นับแต่ Alexander Graham Bell คิดค้นและเปิดตัวโทรศัพท์แบบดั้งเดิม เมื่อเกือบหนึ่งร้อยปีก่อน

เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์นั้น มีความเปลี่ยนแปลงน้อยมาก

กระทั่งในราวทศวรรษที่ 1940 จึงเริ่มมีการบุกเบิกเครื่องมือสื่อสารนอกสถานที่ ด้วย car phone หรือโทรศัพท์ซึ่งติดตั้งบนรถยนต์

แต่ car phone ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก โดยเฉพาะจำนวนคู่สายที่จำกัด ทำให้ผู้ใช้ต้องยกหูรอสายเป็นเวลานาน กว่าจะเริ่มการสนทนาได้

จนเมื่อเข้าสู่ทศวรรษที่ 1960 AT&T ผู้ให้บริการโทรคมนาคมของสหรัฐ ก็ตีโจทย์จากคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐ (FCC) ได้สำเร็จ ด้วยการพัฒนาเครือข่ายที่เรียกกันว่า cellular

ระบบนี้ใช้วิธีการจัดสรรช่วงความถี่เฉพาะ และมีการประยุกต์ใช้ความถี่หลายซ้ำหลายชุด บนพื้นที่ให้บริการ โดยขนาดของเซลล์จะขึ้นความหนาแน่นของผู้ใช้บริการต่อพื้นที่

คือยิ่งมีขนาดเล็ก ก็จะยิ่งมีความหนาแน่นมากกว่า เมื่อพื้นที่การให้บริการเท่ากัน

 

ความสำเร็จของ AT&T ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ Motorola บริษัทคู่แข่งในเวลานั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนต้องพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อความอยู่รอดในธุรกิจนี้

Martin Cooper คือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าโครงการคิดค้นโปรเจกต์ใหม่ ในปี 1972

หลังจากหารือกันอยู่นาน ในที่สุด Cooper ก็ได้ไอเดียสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่จากหนังสือการ์ตูนแนวนักสืบเรื่อง Dick Tracy ซึ่งตัวเอกติดต่อกับเพื่อนร่วมงานได้ ผ่านเครื่องมือสื่อสารไร้สายขนาดเล็กบริเวณข้อมือ

ผนวกกับการเริ่มคิดค้นไมโครโปรเซสเซอร์ขึ้นมาได้ในยุคนั้น ทำให้ชิพตัวเล็กๆตัวเดียว สามารถทำงานได้แบบเดียวกับ car phone

Cooper นำสองสิ่งนี้ รวมถึงระบบ cellular ของ AT&T มารวมกันในการสร้างผลิตภัณฑ์อีกตัว ที่เขาตั้งชื่อว่าเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ (cellular phone)

 

กระทั่งเมื่อ 3 เมษายน 1973 Cooper ก็เชิญสื่อมวลชนมาร่วมในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท ณ สำนักงานใหญ่ของ Motorola ณ นิวยอร์ค ฮิลตัน มิดทาวน์ 

และกลายเป็นเหตุการณ์ถือเป็นการปฏิวัติการสื่อสารผ่านโทรศัพท์ครั้งสำคัญที่สุด นับจากยุคของ Graham Bell ก็ว่าได้

Cooper เผยโฉม Cellular Phone รุ่นต้นแบบต่อหน้าสื่อมวลชนในวันนั้น

และคนแรกที่เขาเลือกโทรหา เพื่อสาธิตประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ก็คือ Joel S. Engel หัวหน้าฝ่ายพัฒนาเครือข่ายเซลลูลาร์ของ AT&T เพื่อตอกย้ำถึงความย่ามใจของอีกฝ่ายที่ไม่รีบฉวยความได้เปรียบ ด้วยการเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นมาเอง

กระทั่งถูก Motorola ผู้มาทีหลัง นำไปต่อยอดจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่จนได้

‘ไง โจเอล ผมโทรหาคุณด้วยเซลลูลาร์โฟนนะ มันเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจริง ถือได้ด้วยมือเดียว พกพาไปไหนติดตัวก็ได้”

 

อย่างไรก็ตาม กว่าที่สินค้าของ Motorola จะวางตลาดได้ ก็ทิ้งห่างจากการสาธิตในวันนั้นถึงสิบปีเลยทีเดียว

DynaTAC โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นแรกของโลก วางตลาดครั้งแรกในเดือนตุลาคม 1983 ในราคาเครื่องละ 3,900 ดอลลาร์

หรือหากคิดตามอัตราเงินเฟ้อปัจจุบัน จะอยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์

และไม่ได้มีขนาดเล็กกะทัดรัดนัก ด้วยความยาวราวๆ 10-11 นิ้ว กว้าง 1 นิ้วครึ่ง หนา 4 นิ้ว

และหนักถึง 2 ปอนด์ครึ่ง

อย่างไรก็ตาม Motorola ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จทันทีกับ DynaTAC เพราะด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง ทำให้กว่าที่ยุคทองของโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเริ่มต้นขึ้นนั้น ก็ล่าช้าต่อเนื่องมาจนถึงปลายทศวรรษที่ 90 เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ Cooper และทีมงานสร้างขึ้นนั้น ก็ถูกยกให้เป็นหนึี่งในนวัตกรรมที่มีความสำคัญที่สุดในโลก ที่ถูกต่อยอดมาจนเป็นอุปกรณ์ที่ใครก็ไม่อาจขาดได้ในปัจจุบัน

Better be AHEAD
#AHEADASIA

เรียบเรียงจาก

Who Invented the First Mobile Phone?

Inventor of cell phone

ติดตาม #Breakfast4Brain ได้ทุกเช้าตรู่วันจันทร์ถึงศุกร์ที่เพจ AHEAD ASIA

หากถูกใจอย่าลืมกดแชร์ กดไลค์ คอมเมนท์ แนะนำติชม กดติดดาว หรืออะไรที่สบายใจเพื่อให้กำลังใจทีมงาน AHEAD.ASIA หาเรื่องราวดีๆมาให้คุณรู้ เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน