แม้จะไม่ได้มีอำนาจในการบริหาร Uber อีกแล้ว แต่สถานะ “ผู้ก่อตั้ง” ของ Travis Kalanick จะยังถูกพูดถึงไปตลอด ทุกครั้งที่เราเอ่ยถึงสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกรายนี้

หลายคนอาจจะรู้ถึงจุดเริ่มต้นของ Uber กันมาบ้าง ว่าเกิดจากปัญหาที่ Kalanick และ Garrett Camp ไม่สามารถหา Taxi ได้ ระหว่างท่องกลางคืนในกรุงปารีส ช่วงฤดูหนาวปลายปี 2008

จนนำมาสู่การระดมสมองตอนมื้อค่ำบนหอไอเฟล ที่เป็นที่มาของแอพพลิเคชั่น สำหรับเรียก Taxi  ที่มาพร้อมกับคอนเซปต์ตั้งต้นว่า “Press a Button and Get a Cab” ซึ่งพัฒนาต่อมาจนเป็น Uber ในปัจจุบัน

แต่อีกประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ก็คือแนวคิดสไตล์ “พร้อมชนทุกอุปสรรค” ในตัว Kalanick ที่เป็นแรงผลักดันให้ Uber ประสบความสำเร็จ นั้น มาจากไหน

คำตอบนั้นอยู่ในภาพ Avatar ของบัญชี Twitter @travisk (ปัจจุบัน เปลี่ยนกลับมาใช้ภาพถ่ายปกติที่ไม่มีการตัดต่อแล้ว)

 

 

ภาพดังกล่าว ดัดแปลงมาจากปกหนังสือ The Fountainhead ของ Ayn Rand – หนึ่งในหนังสือที่เป็นแรงบันดาลใจของผู้ประกอบการชั้นนำของโลกมากมาย (หนึ่งในนั้น คือ Mark Cuban เจ้าของทีม Dallas Mavericks จอมซ่านั่นเอง)

Kalanick เคยให้สัมภาษณ์กับ The Washington Post ถึงการเลือกใช้ภาพ Avatar ดังกล่าวว่า “มันแทบไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องความเห็นทางการเมืองเลย มันเป็นความชอบส่วนตัวที่ผมมีต่อหนังสือเล่มนี้ล้วนๆ ผมเป็นสาวกของเรื่องสถาปัตย์น่ะ”

 

Howard Roark ในโลกจริง

 

 

มีการเปรียบเทียบพฤติกรรมของ Kalanick ว่ามีหลายเรื่องที่ใกล้เคียงกับ Howard Roark สถาปนิกที่เป็นตัวเอกในหนังสือเล่มนี้

ในแง่ความเป็นคนหัวขบถ ไม่เคยลดราวาศอกให้กับผู้อื่น หากขัดแย้งกับความคิดของตน และจะเดินหน้าต่อจนบรรลุเป้าหมายต่อให้สิ่งที่ทำจะขัดแย้งกับคนทั่วไป หรือแม้แต่กฎหมายก็ตาม

ใน The Fountainhead Roark เป็นสถาปนิกหนุ่มไฟแรง ที่ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนพบเส้นทางสู่ความสำเร็จและอำนาจ หลังต้องไปให้การในชั้นศาลจากกรณีระเบิดอาคารแห่งหนึ่ง เพราะการก่อสร้างไม่ได้เป็นไปตามที่เขาออกแบบ

Roark ที่น่าจะถูกตัดสินว่ามีความผิด รอดพ้นจากเรื่องนี้ได้ เพราะคำกล่าวต่อศาลที่ว่า “มนุษย์เราจำเป็นต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง และคงไว้ซึ่งความเห็นแก่ตัวบ้าง”

Kalanick และผู้ประกอบการอื่นๆที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้ ก็ไม่ต่างจาก Roark ในแง่ของการเดินหน้าตามความเชื่อของตัวเอง

เพราะไม่ว่าจะ Uber หรือ Airbnb ต่างก็เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายที่ยังไม่มีบทบัญญัติใดๆมารองรับธุรกิจรูปแบบใหม่ รวมถึงพลังของการค้าเสรี

ซึ่งกว่าที่ภาครัฐและผู้ออกกฏหมายจะทันตั้งตัว สตาร์ทอัพเหล่านี้ก็เติบโตจนมีผู้ใช้งานมหาศาลไปเรียบร้อยแล้ว

 

ขบถพลิกโลก

ครั้งหนึ่ง Business Insider เคยนิยาม Kalanick ในบทความหนึี่ง เมื่อปี 2013 ว่า “เขาเหมือนเป็นมวยรองที่สุดท้ายก็เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้” 

ถ้าย้อนกลับไปดูประวัติของ Uber จะพบว่าบริษัทต้องเผชิญกับแรงต้านจากหน่วยงานด้านกฎหมาย และบริษัทแท็กซี่ ในทุกๆที่ที่พยายามเข้าไปเจาะตลาด

แต่ Kalanick ไม่เคยถอยให้ เพราะมองว่าในอุตสาหกรรมแท็กซี่ทั่วโลกนั้นเต็มไปด้วยปัญหาการผูกขาด คอร์รัปชั่น ฯลฯ  ซึ่งไม่เคยให้ประโยชน์ใดๆกับส่วนรวม

“ถ้าคุณรอจนกว่ามันจะเป็นเรื่องถูกกฏหมาย แล้วค่อยไปจดทะเบียนขออนุญาต คุณไม่มีทางที่จะไปถึงจุดหมายได้”

ใน The Fountainhead ก็เช่นกัน Roark ก็พยายามทลายกฏเกณฑ์เดิมๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายส่วนตัว แม้จะดูเหมือนเป็นพฤติกรรมเห็นแก่ตัวเกินไปก็ตาม แต่สุดท้าย เมื่อทำสำเร็จ เขาก็ได้รับในสิ่งที่ต้องการอยู่ดี

 

สารพัดวิธีเพื่อเป้าหมาย

 

 

และเพื่อไปให้ถึงจุดนั้น เราจึงมักเห็นสารพัดกลยุทธ์ที่ Uber นำมาใช้ “เพื่อบรรลุเป้าหมาย” อาทิ Greyball เครื่องมือที่ใช้ส่งสัญญาณหลอกล่อตำรวจ ซึ่งตั้งใจล่อซื้อเพื่อดักจับผู้ขับ

หรือ Operation Slog ที่ให้ brand ambassadors ของบริษัท โทรสายตรงหาผู้ขับ Lyft สตาร์ทอัพคู่แข่ง ให้ย้ายค่ายมาขับให้ ชนิดไม่เกรงใจอีกฝ่าย

ขณะที่ Emil Michael หนึ่งในผู้บริหารของ Uber ก็เคยเสนอให้บริษัทย้อนศรไปเจาะลึกข้อมูลของสื่อมวลชนคนใดก็ตามที่มักเขียนข่าวหรือบทความเชิงลบถึงบริษัท

ส่วน Josh Mohrer ผู้บริหารอีกรายก็เคยถูกสั่งสอบพฤติกรรม เมื่อถูกจับได้ว่าลอบเข้าไปดูข้อมูลการเดินทางของ Johana Bhuiyan ผู้สื่อข่าวสาวของ Buzzfeed แม้กรณีของ Mohrer จะถูกตีความว่าเป็นการล่วงละเมิดทางเพศมากกว่าก็ตาม

แต่ในช่วงที่ Kalanick ยังดำรงตำแหน่งเป็น CEO นั้น ทั้ง Michael และ Mohrer ก็ยังได้รับโอกาสให้ทำงานต่อ กระทั่งถูกบีบออกในภายหลัง เมื่อ Kalanick สูญเสียอำนาจในบริษัทไป

 

หนุนผู้ใช้แรงงาน – ไม่หนุนสหภาพ

 

 

ในนิยายของ Rand นั้น Roark ใส่ใจ และพร้อมทำงานร่วมกับผู้ใช้แรงงานทุกคนในบริเวณสถานที่ก่อสร้าง ตราบใดที่ผู้ใช้แรงงานเหล่านั้น “ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง” โดยไม่รวมตัวกันเป็นสหภาพ

เพราะตามแนวคิดของเธอนั้น การเคลื่อนไหวของผู้ใช้แรงงาน เป็นแรงผลักดันทีนำไปสู่สังคมนิยม ซึ่งเธอเชื่อว่าเป็นการคุกคามสังคม

แนวคิดในการปฏิบัติต่อผู้ขับ Uber ก็เช่นกัน บริษัทไม่ถือว่าผู้ขับรถเหล่านี้ เป็นพนักงานของตน แต่เป็น “พาร์ทเนอร์” ที่ร่วมลงทุนด้วยกัน (พาร์ทเนอร์ ลงทุนกับรถและลงแรงในการขับ ส่วน Uber ลงทุนในเรื่องระบบ) จึงไม่มีความจำเป็นต้องดูแลคนเหล่านี้ ด้วยสวัสดิการต่างๆ เหมือนพนักงานทั่วไป

ในแง่หนึ่ง คนเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนเจ้าของกิจการของตัวเอง บนแพลตฟอร์มของ Uber 

แต่อีกด้านของเหรียญ ก็มีคนตั้งคำถามเช่นกันว่านี่เป็นการเอารัดเอาเปรียบคนเหล่านั้น ที่ทำงานให้กับ Uber (รวมถึง Ride-Sharing Service อื่นๆหรือไม่?)

แม้วันนี้ มันจะเป็นคำถามที่ Kalanick ไม่จำเป็นต้องตอบอีกแล้วก็ตาม

 

ติดตาม YOU ARE WHAT YOU READ ตอนก่อนๆ ได้ที่นี่

Bill Gates#1

Bill Gates #2

Mark Zuckerberg

Warren Buffett

Jeff Bezos

Elon Musk

Jack Ma

Mark Cuban

*หรือเสิร์ชด้วยการพิมพ์ You are what you read ในช่องเครื่องมือค้นหาหน้าเว็บไซต์

 

*You are what you read เป็นซีรีส์ที่เกิดขึ้น หลังทีมงานมีโอกาสได้พูดคุยกับนักคิด และคนที่มีไอเดียสร้างสรรค์ และเห็นว่าต่างก็มีจุดเชื่อมเดียวกัน คือพื้นฐานจากการเป็นนักอ่านมาก่อน

พื้นที่นี้ จึงจะเป็นการรวบรวมหนังสือดีที่คนเหล่านี้เคยอ่าน และยืนยันว่าควรมีไว้ประดับสมอง ทั้งจากการค้นคว้าโดยทีมงาน หรือจากการสัมภาษณ์โดยตรง โดยจะอัพเดทตอนใหม่ทุกสัปดาห์

หากมีข้อแนะนำ สามารถคอมเมนท์ได้ในเพจ AHEAD.ASIA และอย่าลืมกด like เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกเรื่องที่ทำให้เราทุกอยู่ข้างหน้าพร้อมๆกัน