SoftBank Group Corp. และรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ประกาศในงานแถลงข่าวที่นิวยอร์ค ถึงข้อตกลงร่วมสร้างโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนมหาศาลถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้แล้วเสร็จภายในปี 2030

ภายในงาน Masayoshi Son ผู้ก่อตั้ง SoftBank ได้ร่วมแถลงข่าวกับ Mohammed Bin Salman มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ถึงข้อตกลงร่วมสร้างโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในซาอุฯ ขนาด 200 กิกะวัตต์ ซึ่งจะเป็นโปรเจ็กต์ด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่กว่า Solar Choice Bulli Creek PV ในออสเตรเลีย ที่มีขนาด 2 กิกะวัตต์ (Gigawatt) ถึง 100 เท่า

ขณะเดียวกัน โครงการนี้ ก็จะสามารถสร้างงานให้กับผู้คนได้มากกว่า 100,000 ตำแหน่ง และยังจะสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของชาติลงไปกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์เมื่อแล้วเสร็จ

โครงการนี้จะสร้างหน่วยกักเก็บพลังงานที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยการใช้ไฟฟ้าในประเทศซาอุฯ ถึง 3 เท่า โดย ณ ปัจจุบัน 2 ใน 3 เป็นการใช้ก๊าซธรรมชาติ และที่เหลือเป็นการใช้น้ำมัน ส่วนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในตอนนี้ จำกัดอยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น

“นี่คือก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ” เจ้าชาย Mohammed Bin Salman ทรงกล่าว “มันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ และมีความเสี่ยง แต่เราก็หวังว่าจะประสบความสำเร็จในการทำสิ่งนี้”

ขณะที่ Son กล่าวว่า “อาณาจักรแห่งนี้มีแสงอาทิตย์ที่ยอดเยี่ยม มีพื้นที่ที่พร้อมใช้งานในขนาดที่ยอดเยี่ยม เช่นเดียวกับมีวิศวกรและแรงงานที่เก่งกาจ แต่สิ่งสำคัญสุดคือ พวกเขามีวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด”

 

อ่านเพิ่มเติม
Masayoshi Son: คนบ้าผู้กล้าเดิมพัน

One Day with CEO #6 : Masayoshi Son

 

AHEAD TAKEAWAY

หลังยึดติดกับการใช้พลังงานน้ำมันมาเป็นเวลานาน ซาอุดิอาระเบีย และกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง เริ่มมองถึงการเบนเข็มไปใช้พลังงานกลุ่มอื่นๆแทนแล้ว โดยเฉพาะพลังงานสะอาด

และการร่วมมือกับ SoftBank ก็เกิดขึ้น ภายหลังทำสัญญาสร้างโซลาร์ฟาร์มกับบริษัท ACWA Power ด้วยมูลค่า 302 ล้านดอลลาร์ เพียงเดือนเดียวเท่านั้น

และยังมีโปรเจกต์อื่นๆอีกมากมาย อาทิ เตรียมลงทุนร่วมกับ Alphabet บริษัทแม่ของ Google เพื่อสร้างศูนย์เทคโนโลยี (Tech Hub) ขนาดใหญ่ขึ้นด้วย

ทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นว่า ซาอุดีอาระเบีย ตั้งเป้าที่จะก้าวข้ามอุตสาหกรรมน้ำมันไปสู่เทคโนโลยีอื่นๆ แทนที่จะรอวันถูก disrupt เมื่อน้ำมันไม่ใช่เชื้อเพลิงที่สำคัญอีกต่อไป

ด้าน Masayoshi Son ผู้อยู่เบื้องหลังดีลที่ Grab ซื้อกิจการของ Uber ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หมาดๆ พร้อมด้วยกองทุน Vision Fund นั้น ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการต่างๆเหล่านี้มาโดยตลอด

ขณะเดียวกัน ก็ยังมีส่วนผลักดันให้มีการหันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น นับแต่เกิดเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิมะระเบิดเมื่อปี 2011

ที่ผ่านมา Son ได้ผลักดันให้เกิดการลงทุนสร้างพลังงานแสงอาทิตย์และลมในมองโกเลีย กับโครงการ Asia Super Grid ที่เป็นการร่วมมือกันของทั้งญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, จีน และรัสเซีย

ส่วนโครงการขนาดยักษ์ 2 แสนล้านดอลลาร์ครั้งนี้ นับเป็นการลงทุนครั้งที่ 2 ในซาอุฯ ของ SoftBank ต่อจากการเข้าร่วมทุนมูลค่า 9 หมื่นล้านดอลลาร์ พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) และหุ่นยนต์ เมื่อกลางปี 2017

ด้าน Bloomberg ยังเสริมอีกด้วยว่า SoftBank มีแผนลงทุนในซาอุฯ เพิ่มเติมอีกในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า ด้วยงบประมาณราว 25,000 ล้านดอลลาร์ โดยจะเทงบส่วนใหญ่ราว 15,000 ล้านดอลลาร์ ไปในการพัฒนาเมืองใหม่ Neom แถบชายฝั่งทะเลแดงด้วย

 

เรียบเรียงจาก
Saudis, SoftBank Plan World’s Largest Solar Project
SoftBank Group and Saudi Arabia plan to spend $200 billion building the world’s biggest solar power plant

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน