มัค หรือกว่า 3,800-5,370 ไมล์ต่อชั่วโมง เท่ากับว่าสามารถบินจากปักกิ่งไปถึงนิวยอร์คได้ภายใน 2 ชั่วโมง จากที่ปัจจุบันการเดินทางโดยเครื่องบินพาณิชย์จะใช้เวลาราว 14 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

“มันจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้นในการเดินทางจากปักกิ่งไปนิวยอร์กด้วยความเร็วระดับไฮเปอร์โซนิก” Cui Kai กล่าว

ทีมวิจัยของ Chinese Academy of Sciences อธิบายว่าการที่ I Plane มีปีกสองชั้นจะช่วยลดความปั่นป่วนของอากาศและแรงต้านระหว่างบินด้วยความเร็วเหนือเสียงได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน ก็จะเพิ่มแรงยกของเครื่องบินได้มากกว่าเครื่องบินพาณิชย์ในยุคปัจจุบันกว่า 25% และสามารถจุผู้โดยสารได้ราว 50 คน หรือน้ำหนักไม่เกิน 5 ตัน

อย่างไรก็ตาม I Plane ยังคงอยู่ในขั้นตอนพัฒนาและทดลองเท่านั้น ยังไม่สามารถนำขึ้นบินจริงได้ นอกจากนี้ ยังมีจุดประสงค์หลักในการสร้างเพื่อการทหารเป็นลำดับแรก ซึ่งหากประสบความสำเร็จด้วยดี ก็อาจเปิดให้บริการสำหรับการบินเพื่อการพาณิชย์ต่อไป

 

AHEAD TAKEAWAY

เครื่องบินความเร็วเหนือเสียง เป็นเทคโนโลยีที่มีการพัฒนามาโดยตลอด ตั้งแต่ตอนปลายทศวรรษที่ 50 แล้ว

โปรเจกต์ที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อ ก็คือ Concorde  ซึ่งถูกนำมาให้บริการในเชิงพาณิชย์ โดย British Airways และ Air France ระหว่างปี 1976-2003 นั่นเอง

ในแง่ความเร็วนั้น Concorde บินได้ด้วยความเร็วถึง 2,158 กม./ชม. หรือราวๆหนึ่งเท่าตัวของเครื่องบินโดยสารในปัจจุบัน หรือใช้เวลาเดินทางในเที่ยวบิน ลอนดอน-นิวยอร์ค หรือ ปารีส-นิวยอร์ค เพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น

แต่ปัญหาใหญ่คือความล่าช้าในการพัฒนา จนทำให้งบบานปลายถึงกว่า 1,000 ล้านปอนด์ และตกอยู่ในภาวะ ‘ต้นทุนจม’ (sunk costs) ตั้งแต่แรกเริ่ม และแม้จะแบกรับภาระดังกล่าวนานหลายสิบปี โครงการนี้ก็ต้องปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ หลังอุตสาหกรรมการบินประสบปัญหาครั้งใหญ่ จากผลกระทบของ 9/11 นั่นเอง

ถึงอย่างนั้น ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้แนวโน้มที่เครื่องบินโดยสารจะร่นเวลาในการเดินทางให้สั้นลง ก็มีมากขึ้น เห็นได้จากทางฝั่งสหรัฐฯ เองก็กำลังซุ่มพัฒนาเครื่องบินเหนือเสียงอยู่เช่นกัน เมื่อ Lockheed Martin บริษัทด้านอากาศยานและการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ เผยเอาไว้เมื่อปีก่อนถึงโครงการพัฒนาเครื่องบิน SR-72 ซึ่งเป็นทายาทของ SR-71 Blackbird โดยคาดหวังว่าจะสามารถขึ้นบินได้ภายในปี 2030

หรือแม้แต่ SpaceX ก็อยู่ระหว่างพัฒนา B.F.R. จรวดขนาดยักษ์ที่อาจdisrupt อุตสาหกรรมการเดินทางระหว่างประเทศได้ ด้วยระดับความเร็วที่สามารถเดินทางจากนิวยอร์คสู่เซี่ยงไฮ้ได้ในเวลาเพียง 39 นาที

นั่นหมายถึงในอนาคต โลกเราอาจถูกย่อให้เล็กลงได้อีก และคราวนี้ไม่ใช่หยุดแค่พลังจากเทคโนโลยีสารสนเทศเท่านั้น แต่เราจะไปมาหาสู่กันระหว่างคนสองฟากโลกได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงแทน

 

เรียบเรียงจาก
China’s Hypersonic Plane Travels From Bejing to New York in a Few Hours
China’s hypersonic aircraft would fly from Beijing to New York in two hours
A new jet could fly from Beijing to New York in two hours

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน