Nikon และ Sony สองผู้ผลิตกล้องถ่ายภาพชั้นนำ ผนึกกำลังกับ Scenera สตาร์ทอัพสายเทคโนโลยี, Foxconn และ Wistron เดินหน้าสร้างระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ที่จะยกระดับประสิทธิภาพการใช้งานให้สูงขึ้นกว่าเดิม Network of Intelligent Camera Ecosystem Alliance หรือ NICE

ที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ จำกัดวงผู้ให้บริการอยู่เพียงไม่กี่เจ้าเท่านั้น เช่น Samsung หรือ Google ขณะที่ เป้าหมายของการร่วมงานกันในครั้งนี้ของ Nikon ผู้ผลิตกล้อง, Sony Semiconductor Solutions Corporation ผู้ผลิต Image Sensors, Scenera สตาร์ทอัพเทคโนโลยี, Foxconn เจ้าของชิปเซ็ตอัจฉริยะ และ Wistron ผู้พัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร มีขึ้นเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกล้องวงจรปิดและทำให้เป็นอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้นกว่าเดิม

ภายใต้ระบบ NICE นั้น ภาพนิ่งและวิดีโอที่ถูกบันทึกไว้ จะถูกนำขึ้นสู่ระบบคลาวด์ นอกจากนี้ ยังจะมีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าช่วยในการประมวลผลต่างๆ และจะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการใช้กล้องวงจรปิดทั่วโลก

David Lee ซีอีโอของ Scenera เผยว่าระบบ NICE คือการนำไอเดียของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มาใช้กับกล้องวงจรปิด ตั้งแต่กล้องรักษาความปลอดภัยในบ้านเรือนสถานที่ ไปจนถึงกล้องมอนิเตอร์เด็กทารก

“ถ้าคุณดูกล้องในทุกวันนี้ ซอฟท์แวร์ทั้งหมดมาจากการสร้างของบริษัทเพียงบริษัทเดียว มันยากมากที่จะควบรวมรูปแบบต่างๆ เข้าด้วยกัน และด้วยการสร้างข้อตกลงร่วมกันของเรา เหมือนอย่างที่แอนดรอยด์ทำกับกูเกิ้ล ก็จะทำให้เรามีระบบนิเวศอย่างที่เราต้องการ”

ระบบ NICE จะสร้างความแตกต่างหลัก 4 ประการให้กับอุตสาหกรรมกล้องวงจรปิด ประการแรกคือกล้องทุกตัวจะมีโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบเดียวกันผ่านทางระบบคลาวด์ ซึ่งฟีเจอร์ต่างๆ จะไม่ได้มาจากผู้ผลิตเจ้าเดียวเท่านั้น กรณีนี้ David Lee ยกตัวอย่างว่าทุกวันนี้กล้องมักส่งแจ้งเตือน (Notifications) แบบผิดๆ มาถึงผู้ใช้ อาทิสัตว์เลี้ยงภายในบ้านที่เดินมาเข้าเฟรม ซึ่งหากใช้ AI เข้าช่วยแล้วจะสามารถลดความผิดพลาดตรงนี้ไปได้ ทั้งยังจะมีความสามารถมากกว่าในการแยกแยะผู้บุกรุก

ประการที่สอง ผู้พัฒนาที่เป็นคนนอก สามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับซอฟท์แวร์ได้ และยังสามารถเชื่อมโยงไปยังแอพพลิเคชั่นของนักพัฒนาอื่นๆได้ ประการที่สาม ผู้ใช้สามารถเลือกกล้องได้หลากหลายแบรนด์ ที่รองรับระบบ NICE ขณะที่ไฟล์ภาพและวิดีโอจะถูกนำขึ้นสู่คลาวด์ ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเมื่อตัวฮาร์ดแวร์เสียหาย และประการสุดท้าย บริษัทที่เข้าร่วมจะทำงานกันอย่างสอดคล้องกัน ช่วยเพิ่มอายุการใช้งานให้กับกล้องผ่านทางการอัพเดตซอฟท์แวร์

พันธมิตรทั้ง 5 ตั้งเป้าหมายจะกำหนดสเป็กของ NICE ให้แล้วเสร็จภายในช่วงสิ้นปีนี้ ก่อนที่จะร่วมงานกับผู้ผลิตและผู้พัฒนากล้องวงจรปิดแบรนด์อื่นๆ ต่อไป ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนการณ์ ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกจาก NICE ก็จะพร้อมออกสู่ตลาดในช่วงครึ่งแรกของปี 2019

“เราต้องการให้ผู้ผลิตกล้อง, ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น และผู้ให้บริการหลายๆ เจ้า มาทำงานร่วมกัน” Lee เผยเพิ่มเติม “และเราอยากจะเห็นสินค้าตัวแรกของ NICE ออกสู่ตลาดก่อนที่จะเข้าสู่ครึ่งหลังของปี 2019”

 

AHEAD TAKEAWAY

ปัจจุบัน ตลาดกล้องวงจรปิดกำลังเติบโตอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา ข้อมูลจาก Security Sales ระบุว่าเวลานี้มีกล้องวงจรปิดกว่า 10 ล้านตัวที่ถูกติดตั้งในแถบอเมริกาเหนือ ขณะที่การใช้กล้องวงจรปิดในการรักษาความปลอดภัยประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป ก็ได้รับคำชมสำหรับมาตรฐานความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม

โมเดลการร่วมมือกันของ 5 บริษัทใหญ่ เพื่อสร้างระบบ NICE อันที่จริงไม่ใช่สิ่งใหม่ในโลกธุรกิจ พวกเขาเองยังยอมรับว่านำไอเดียการร่วมมือกันของแอนดรอยด์ที่เป็นพันธมิตรกับกูเกิ้ล มาใช้ แต่ก็จะเป็นครั้งแรกของธุรกิจกล้องวงจรปิดที่เกิดการร่วมมือกันลักษณะนี้

แน่นอนว่าประโยชน์จะตกกับผู้บริโภค ที่จะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิม เพียบพร้อมกว่าเดิม เช่นเดียวกับฉลาดกว่าเดิมเมื่อมี AI เข้าช่วย แม้อาจต้องรออีกหน่อยกว่าที่โมเดลแรกของ NICE จะพร้อมวางตลาดก็ตาม

เรียบเรียงจาก
Nikon, Sony, and others form alliance to make smart cameras play NICE
Nikon, Sony join startup Scenera for better security cameras

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน