ตั้งแต่เปิดปี 2561 เป็นต้นมา สื่อสังคม Online อันดับหนึ่งของโลกอย่าง Facebook ก็ประสบกับความท้าทายใหญ่ๆ อย่างต่อเนื่อง

ทั้งการถูก Blackberry ฟ้องร้องศาลว่า Messenger นั้นละเมิดสิทธิบัตรในเทคโนโลยี เกี่ยวกับระบบ Push

การทะเลาะกับ Publishers เจ้าใหญ่ๆอย่าง The Guardian

การมียอดผู้ใช้งานลดลงเป็นครั้งแรกนับจากก่อตั้งบริษัท

และล่าสุด กับประเด็นที่มีความอ่อนไหวสูงอย่าง ความปลอดภัยในข้อมูลของผู้ใช้งาน

นี่ยังไม่รวมกับการที่ผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์ต่าง ออกมาฟันธงให้ตีตัวห่างจากแพลตฟอร์มนี้ และเชียร์ให้หันกลับไปหาขาประจำอย่าง Google

ตลอดจนเสียงบ่นจากผู้ใช้งานว่า เริ่มเบื่อที่เห็นแต่เรื่องราวเดิมๆ ซ้ำใน News Feed นานเกินไป ขนาดผ่านไปสองวันแล้วยังไม่เห็นคอนเทนท์ใหม่ๆ

 

ผม ในฐานะที่เป็นผู้ก่อตั้งสื่อที่โฟกัสเรื่อง “นวัตกรรมและธุรกิจ” อย่าง AHEAD ASIA จึงเห็นว่า

ถึงเวลาแล้วที่ผมจะควรค้นคว้า และเขียนบทวิเคราะห์ ต่อคลื่นอุปสรรคถาโถมให้พวกเขาต้องถดถอยอย่างต่อเนื่อง อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

โดยประเด็นแรกที่ผมสนใจได้แก่ ปีเกิดของ Mark Zuckerberg ซึ่งเกิดใน พศ 2527 ที่ตามปีนักษัตรจีนนั้น ถือว่าเป็นปี “ชวด”

แต่ปรากฎว่าปีเกิดของ Mark ไม่ได้เป็นปีชง กับปี 2561 ที่เป็น “ปีจอ” แต่อย่างใด

นั่นทำให้ต้องไปดูต่อ ที่ปีก่อตั้งบริษัท

จากข้อมูลพบว่า Facebook ก่อตั้งขึ้นในปี เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

ตามปีนักษัตรจีนนั้น ถือว่าเป็นปี “วอก”​ หรือ “ลิง” ซึ่งก็ไม่ใช่ปีชงอีกเช่นกัน

เพราะปีชงในปี พ.ศ. 2561 หรือ “ปีจอ” นั้น

อ้างอิงจากบทความของ Sanook Horoscope [Sanook 1] ที่เผยแพร่ในวันที่ 20 ตุลาคม 2561

มีทั้งสิ้น 4 ปีนักกษัตรด้วยกัน ได้แก่

ปีชง 100% คือปี “มะโรง”

โดยมีปีชงร่วมอีกสามปีคือ “จอ” “ฉลู” และ “มะแม”

นั่นทำให้ปีเกิดของทั้งผู้ก่อตั้ง และปีก่อตั้งบริษัท ไม่น่าจะมีผลกับเหตุการณ์แย่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีนี้

 

อย่างไรก็ตาม ทีมบรรณาธิการวิเคราะห์ข่าว ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับปีก่อตั้งบริษัทของ Facebook ที่เป็นปี “วอก” หรือ “ปีลิง” นั้น

น่าจะมีอิทธิพลต่อบริษัทเทคโนโลยีรายนี้ ในแง่การเติบโตอย่างรวดเร็ว

และยังส่งอิทธิพลส่งผลให้ผู้ใช้งาน Facebook หลายคนมีสมาธิสั้นเหมือนลิงอีกด้วย

 

แต่เมื่อยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงนั้น

เราจึงไปดูต่อที่ปีเกิดของ Sheryl Sandberg หญิงเหล็กที่เป็น COO หรือ Chief Operation Officer ของ Facebook

ที่ว่ากันว่าบทบาทของเธอในวันนี้ ไม่ได้ด้อยกว่า Mark หรือบางทีอาจมากกว่าด้วยซ้ำ

โดยปีเกิดของ Working woman รายนี้คือ พ.ศ. 2521 ซึ่งถือว่าเป็นปี “ระกา” หรือ ไก่

ก็ไม่ถือเป็นปีชงตามที่ Sanook Horoscope ได้รายงานไว้แต่อย่างใด

 

เมื่อตรวจสอบดวงชะตาของ Facebook และบุคคลที่มีบทบาทมากพอ จะมีอิทธิพลต่อดวงชะตาของบริษัท [ 3 ]

แล้วไม่พบอะไรที่ผิดปกติ ทำให้กองบรรณาธิการรู้สึกผิดสังเกตุ (สาเหตุที่ดูแค่ 2 คนและบริษัท เพราะยึดตาม Key People ใน Wikipedia )

 

เราจึงหันมาทำการค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องราวของปีนักษัตรอีกครั้ง ก่อนที่จะพบว่า

ในวันที่ 8 มกราคม 2561 นั้น เว็บไซต์ไทยรัฐได้เผยแพร่บทความที่มีใจความสำคัญคือ มีการประกาศปีชงผิด

ซึ่งผู้ออกมาท้วงติงในเรื่องนี้คือ “อ.มาศ เคหาสน์ธรรม” ซินแสชื่อดัง

เมื่อทีมงาน AHEAD.ASIA ตามเข้าไปที่ Facebook Fanpage ที่ใช่ชื่อว่า “อ.มาศ ซินแสฮวงจุ้ยระดับโลก

ก็พบข้อกับความดังกล่าว ซึ่งท่านโพสต์ไว้ ในวันที่ 7 มกราคม 2561 โดย มีเนื้อหาดังนี้

 

วัดดังประกาศผิด เรื่องชง ปี 61

ในปีจอ ในเชิงวิชาการดวงจีนนั้น จะชงเฉพาะ #มะโรง เท่านั้น ไม่มีการชงร่วม

แต่ก็มีปฏิกิริยาอื่นคือ เฮ้ง ไห่ ผั่ว

ซึ่งในปี 61 คือ มะโรง มะแม ฉลู ระกา

ไม่ใช่ มะโรง มะแม ฉลู จอ…ตามที่ประกาศกันทั่วไป

ที่ผิดก็คือ ระกา ไม่ใช่ จอ

เฮ้ง กับ ไท้ส่วย คือ ฉลู (ผลร้ายน้อยกว่าชง)
ถูกเบียดเบียนให้เดือดร้อนเสียหาย โดนคนมาแย่งลาภ ระวังว่าตัวเราเองสร้างปัญหา

ไห่ กับไท้ส่วย คือ ระกา (ผลร้ายน้อยกว่าชง)
ถูกให้ร้าย ใส่ความให้เกิดความหงุดหงิดวุ่นวายใจ มีโรคเกี่ยวกับใบหน้า หู คอ

ผั่ว กับไท้ส่วย คือ มะแม (ผลร้ายน้อยกว่าชง)
ถูกหมางเมิน เกิดความเข้าใจผิด ความสัมพันธ์จืดจาง โดนคนมาแย่งลาภ

 

ซึ่งการแก้ไข “ปีจอ” เป็น “ปีระกา” ให้เป็นปีที่มีปฏิกิริยา ไห่ กับ ไท้ส่วย นั้น ส่งผลกระทบโดยตรงกับ Sheryl Sandberg ที่เป็น COO ของ Facebook ทันที

เพราะคุณแม่ลูก 2 รายนี้ มักจะมีบทบาทอย่างมากต่อคนในองค์กร ในทุกๆแห่งที่เธอเคยทำงานด้วย

ตั้งแต่เธอยังเป็น Chief of Staff for United States Secretary of the Treasury หรือ หัวหน้าพนักงานกระทรวงการคลังสหรัฐ

ในสมัยที่ Lawrence Summers อดีตอาจารย์ของเธอที่มหาวิทยาลัย Harvard ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ ในสมัยประธานาธิบดี Bill Clinton

และก่อนที่จะมาเป็น COO ของ Facebook นั้น Sandberg ก็เคยเป็น Vice president of Global Online Sales and Operations

กระทั่งถูก Mark Zuckerberg ทาบทามมาเป็น COO ของ Facebook หลังเจอกันในงานเลี้ยงคริสต์มาส ที่จัดโดย Dan Rosensweig อดีต COO ของ Yahoo และ CEO ของเกม Guitar Hero

 

จริงๆแล้วในตอนแรก เจ้าพ่อโซเชียลไม่ได้กำลังตามหาใครมาทำงานในตำแหน่ง COO แต่การพบกับหญิงเก่งรายนี้ ทำให้เขารู้สึกว่า

“มันลงตัว ถูกไปทุกอย่าง มันจังงัง สั่นไปทั้งตัว
มันโดนเลย ใจที่เต้นรัว ตั้ง แต่เจอะ หน้าเธอ พอเจอตัว”

[ “a perfect fit” for this role” ]

อีก 3 เดือนต่อมา Sheryl Sandberg จึงย้ายมาร่วมทัพ Facebook และดำรงตำแหน่ง COO ของโซเชียลเบอร์หนึ่งของโลกในวันที่ 8 มีนาคม 2008

ซึ่งเธอเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Facebook ที่ในตอนนั้น ยังไม่ทำกำไร กลับมาทำกำไรด้วยการปรับปรุงโมเดลโฆษณาให้มีประสิทธิภาพ และทำรายได้มากขึ้น ด้วยประสบการณ์ที่เธอเรียนรู้ตอนทำงานอยู่ Google

 

แต่เมื่อปี 2561 กลายมาเป็นปีชงของ COO ที่มีหน้าที่ดูแลไล่ตั้งแต่ sales, marketing, business development, human resources, public policy และ communications จึงทำให้น่าจะส่งผลกระทบต่อ Facebook เป็นอย่างมาก

 

ยิ่งไปกว่านั้น ทีมบรรณาธิการของ AHEAD.ASIA วิเคราะห์กันว่า สไตล์การทำงาน และความเชื่อของหมายเลข 2 แห่ง Facebook 

อาจทำให้ ปฏิกิริยา ไห่ กับ ไท้ส่วย ตามที่ อ.มาศ อธิบายไว้ ส่งผลแรงกว่าปกติ

เพราะเธอมีความเชื่อในการบริหารแบบเอาตัวบุคคลเป็นตัวตั้ง และค่อยหางานที่เหมาะกับบุคคลนั้นๆ

จึงอาจทำให้อิทธิพลความเป็นปีชงของเธอ ส่งต่อไปยังพนักงานของ Facebook ที่เธอเลือกโดยตรง

 

และนี่เอง

ที่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ Facebook มีแต่เรื่องมากมาย ตั้งแต่เปิดปี 2561 เป็นต้นมา

 

ขนาดวิเคราะห์เล่นๆยังขนาดนี้
ถ้าวิเคราะห์ดีๆ จะขนาดไหน

ถ้าเนิร์ด ชอบนวัตกรรม อยากรู้เรื่องธุรกิจ
กด Like เพจเราเถอะ

 

 

อ่านเพิ่มเติม

Snowden สับโซเชียลมีเดียลวงโลก – ผู้ก่อตั้ง WhatsApp ประกาศเลิกใช้ Facebook

YOU ARE WHAT YOU READ#14 : Sheryl Sandberg

วันที่ Sheryl Sandberg ก้าวข้ามความกลัว

 

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรม และธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน