บุคคลที่ประสบความสำเร็จ โดยที่ไม่ได้เรียนจบระดับมหาวิทยาลัยนั้น มีมากมาย

โดยเฉพาะตัวอย่างคลาสสิคอมตะนิรันดร์กาล ที่หยิบยกมาพูดกันไม่รู้จบ อย่าง Bill Gates, Steve Jobs หรือ Mark Zuckerberg

แต่ห้าคนที่เราจะกล่าวถึงต่อไปนี้ หลายรายไม่ได้เดินก้าวเท้าออกจากมหาวิทยาลัยแบบสวยๆ เหมือนสามคนที่ว่ามา

มีทั้งดร็อปแล้วดร็อปอีก เข้าเรียนเพื่อให้พ่อแม่สบายใจแล้วแอบดร็อป หรือแม้แต่โดนไล่ออกก็ยังมี

แต่สุดท้ายทั้งหมด ก็แสดงให้เห็นว่าหากคุณพร้อม และมีเป้าหมายที่ชัดเจนในชีวิต

บางครั้ง การศึกษาก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับทุกคน

 

Ted Turner

ธุรกิจ: CNN

มูลค่า: 2,200 ล้านดอลลาร์

 

“ผมไม่ใช่อัจฉริยะอะไรเลย ผมแค่มองไปข้างหน้า และคาดการณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในห้าปีสิบปีข้างหน้า”

– Ted Turner –

 

 

ใครจะเชื่อว่าผู้ก่อตั้งหนึ่งในสำนักข่าวระดับโลกในโลก จะเรียนหนังสือไม่จบ

แถมไม่ใช่การดร็อปเรียนกลางคันด้วยตัวเอง แต่เป็นการโดนไล่ออกด้วย

Ted Turner แห่ง CNN คือคนคนนั้น

สมัยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยบราวน์ Turner ไม่ใช่ไก่กา

เขาเลือกเรียนวิชาเอกสาขาวรรณคดีคลาสสิก ก่อนเปลี่ยนมาเป็นเศรษฐศาสตร์

ด้านกิจกรรม ก็เป็นถึงรองประธานกลุ่มโต้วาที และกัปตันทีมเรือพาย

แต่ไม่ทันเรียนจบ ก็ถูกเชิญออก เพราะพาเพื่อนหญิงเข้าห้องในหอพักมหาวิทยาลัย

สุดท้าย Turner ต้องไปดูแลกิจการโฆษณาแทนบิดาที่ฆ่าตัวตายในปี 1963

และสานต่อจนกลายเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศ และต่อยอดไปสู่สถานีโทรทัศน์ข่าว 24 ชั่วโมงรายแรกของโลก CNN ในเวลาต่อมา

 

Larry Ellison

ธุรกิจ: Oracle

มูลค่า: 61,100 ล้านดอลลาร์

 

“สิ่งสำคัญคือคุณต้องลงมือทำ – เดี๋ยวนี้เลย” – Larry Ellison

 

 

ออราเคิล ที่ไม่ใช่ ออเจ้า คือเบอร์หนึ่งด้านผลิตภัณฑ์ database ทั่วโลก ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด กว่า 41.6% (ข้อมูลจากปี 2016)

และได้รับความไว้วางใจจากบริษัทเอกชนทั่วโลก รวมถึงหน่วยงานรัฐ

แต่ Ellison ผู้ก่อตั้งนั้น โตขึ้นมาในย่านสุดอันตรายของนิวยอร์ค อย่าง บร็องซ์ ด้วยฝีมือของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว

Ellison ไม่ใช่เด็กเกเรซะทีเดียว เขาต้องดร็อปเรียนถึงสองหน

หนแรก คือตอนเรียนปีสองที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เพราะคุณป้าเสียชีวิต

ก่อนจะกลับมาเรียนอีกครั้งที่มหาวิทยาลัยชิคาโก แต่ก็อยู่ได้แค่เทอมเดียว

กลายเป็นว่า Ellison ได้เรียนรู้ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และโปรแกรมมิ่งระหว่างทำงาน

และใช้มันเริ่มธุรกิจของตัวเอง และปั้นจนกลายเป็นบริษัทระดับโลกได้ในที่สุด

 

Michael Dell

ธุรกิจ: Dell

มูลค่า: 23,500 ล้านดอลลาร์

 

“คุณไม่ต้องเป็นอัจฉริยะ มีวิสัยทัศน์ หรือกระทั่งจบมหาวิทยาลัยหรอก ถ้ายอยากจะประสบความสำเร็จ” – Michael Dell

 

เส้นทางของ Dell คล้ายๆกับมหาเศรษฐีสาย tech ในยุค 80-90 อีกหลายๆคน คือคอมพิวเตอร์ที่เป็นความชอบส่วนตัว ไม่ตรงกับความต้องการของพ่อแม่

Dell เลือกถอยหนึ่งก้าวให้พ่อแม่พอใจ ด้วยการเข้าคณะแพทย์ที่มหาวิทยาลัยเท็กซัส

แต่ลาออกหลังจากผ่านไปได้ปีเดียว เพราะอาชีพเสริมที่เป็นการซ่อมและขายคอมพิวเตอร์เวิร์คกว่า

ทุกวันนี้ เขายังเป็น CEO ของหนึ่งในบริษัทไอทีที่ใหญ่ที่สุดในโลก Dell Technologies

มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุม ตั้งแต่ พีซี เซิร์ฟเวอร์ สมาร์ทโฟน

ไปจนถึงระดับเน็ตเวิร์ค และซอฟต์แวร์ ทั้งสำหรับสำนักงาน และบุคคล

 

David Geffen

ธุรกิจ: Geffen Records และ DreamWorks

มูลค่า: 8,200 ล้านดอลลาร์

 

“ผมคิดเสมอว่าแต่ละคนล้วนแต่สามารถพัฒนาตัวเองได้” – David Geffen 

 

Geffen คือชายผู้ร่ำรวยที่สุดในฮอลลีวู้ด ในฐานะผู้ก่อตั้งสังกัดเพลง Geffen Records และสตูดิโอภาพยนตร์ DreamWorks

ดูเผินๆเหมือน Geffen จะเป็นคนใฝ่เรียน เพราะเคยเข้าศึกษาที่ ซานตา มอนิกา ซิตี้ คอลเลจ, บรูคลิน คอลเลจ และมหาวิทยาลัยเท็กซัส

แต่สุดท้ายก็ดร็อปเรียนจากทุกที่

หนักกว่านั้น เขายังโกหกเรื่องวุฒิการศึกษาว่าจบจาก UCLA ตอนสมัครเข้าทำงานที่ William Morris เอเจนซี่ชื่อดังด้วย

จนเป็นที่มาของเรื่องเล่าว่าเจ้าตัวเลือกทำงานคัดแยกจดหมายที่นั่น เพราะต้องดักไม่ให้หนังสือแจ้งเรื่องนี้ จากทางมหาวิทยาลัยไปถึงมือเจ้านาย

ซึ่งเจ้าตัวก็ถือโอกาสปลอมแปลงให้จดหมายฉบับนั้น กลายเป็นหนังสือรับรองไปในตัว

 

Travis Kalanick

ธุรกิจ: Uber

มูลค่า: 68,000 ล้านดอลลาร์

 

“แทนที่คุณจะไปลงเรียนวิชาเพื่อเป็นผู้ประกอบการ คุณควรโดดลงสระและหัดว่ายน้ำได้เลย” – Travis Kalanick

 

แม้ภาพลักษณ์จะดูเหมือนคนขวางโลก และไม่น่าจะสนใจเรื่องเรียน

แต่ธุรกิจแรกของ Kalanick ตอนอายุ 18 ปี กลับเป็นบริการด้านการศึกษา คือการติวสอบ SAT ชื่อว่า New Way Academy

จากนั้น เขาเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอเนีย (UCLA) ในสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์

พร้อมทำสตาร์ทอัพของตัวเองในชื่อ Scour เป็นเสิร์ชเอ็นจินแบบ P2P สำหรับค้นหาและแชร์ไฟล์ ซึ่งมาก่อน Napster ด้วยซ้ำ

จนเมื่อธุรกิจทำท่าจะไปได้สวย เขาเลยลาออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันในปี 1998 ก่อนจะโดนฟ้องยับในเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์

จนต้องยื่นเรื่องล้มละลายเพื่อเลี่ยงกฏหมาย และหันไปปั้น Red Swoosh และ Uber ในเวลาต่อมา

 

ดูความสำเร็จของคนไม่เรียนหนังสือกันแล้ว ลองแวะไปดูบ้างว่าพวก “เด็กเรียน” เขาเป็นยังไงกัน

ใน Educated Billionaires: เรียนดีก็รวยได้

 

 

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรม และธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน