บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก จำนวน 21 แห่ง นำโดย Google, Facebook และ eBay ร่วมกันเข้าชื่อในแคมเปญ ‘Global Coalition to End Wildlife Trafficking Online’ ของ กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ต่อต้านการค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมายบนช่องทางออนไลน์ ตั้งเป้าลดจำนวนการค้าขายลงให้ได้ 80% ภายในปี 2020

ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Donald Trump เปิดไฟเขียวยกเลิกการห้ามนำเข้าชิ้นส่วนของสิงโตและงาช้างที่มาจาก ‘การล่าเพื่อเกมกีฬา’ ในประเทศแถบแอฟริกา แม้เคยสั่งชะลอแผนการนี้เมื่อเดือน พ.ย. ปีก่อนแล้วก็ตาม โดยมีการทำ MOU ร่วมกับสำนักงานประมงและสัตว์ป่าสหรัฐฯ (The U.S. Fish and Wildlife Service) อนุญาตให้นักล่านำซากและอวัยวะของช้าง, สิงโต และละมั่ง ที่ถูกล่าเพื่อการกีฬาจากแซมเบียและซิมบับเวเข้าประเทศได้ ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องได้รับใบอนุญาตเป็นกรณีไป

ด้าน WWF มีความกังวลถึงการสูญพันธ์ของช้างแอฟริกัน, ลิงกอริลล่าภูเขา และแรดขาว ภายในไม่กี่สิบปีข้างหน้า ซึ่งธุรกิจค้าชิ้นส่วนของสัตว์ป่าเหล่านี้ก็มีขึ้นในแพลตฟอร์มออนไลน์นั่นเอง จนเป็นที่มาของแคมเปญ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำรายต่างๆ จำนวน 21 แห่ง นำโดย Google, Facebook, eBay, Instagram, Alibaba, Baidu, Tencent และ Microsoft เพื่อใช้เทคโนโลยี, โซเชียลมีเดีย และอี-คอมเมิร์ซร่วมต่อต้านการค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมายบนโลกออนไลน์ ร่วมกับองค์กรอื่นๆ อาทิ TRAFFIC และ International Fund For Animal Welfare 

“ด้วยการเติบโตขึ้นของเทคโนโลยีและเครือข่ายที่เชื่อมโยงทั้งโลกเข้าด้วยกัน พร้อมๆ กับพลังซื้อและความต้องการชิ้นส่วนสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย ก็ทำให้การทำธุรกิจประเภทนี้ง่ายขึ้น” แถลงการณ์จาก WWF ระบุ “การค้าออนไลน์ที่ไร้การควบคุมยังนำไปสู่ธุรกิจค้าชิ้นส่วนของสัตว์ที่ผิดกฎหมายทั่วโลก คุณสามารถซื้องาช้าง, ลูกเสือ และตัวลิ่นอย่างง่ายดายเพียงแค่คลิก, จ่ายเงิน และรอการจัดส่ง เท่านั้น”

สำหรับ The Global Coalition to End Wildlife Trafficking Online ที่มีเป้าหมายลดจำนวนการค้าขายชิ้นส่วนสัตว์ป่าผิดกฎหมายในช่องทางออนไลน์ลงให้ได้ 80% ภายในปี 2020 นั้น ประกอบด้วยบริษัทชั้นนำอย่าง Alibaba, Baidu, Baixing, eBay, Etsy, Facebook, Google, Huaxia Collection, Instagram, Kuaishou, Mall for Africa, Microsoft, Pinterest, Qyer, Ruby Lane, Shengshi Collection, Tencent, Wen Wan Tian Xia, Zhongyikupai, Zhuanzhuan และ 58 Group

 

AHEAD TAKEAWAY

นับเป็นสัญญาณอันดีในการที่บริษัทระดับโลกทั้งหลาย ตอบรับเข้าร่วมโครงการของ WWF เพื่อร่วมมือกันสอดส่องดูแลการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย ผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม

WWF เผยว่าในปัจจุบันมีช้างกว่า 20,000 เชือกถูกสังหารในแต่ละปี เพื่อครอบครองชิ้นส่วนต่างๆ เช่นงาช้าง ขณะที่แรดก็มีจำนวนการเสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 3 ตัวในประเทศแอฟริกาใต้ เพื่อการล่าให้ได้มาซึ่งนอแรด

การร่วมแคมเปญใหญ่ครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าแม้กระทั่งองค์กรระดับโลก ก็ยังเห็นความสำคัญของสัตว์ป่า มีการยื่นมื่อมาช่วยเหลือ WWF อย่างเต็มที่

น่าเศร้าใจที่มนุษย์บางจำพวกกลับยังคงล่าสัตว์เพียงเพื่อความสนุกสนานส่วนตัวเพียงเท่านั้น

หวังว่าการรวมทีมของ Google, Facebook, eBay, Alibaba, ฯลฯ ในครั้งนี้ จะช่วยสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสัตว์ป่าให้กับผู้คนทั่วทั้งโลก

เช่นเดียวกับเสือดำที่ถูกปลิดชีพไปในทุ่งใหญ่นเรศวร จะมอบบทเรียนสำคัญบางประการให้กับคนบางคนบ้าง ไม่มากก็น้อย

 

เรียบเรียงจาก
Google, Facebook come down on the side of elephants, rhinos, tigers
Google, Facebook, and Other Tech Giants Unite to Fight Wildlife Crime Online

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน