หากจะเอ่ยถึงหนึ่งในโลโก้ระดับ ‘ไอคอน’ ที่แพร่หลาย และถูกลอกเลียนมากที่สุดในโลก

คงหนีไม่พ้น “I  NY” (หรือ I Love New York) ที่มีอายุครบ 40 ปี

ฝีมือกราฟฟิกดีไซเนอร์ระดับตำนาน Milton Glaser

 

จุดเริ่มต้นของ “I  NY” เกิดขึ้นในทศวรรษที่ 1970

เมื่อสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของ “บิ๊ก แอปเปิล” และอัตราการเกิดอาชญากรรมที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลต่อภาพลักษณ์ และจำนวนนักท่องเที่ยวโดยตรง

กระทั่งในปี 1977 William S. Doyle รองอธิบดีแผนกพาณิชย์ของรัฐนิวยอร์กในขณะนั้น ตัดสินใจว่าจ้างเอเจนซีโฆษณา Wells Rich Greence เพื่อช่วยคิดแคมเปญ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในนิวยอร์ก ก่อนที่สถานการณ์จะย่ำแย่ไปกว่านี้

 

Wells Rich Greence ใช้เวลาไม่นานในการตระเตรียมแคมเปญ จนเกือบพร้อม

ตั้งแต่สโลแกน ‘I Love New York’ เพลงที่เขียนโดย Steve Karmen ไปจนถึงโฆษณาทางโทรทัศน์

แต่ยังขาดสิ่งสำคัญที่สุดไป คือ ‘โลโก้’

เพื่อให้แคมเปญนี้สมบูรณ์ ทางเอเจนซีจึงตัดสินใจติดต่อ Glaser ที่เคยมีผลงานเด่นๆมากมาย

อาทิ ปกอัลบัมรวมฮิตของ Bob Dylan, งานออกแบบนิตยสาร New York ที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง เมื่อปี 1968 ไปจนถึงคอนเซปต์ของภัตตาคารหรูในอาคาร เวิลด์ เทรด เซนเตอร์

 

ภาพร่างต้นแบบของ “I  NY” เกิดขึ้นระหว่าง Glaser นั่งแท็กซี่ไปพบตัวแทนของ Wells Rich Greence เพื่อหารือในเรื่องนี้

มันดูง่ายๆ แต่มีเสน่ห์ในตัว ประกอบด้วยตัวอักษร ‘I’ และรูปทรงหัวใจ  ตามด้วยตัวย่อ NY บนระนาบเดียวกัน

จนเมื่อไอเดียดังกล่าวถูกพัฒนาต่อ ทั้ง Glaser และ Wells Rich Greence ก็ตัดสินใจขยับ I  ขึ้นมาอยู่เหนือ NY แทน จนได้โลโก้ที่ลงตัว และถูกนำมาใช้ครั้งแรก เมื่อ 15 ก.ค. 1977

แคมเปญนี้ช่วยกระตุ้นให้ชาวนิวยอร์กหันกลับมารู้สึกภาคภูมิใจในตัวเมืองอีกครั้ง เช่นเดียวกับสื่อมวลชนที่เคยประโคมข่าวเชิงลบของตัวเมือง ก็ค่อยๆหันมาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

จนเมื่อนักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกลับมาเยือนนิวยอร์ก เศรษฐกิจในเมืองจึงเริ่มกระเตื้อง และตั้งหลักได้ในที่สุด

ปัจจุบัน นิวยอร์ก ซิตี้ เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของสหรัฐ ในปี 2015 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนที่นี่เป็นสถิติใหม่ถึง 58.3 ล้านคน

ขณะที่ สโลแกน ‘I Love New York’ และโลโก้ “I  NY” ยังคงถูกใช้ในเชิงการตลาดมาจนทุกวันนี้

และทำเงินได้มากกว่า 50 ล้านดอลลาร์ เฉพาะในการรณรงค์ระหว่าง 2016-2017

 

กระนั้น Glaser ก็ไม่ได้รับค่าตอบแทน หรือส่วนแบ่งใดๆจากงานชิ้นนี้

นอกจากความภาคภูมิใจที่มีส่วนช่วยฟื้นฟูให้นิวยอร์กกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง

เพราะเขาเลือกที่จะทำในเชิงให้บริการสังคม (Pro Bono)

“นั่นสิ่งที่ควรจะเป็น”

“ผมอยากจะทำอะไรแบบนี้ ทำในสิ่งที่คุณเชื่อว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้”

 

Better be AHEAD
#AHEADASIA

เรียบเรียงจาก

HOW THE ‘I LOVE NEW YORK’ CAMPAIGN CHANGED THE CITY’S IMAGE

A Brief History of the “I Love New York” Logo

THE STORY BEHIND I HEART NEW YORK

 

ติดตาม #Breakfast4Brain ได้ทุกเช้าตรู่วันจันทร์ถึงศุกร์ ที่เพจ AHEAD ASIA

 หากถูกใจอย่าลืมกดแชร์ กดไลค์ คอมเมนท์ แนะนำติชม กดติดดาว หรืออะไรที่สบายใจเพื่อให้กำลังใจทีมงาน AHEAD.ASIA หาเรื่องราวดีๆมาให้คุณรู้ เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน