เผย ธุรกิจความจริงเสมือน Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) สามารถโกยเงินระดมทุนจากกลุ่มทุนต่างๆ ไปได้ถึง 3,600 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 12 เดือนหลัง จนนับเป็นสถิติใหม่ และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2018 นี้เพียงช่วงเดียวก็สามารถทำเงินได้นับพันล้านดอลลาร์แล้วเช่นกัน

ธุรกิจ AR และ VR กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีการขับเคลื่อนของอุปกรณ์ AR และ แว่นตาอัจฉริยะ Smartglasses เป็นปัจจัยสำคัญ จนเป็นตัวที่ช่วยกระตุ้นการลงทุนจากบรรดากลุ่มทุนและนักลงทุนได้เป็นอย่างมาก

ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา Magic Leap สตาร์ทอัพเจ้าของแว่นตาฉายภาพ 3D ระบบ AR สามารถระดมทุนได้ร่วม 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2017 ซึ่งได้ไป 502 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยไตรมาสแรกของปีนี้ที่ได้ 461 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Improbable ผู้สร้างซอฟท์แวร์เกม VR ระดมทุนได้ 502 ล้านดอลลาร์ในรอบปี, Niantic ได้ 200 ล้านดอลลาร์ เช่นเดียวกับ Unity ที่ทำเงินไปไม่น้อยกว่ากัน

แม้ว่าร่วมครึ่งหนึ่งของเงินลงทุนทั้งหมดจะเกิดในบรรดาสตาร์ทอัพรายใหญ่ดังกล่าว แต่บรรดาบริษัทเล็กๆ ก็สามารถเพิ่มทุนของตัวเองในมูลค่าที่ลดหลั่นกันลงไป ซึ่งพบว่านักลงทุนนิยมจับธุรกิจ AR มากกว่า VR อยู่เล็กน้อย

เงินลงทุน 2 ใน 3 ถูกจ่ายให้กับบริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยี AR/VR และผู้ผลิต Smartglasses จากนั้นจึงตามด้วยบริษัท AR/VR แขนงต่างๆ เช่นธุรกิจเกม, ระบบนำทาง, การแพทย์, ภาพถ่ายและวิดีโอ หรืออื่นๆ

แม้จำนวนครั้งของการลงทุนในไตรมาสแรกของปีนี้ จะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน แต่ก็เป็นเพราะในช่วงปลายปีที่แล้ว HTC VIVE มีการประกาศการร่วมงานกับสตาร์ทอัพ VR/AR จำนวนมากถึง 26 รายทั่วโลก ซึ่งทำให้ตัวเลขแง่นี้ขยับขึ้นโดยตรง

Digi-Capital ยังมีการพูดคุยกับ 30 นักลงทุนใน Sand Hill Road และประเทศจีน ถึงการที่พวกเขาเข้าลงทุนในธุรกิจ AR/VR และพบความน่าสนใจอยู่หลายประเด็นด้วยกัน เช่น Mobile AR อยู่ในระยะแรกเริ่ม และอาจมีการลงทุน 50-100 ล้านดอลลาร์ในช่วง 18-24 เดือนข้างหน้า, ผู้ผลิต Mobile AR ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจและรอให้ผู้บริโภคเปิดรับ, ตลาดของ Smartglasses ยังแทบไม่เริ่มต้น และในอนาคต Apple น่าจะเข้ามาสร้างจุดเปลี่ยน (คาดว่า Apple จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อกับ Smartglasses ภายในปี 2020), ธุรกิจ VR น่าจะต้องใช้เวลานานพอสมควรเพื่อยึดครองใจผู้บริโภค โดยนักลงทุนชะลอการร่วมทุนกับธุรกิจแขนงนี้ไปในช่วงกลางปี 2017 และยังไม่มีกระเตื้องขึ้นนักในตอนนี้

 

AHEAD TAKEAWAY

ชัดเจนว่าธุรกิจ AR และ VR กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ด้วยเทรนด์ของโลกที่กำลังเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมโลก 4.0 อันมี AR, VR ไปจนถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นปัจจัยสำคัญ

การใช้เทคโนโลยี AR/VR เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในวงการเกม และวงการกีฬา โดยเฉพาะในโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 ที่พย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการแสดง AR/VR ในหลายรูปแบบและจากหลายบริษัทผู้ผลิต

การที่สตาร์ทอัพ AR และ VR สามารถระดมทุนจากกลุ่มทุนต่างๆ ไปได้ถึง 3,600 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 1 ปีหลัง แถมในช่วงไตรมาสแรกของปี 2018 นี้เพียงช่วงเดียวก็สามารถทำเงินได้นับพันล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าธุรกิจแขนงนี้กำลังคึกคัก เหมือนดั่งที่ Peter Thiel นักลงทุนแถวหน้าของซิลิคอนวิลลี่ย์ ทำนายไว้ว่าบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่รายต่อไป จะไม่ใช่พวกแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตอีก แต่เทคโนโลยีจะถูกนำไปปรับใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทุกผู้ผลิตต้องแก้โจทย์คือการจะทำให้ AR และ VR สามารถเข้าถึงได้โดยง่ายและเป็นวงกว้าง เมื่อในตอนนี้ ทั้งสองสิ่งยังเป็นเหมือน ‘ของเล่นคนรวย’ ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่สามารถแตะต้องได้แต่อย่างใด นอกจากนี้ VR ยังมีปัญหาเรื่อง Motion sickness อีกด้วย

 

เรียบเรียงจาก
AR/VR market transition begins as startups raise record $3.6 billion

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน