รัฐบาลมาเลเซียเตรียมจับตาแนวทางการทำธุรกิจของ Grab ว่าจะเข้าข่ายธุรกิจผูกขาดหรือไม่ หลังจากเข้าเทคโอเวอร์กิจการในภูมิภาคอาเซียน จาก Uber สัปดาห์ที่แล้ว ด้านผู้บริหาร Grab ให้คำมั่นจะไม่ขึ้นค่าโดยสารในเร็วๆนี้

การขายกิจการในแถบเอเชียอาคเนย์ให้กับ Grab ทำให้ Uber ต้องถอยออกไปจากการทำธุรกิจในย่านนี้ แม้จะแลกมาด้วยการได้สิทธิ์ในการเข้าถือหุ้นจำนวน 27.5 เปอร์เซ็นต์ของ Grab ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ ก็ตาม

ตามรายงานจากสำนักข่าว Reuters ระบุว่าทางการมาเลเซียกำลังจับตาการทำธุรกิจของ Grab ว่าจะเข้าข่ายผิดกฎหมายเรื่องการแข่งขันทางการตลาดหรือไม่ สืบเนื่องจากที่รัฐบาลสิงคโปร์ สั่งสอบสวนดีลของ Grab กับ Uber เมื่อศุกร์ที่แล้ว

ทางการมาเลเซียจะเฝ้าระวังการดำเนินงานของ Grab เป็นพิเศษหลัง ว่าพวกเขาจะขึ้นราคาค่าโดยสาร หรือดำเนินธุรกิจอย่างเอารัดเอาเปรียบลูกค้าหรือไม่

Nancy Shukri รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ มาเลเซีย กล่าวว่า “เราจะไม่ทำเป็นเรื่องเล่นๆ อย่างแน่นอน เราจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ตอนนี้ยังเป็นเพียงขั้นเริ่มต้น และเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป”

Shukri เผยเพิ่มเติมว่า การพูดคุยเจรจาเบื้องต้นกับตัวแทนของ Grab มีขึ้นไปแล้วเมื่อ 26 มี.ค. และ Grab ได้ยืนยันกับ Shukri ว่าจะไม่มีการตั้งราคาค่าบริการอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งไม่มีแผนจะขึ้นราคาในเร็วๆ นี้เช่นกัน

“พวกเขาการันตีกับเราว่าจะไม่มีการขึ้นราคาหรือการกำหนดราคาอย่างไม่เป็นธรรม เราได้เน้นย้ำว่าหากพวกเขาแสดงพฤติกรรมการผูกขาดใดๆ กฎหมายเกี่ยวกับการแข่งขันทางการตลาดจะมีผลบังคับใช้ทันที เราเน้นย้ำเรื่องนี้กับพวกเขาอย่างชัดเจน”

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมของอินโดนีเซีย ออกประกาศให้ทั้ง Grab และ Go-Jek สองผู้ให้บริการ Ride-Hailing ในประเทศ ต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวงฯ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 2 เดือน เพื่อให้เข้าเกณฑ์ความปลอดภัยของกฎหมายขนส่งมวลชน

Budi Karya Sumadi รมต.อินโดนีเซีย ระบุว่า “เราในฐานะกระทรวงคมนาคม มีหน้าที่ต้องหาข้อสรุปในกรณีนี้ และจะมีการนัดหมายผู้เกี่ยวข้องเข้าหารือภายใน 1-2 วัน” ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกรายเสริมว่า ทั้ง Grab และ Go-Jek จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาต เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ

ทั้งนี้ การได้มาซึ่งใบอนุญาตดังกล่าว รถยนต์ของผู้ให้บริการทุกคันต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยของกระทรวง และผู้ขับก็ต้องผ่านการสอบใบขับขี่สำหรับการให้บริการสาธารณะด้วย อย่างไรก็ตาม กฎนี้จะบังคับใช้กับรถยนต์ ไม่รวมจักรยานยนต์แต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม
Didi Chuxing อีกหนึ่งผู้พิชิต Uber
Masayoshi Son: คนบ้าผู้กล้าเดิมพัน
สมรภูมิ Ride-hailing ในไทย: วันที่ Line ขอร่วมวง

 

AHEAD TAKEAWAY

แม้ว่า Grab จะดำเนินธุรกิจในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาตั้งแต่ปี 2012

แต่การเข้าควบรวมกิจการของ Uber ก็ทำให้รัฐบาลของหลายชาติต้องขยับตัวไปตามๆ กัน

ศุกร์ที่แล้ว คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าของสิงคโปร์ (Competition Commission of Singapore – CCS) สั่งสอบสวนดีลนี้อย่างจริงจัง เพราะเกรงจะเกิดการผูกขาดธุรกิจ และออกคำสั่งให้ทั้งสองเจ้าตรึงราคาค่าบริการตามเดิมเอาไว้

สัปดาห์นี้ เป็นทางฝั่งของ มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ที่รายแรกมีการเจรจาเบื้องต้นกับ Grab ไปแล้ว

และได้รับคำมั่นสัญญาจากผู้ประกอบการว่าจะไม่ขึ้นค่าโดยสาร รวมทั้งจะไม่ดำเนินธุรกิจอย่างเอารัดเอาเปรียบลูกค้า ส่วนรายหลังออกข้อบังคับให้ภายใน 2 เดือนข้างหน้านี้ Grab (และ Go-Jek) ต้องขึ้นทะเบียนทำใบอนุญาตทั้งตัวรถและผู้ขับขี่

แม้แง่หนึ่งจะเป็นการแสดงให้เห็นว่า การจะขึ้นเป็นเบอร์ 1 แบบไร้คู่แข่งในย่านนี้ของ Grab ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างใจคิด

แต่อีกแง่ก็เป็นความชัดเจนว่ารัฐบาลแต่ละชาติไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อประโยชน์ของทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ

แต่สำหรับอีกบางประเทศ บางทีคงไม่ต้องพูดถึง เมื่อแทบไม่พบความเคลื่อนไหวในสร้างมาตรการใดใดขึ้นเพื่อรองรับธุรกิจแขนงนี้

ลำพังแค่การรับรองความปลอดภัยไม่ให้ผู้ขับ (ทั้ง Taxi และ Bike) โดนทำร้าย ก็ดูจะเป็นเรื่องยากเย็นเต็มกลืนแล้ว และไม่รู้ว่าต้องอยู่กันอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ไปนานเพียงใด

 

เรียบเรียงจาก
Malaysia puts Grab on anti-competition watchlist after Uber stake buy
Grab promises no price hike after Uber takeover, says Nancy Shukri
Indonesia says Go-Jek, Grab need to register as transport businesses
Singapore watchdog says Uber-Grab deal may have infringed competition

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน