John Krafcik ซีอีโอของ Waymo ผู้พัฒนารถยนต์ไร้คนขับของ Google ยืนยันอุบัติเหตุที่แท็กซี่ไร้คนขับของ Uber ชนผู้ใช้ถนนจนเสียชีวิต เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไม่มีทางเกิดขึ้นกับบริษัทตนที่ผ่านการทดสอบมานาน 9 ปี รวมระยะทาง 8 ล้านกิโลเมตร

อุบัติเหตุรถยนต์ไร้คนขับชนคนเสียชีวิตเป็นรายแรกของโลก ครั้งนี้ เกิดขึ้นในวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่เมืองเทมพี รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เมื่อรถแท็กซี่ Volvo XC90 SUV ของ Uber พุ่งชน Elaine Herzberg หญิงวัย 49 ที่กำลังจูงจักรยานข้ามถนนก่อนจะไปสิ้นใจที่โรงพยาบาล

หลังเกิดเหตุ แม้ผู้กำกับการตำรวจแห่งเทมพีจะแย้มว่า Uber น่าจะพ้นผิดจากคดีนี้ เมื่อพบว่าผู้เสียชีวิตข้ามถนนในช่วงที่ไม่มีทางม้าลาย แต่ Uber ก็ชิงลงมือด้วยการออกประกาศยุติการทดสอบการวิ่งรถในแถบอเมริกาเหนืออย่างไม่มีกำหนด ไปก่อน ขณะเดียวกัน ก็มีการตั้งข้อสังเกตจากฝั่งผู้เสียหายว่าทำไมระบบ LIDAR ของตัวรถ จึงไม่สามารถตรวจจับพาร์ทโลหะของจักรยานที่ผู้เสียชีวิตเข็นมาด้วยได้ ขณะที่ Krafcik ยืนยันว่าหากเป็นรถของ Waymo แล้ว จะตรวจจับสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวได้ และหยุดรถทันเวลาแน่นอน

“ด้วยความรู้ที่เรามีและสิ่งที่เราพบเห็นมาตลอดจนถึงตอนนี้ กับสถานการณ์ในลักษณะนั้น (อุบัติเหตุของ Uber) เรามีความมั่นใจอย่างสูงว่าเทคโนโลยีของเรามีความสามารถเพียงพอ และจะสามารถรับมือกับสถานการณ์นั้นได้” Krafcik กล่าวในงานสัมมนา Car Dealership ที่ลาส เวกัส

อย่างไรก็ตาม Krafcik รับว่าพนักงานและผู้บริหารทุกคนใน Waymo ต่างรู้สึกเสียใจไปกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

“สิ่งที่เกิดขึ้นในแอริโซน่า ชัดเจนว่าเป็นโศกนาฏกรรม เป็นสิ่งที่ร้ายแรงมาก คุณไม่อาจชมวิดีโอที่บันทึกภาพที่เกิดเหตุไปโดยไม่รู้สึกอะไรเลยไม่ได้”

“มันกระทบกระเทือนเราเป็นวงกว้างมากๆ ที่ผ่านมาเราอุทิศตัวให้กับการสร้างเทคโนโลยีให้มีความปลอดภัยมาโดยตลอด การต้องเห็นมันเกิดขึ้นในรถยนต์ที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ลักษณะนี้ แต่กลับไม่ได้ผล เป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก”

Waymo ซึ่งเดิมมีสถานะเป็นส่วนหนึ่งในแผนก R&D ของ Google นำรถไร้คนขับออกทดสอบบนท้องถนนอย่างสม่ำเสมอมาตั้งแต่ปี 2009 กระทั่งสปินอออฟแยกมาเป็นบริษัทลูกของ Alphabet รวมเป็นระยะทางกว่า 8 ล้านกิโลเมตร ก็ยังไม่เคยมีอุบัติเหตุร้ายแรงแม้แต่ครั้งเดียว รวมถึงยังมีการทดสอบวิ่งในระบบจำลองคอมพิวเตอร์ไปถึงกว่า 5 พันล้านไมล์แล้วด้วย

 

AHEAD TAKEAWAY

ถือเป็นข่าวที่กระทบกระเทือนอุตสาหกรรมยานยนต์ไร้คนขับโลกอย่างแท้จริง สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับแท็กซี่ของ Uber เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

มีการมองกันว่านี่คือการสะดุดครั้งใหญ่ของเทคโนโลยีนี้ ซึ่งจะสั่นคลอนความมั่นใจที่ผู้บริโภคมีต่อรถยนต์ไร้คนขับ

ทั้งยังทำให้เกิดคำถามและการบ้านกองโตในเรื่องความปลอดภัยสำหรับบรรดาผู้ผลิตค่ายต่างๆ ในการจะสร้างให้รถที่ขับเคลื่อนโดยหุ่นยนต์ สามารถวิ่งบนถนนเดียวกันกับรถของผู้คนได้

แต่คำประกาศของ John Krafcik คล้ายจะเป็นการยืนยันว่าเทคโนโลยีของ Waymo นั้นก้าวหน้ากว่าบริษัทอื่นๆที่พัฒนารถยนต์ไร้คนขับเช่นกันอยู่พอสมควร

ส่วนจะมากพอเรียกความมั่นใจจากผู้คนจำนวนมากกลับคืนมาได้หรือไม่ คงต้องรอจนกว่าบริการรถยนต์ไร้คนขับของบริษัท ซึ่งจะเปิดใช้งานเป็นที่แรกในเมืองฟินิกซ์ ในปีนี้ ประสบความสำเร็จด้วยดี

 

เรียบเรียงจาก
Waymo chief says his tech could have avoided fatal Uber crash
Waymo CEO On Uber Crash: Our Self-Driving Car Would Have Avoided Pedestrian

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน