YouTube เตรียมเข้าสู่ธุรกิจบริการสตรีมมิ่งเพลงอย่างเต็มตัว พร้อมเผยกลยุทธ์ที่จะบีบผู้ใช้บริการให้ยอมจ่ายเงินค่าสมาชิก ด้วยการโหมอัดโฆษณาแทรกลงกลางเพลงหรือมิวสิกวิดีโอในแพลตฟอร์มเดิม เพื่อขัดอารมณ์

Lyor Cohen หัวหน้าฝ่ายดนตรีนานาชาติของ YouTube กล่าวว่าปัจจุบัน มีผู้ใช้ YouTube จำนวนมากในการฟังเพลง ฉะนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการปรับพฤติกรรมผู้บริโภคให้ยอมเสียเงินเล็กน้อยเพื่อสมัครสมาชิก แลกกับการไม่ถูกขัดอารมณ์ด้วยโฆษณาที่ถูกวางแทรกไว้ขณะเพลงกำลังเล่น

“คุณจะไม่แฮปปี้แน่ถ้าคุณต้องฟังเพลง ‘Stairway to Heaven’ แบบติดๆ ขัดๆ และตามมาด้วยโฆษณาหลังจากนั้น” Cohen กล่าว “มีผู้คนจำนวนมากในช่องทางของเรา ที่ทำให้เราสามารถสร้างความหงุดหงิดใจและเกลี้ยกล่อมให้พวกเขากลายมาเป็นสมาชิกได้”

ขณะเดียวกัน โฆษกของ YouTube ก็ยืนยันกับ The Verge ไปในทิศทางเดียวกันว่า “เราไม่ได้จะพยายามเพิ่มระดับการโหลดโฆษณาในภาพรวมของ YouTube แต่สำหรับกลุ่มคนที่ใช้ YouTube ในลักษณะเหมือนการใช้บริการเพลงที่มีการจ่ายเงินในวันนี้ เราอาจแสดงโฆษณาหรือข้อความโปรโมตเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มยอดให้กับบริการที่ต้องชำระเงินของเรา และพวกเขาจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากฟีเจอร์เพิ่มเติม”

ในรายงานจาก Bloomberg ระบุว่า YouTube สามารถโกยรายได้ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2017 ซึ่งมาจากค่าโฆษณาเป็นส่วนมาก แต่กระนั้นพวกเขาก็หวังที่จะกวาดรายได้จากธุรกิจเพลงให้มากขึ้นกว่านี้ ซึ่งการเปิดรับสมาชิกสตรีมมิ่งเพลงก็จะทำเงินให้ได้โดยตรง รวมถึงสามารถเพิ่มรายได้ให้กับศิลปินหรือค่ายเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงได้ด้วย

บริการสตรีมมิ่งเพลงใหม่ล่าสุดของ YouTube ถูกทดลองใช้ในกลุ่มพนักงานนับพันคนของ Google ไปแล้ว และเป็นที่คาดหมายว่าจะมีการเปิดให้บริการกับผู้ใช้ทั่วไปภายในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าบริการใหม่นี้ของ YouTube จะเป็นไปแบบไหน และจะจัดการอย่างไรกับบริการเดิมอย่าง Google Play Music และ YouTube Music ที่เวลานี้เปิดให้บริการอยู่ใน 5 ประเทศ ไปจนถึง YouTube Red แพลตฟอร์มเรียกรับสมาชิกซึ่งเปิดใช้อยู่ใน 6 ประเทศอย่าง สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก, แอฟริกาใต้, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้

 

AHEAD TAKEAWAY

ด้วยการเติบโตของบริการสตรีมมิ่งเพลงอย่าง Spotify หรือ Apple Music ทำให้ YouTube พร้อมเข้าแย่งส่วนแบ่งเค้กก้อนโตชิ้นนี้ด้วย

ปัญหาคือการเลือกวิธีปรับพฤติกรรมผู้บริโภค ด้วยการส่งโฆษณาลงแทรกกลางเพลงในแพลตฟอร์มเดิมที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้ยอมเปลี่ยนไปสมัครใช้บริการสตรีมมิ่งอันจะปราศจากโฆษณาแทนนั้น thenextweb.com นิยามไว้ว่านี่จะเป็นสิ่งที่ ‘ทุกคนเกลียด’ อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับ Bloomberg ที่พาดหัวว่า YouTube จะสร้างความ ‘หงุดหงิด’ ให้กับผู้ใช้ จำนวนนับล้านๆ คน

แม้ว่าจำนวนผู้ใช้บริการฟังเพลงแบบจ่ายเงินในสหรัฐอเมริกา จะมียอดเติบโตถึง 213% ในปี 2017 ที่ผ่านมาจากข้อมูลของ RIAA แต่ก็อาจไม่ใช่ทั้งโลกที่จะเห็นดีเห็นงามกับความเปลี่ยนแปลงนี้

เป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูถึงผลสืบเนื่องที่จะเกิดขึ้นในกลุ่มผู้ใช้ ว่าจะรับได้หรือไม่กับการต้องเสียอารมณ์ฟังเพลงที่มีโฆษณาคั่นกลาง ไม่ใช่เปิดหัว-ปิดท้ายอย่างเคยๆ แลกกับการฟังฟรีแบบตลอดหลายปีที่ผ่านมา

 

AHEADER’S THOUGHT

โมเดลธุรกิจของ YouTube ที่จะใช้วิธี “บีบ” ผู้ใช้งานให้จ่ายเงินเพื่อฟังเพลงนั้น ชวนให้ผู้อ่าน AHEAD.ASIA ไม่แน่ใจว่าท้ายที่สุดแล้ว มันจะเวิร์คอย่างที่หวังไว้หรือไม่

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างแน่นอน คือในทุกธุรกิจต้องมีเรื่องของตัวเลขเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบ เพียงแต่ขึ้นกับว่าใครเท่านั้นที่จะต้องเป็นคนรับผิดชอบ

 

เรียบเรียงจาก
YouTube wants to ruin music videos and get you to pay for its upcoming streaming service
YouTube plans to annoy music listeners into subscribing by playing more ads
YouTube Will ‘Frustrate’ Some Users With Ads So They Pay for Music

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน