Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกคำสั่งห้าม Broadcom จากสิงคโปร์ เข้าซื้อกิจการ Qualcomm ผู้ผลิตชิปเซ็ตยักษ์ใหญ่จากแคลิฟอร์เนีย เจ้าของแบรนด์ ‘Snapdragon’ ในราคาที่สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของวงการเทคโนโลยี ด้วยมูลค่ากว่า 1.17 แสนล้านดอลลาร์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นดีลที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

การเจรจาระหว่าง Qualcomm และ Broadcom สองผู้ผลิตชิปเซ็ตชั้นนำของโลก มีมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว กระทั่งมีข้อสรุปว่าทั้งสองบริษัท สามารถตกลงราคากันได้ที่ 1.17 แสนล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งจะถือเป็นดีลประวัติศาสตร์ของวงการ ทำลายสถิติเดิมในการควบรวม ระหว่าง Dell-EMC (65,800 ล้านดอลลาร์) ลงแบบราบคาบด้วย

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ Trump ได้ออกแถลงการณ์ มีคำสั่งระงับดีลดังกล่าวแล้ว ภายหลังคณะกรรมการลงทุนต่างประเทศในสหรัฐฯ (The Committee on Foreign Investment in the United States – CFIUS) แนะนำว่าดีลนี้อาจกระทบกับความมั่นคงของประเทศ

เนื่องจาก Broadcom เป็นบริษัทที่จดทะเบียนสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ มี Tan Hock Eng ชาวสิงคโปร์เป็นผู้บริหารใหญ่ ขณะที่ Qualcomm เป็นผู้ผลิตชิปเซ็ตรายใหญ่ของสหรัฐฯ หากดีลดังกล่าวลุล่วง ก็เท่ากับว่าเทคโนโลยีที่ Qualcomm กำลังพัฒนา จะตกเป็นของบริษัทต่างชาติโดยปริยาย

คำสั่งแทรกแซงนี้ระบุว่าทั้งสองบริษัทต้องหยุดการซื้อขายกิจการครั้งนี้ทันที และยังได้ห้าม Broadcom เสนอรายชื่อเข้าเป็นกรรมการบอร์ด Qualcomm โดยผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายชี้ว่า คำสั่งโดยตรงของ Trump เป็นสิ่งที่ไม่สามารถอุทธรณ์ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม คำสั่งนี้เป็นเพียงการระงับดีลไว้ชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจาก Broadcom เตรียมจดทะเบียนย้ายสำนักงานใหญ่มาอยู่ที่สหรัฐฯ โดยตั้งเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 เม.ย. นั่นเท่ากับว่าพวกเขาพร้อมที่จะยื่นข้อเสนอเข้าซื้อกิจการของ Qualcomm ไดัอีกครั้ง

 

อ่านเพิ่มเติม

Broadcom ผู้ท้าทาย Qualcomm ในสงครามเซมิคอนดักเตอร์

อียูฟัน Qualcomm 1.2 พันล้านเหรียญฯ คดีผูกขาด Apple

 

AHEAD TAKEAWAY

แม้จะฟังดูเหมือนการติดเบรคครั้งสำคัญ แต่หากมองจากผลลัพธ์ที่ตามมาแล้ว คำสั่งของปธน. Trump ดูเหมือนจะทำได้แค่ชะลอให้เรื่องนี้ล่าช้าไปเท่านั้น เห็นได้จากมูลค่าหุ้นของสองฝั่งได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะ Broadcom ที่ตกลงไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าสุดท้าย ดีลนี้ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี เพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น

เพราะเมื่อปลายปีที่่ผ่านมา Hock Tan ประธานและ CEO ชาวมาเลเซียของ Broadcom ก็เคยเดินทางมาพบกับผู้นำสหรัฐแล้ว และรับปากว่าจะย้ายสำนักงานใหญ่กลับมาตั้งในประเทศตามเดิม (หลังจากย้ายออกไปตั้งสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ เมื่อสามปีก่อน) เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎของคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศ International Trade Commission ของกระทรวงพาณิชย์

การแทรกแซงของภาครัฐในลักษณะนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะที่ผ่านมา Trump ก็ได้ออกคำสั่งลักษณะนี้มาแล้วกับการห้ามไม่ให้ Canyon Bridge Fund จากจีน เข้าเทคโอเวอร์ Lattice Semiconductor บริษัทผลิตอลูมิเนียมเหล็กของสหรัฐฯ ในราคา 1.3 พันล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าหนึ่งในนโยบายของรัฐบาล Trump ก็คือการป้องกันการรุกรานของกลุ่มทุนต่างชาติ

เพียงแต่สถานะของ Broadcom นั้นก้ำกึ่ง เนื่องจากก่อตั้งในสหรัฐ และอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ด้วย

คำถามที่น่าสนใจกว่า ก็คือการควบรวมระหว่างสองบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม ดูจะหมิ่นเหม่ต่อการถูกมองในแง่การกีดกันทางการค้ามากกว่า เพราะเท่ากับว่าชิพเซ็ตที่ใช้กับสมาร์ทโฟนเกือบทุกแบรนด์จะอยู่ภายใต้การผลิตของ Broadcom โดยปริยาย

 

เรียบเรียงจาก
Trump blocks Broadcom’s $117 billion bid for Qualcomm out of national security concerns, a highly unusual move
Trump issues order blocking Broadcom takeover of Qualcomm, citing national security

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน