แลร์รี เอลลิสัน คือผู้ก่อตั้ง และอดีต CEO ของ Oracle บริษัทซอฟต์แวร์ด้านการจัดการที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผู้มีไลฟ์สไตล์โลดโผนที่สุดคนหนึ่ง

เอลลิสัน เติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ก่อนที่ลุงและป้าจะมาอุปการะต่อ จนได้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย University of Illinois at Urbana-Champaign แต่ก็ต้องดร็อปเรียนกลางคัน เพราะป้า ซึ่งเป็นแม่บุญธรรมเสียชีวิต

แม้จะกลับไปศึกษาต่ออีกครั้งที่มหาวิทยาลัย University of Chicago แต่เจ้าตัวก็ลาออกหลังจากเรียนได้เพียงเทอมเดียว

ต่อให้ไม่จบมหาวิทยาลัย แต่การได้รู้จักกับคอมพิวเตอร์ ระหว่างเรียนที่ชิคาโก ก็เป็นตัวจุดประกายให้เจ้าตัวเลือกเส้นทางสายนี้ในเวลาต่อมา ด้วยการก่อตั้ง Oracle ขึ้นในปี 1977 และปั้นให้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แม้จะลงจากตำแหน่ง CEO มาแล้วหลายปี แต่ไม่ได้หมายความว่า เอลลิสัน ที่อายุขึ้นหลัก 7 แล้ว จะรีไทร์ตัวเอง เพราะเจ้าตัวยังทำงานหนักทุกวัน ทั้งในฐานะประธานบริษัท และหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของบริษัทเช่นเดิม

และนี่คือรูปแบบการใช้ชีวิตของ แลร์รี เอลลิสัน ผู้สร้างตัวจากศูนย์ จนเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีลำดับต้นๆของโลกในปัจจุบัน

 

แอบดูคู่แข่ง

 

 

เอลลิสัน นั้นขึ้นชื่อไม่น้อย เรื่องการใช้ไอเดียแผลงๆนอกกรอบ เพื่อเอาชนะในเชิงธุรกิจ

ถึงขนาดเคยจ้างนักสืบเอกชนไปคุ้นขยะจากออฟฟิศของ Microsoft เพื่อดูว่ามีข้อมูลอะไรที่น่าสนใจเล็ดรอดมาบ้าง

“เรื่องที่ว่าผมจ้างคนไปคุ้ยขยะของ Microsoft นี่เรื่องจริงเลย ผมคิดว่ามันเป็นวิธีที่ถูกต้องแล้ว…วิธีของเราอาจจะดูแปลกๆไปบ้าง แต่เราไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายนะ” เอลลิสัน กล่าว

 

จอมบงการ

 

แลร์รี เอลลิสัน

 

คุณสมบัติหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ เอลลิสัน คือความกระหายที่จะเป็นผู้ชนะ – ตลอดเวลา

ระหว่างการทำงาน โดยเฉพาะช่วงที่ยังเป็นซีอีโอของบริษัท เขาจะคอยกระตุ้นพนักงานด้วยการมอบเหรียญทองเป็นโบนัสให้เป็นรางวัล แต่ขณะเดียวกัน ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามความคิดของเขา ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม

แต่ เอลลิสัน ไม่ใช่เจ้านายประเภทชี้นิ้วสั่งอย่างเดียว เขายังเป็นพวกบ้างานขนานแท้ เพราะในหนังสือ “Softwar: An Intimate Portrait of Larry Ellison and Oracle” ของ แม็ทธิว ไซมอนด์ส นั้น เอลลิสัน ม้กจะขลุกอยู่ที่ออฟฟิศจนดึกดื่นเที่ยงคืนเสมอ กว่าจะยอมกลับบ้าน

 

นักสะสม

 

 

แม้ในชีวิตประจำวัน จะเต็มไปด้วยงานมากมาย แต่ เอลลิสัน ก็ยังคอยหาเวลาว่างนั่งเขียนเรื่องสั้นเก็บไว้ โดยยังไม่มีแผนจะรวมเล่มเพื่อตีพิมพ์ใตตอนนี้

“ผมว่าจะรอจนรีไทร์ก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องนี้ ผมชอบเขียนบทละครกับเรื่องสั้นที่มีประเด็นให้โต้เถียงกันอยู่ด้วย”

นอกจากงานเขียนแล้ว เอลลิสัน ยังเป็นนักสะสมตัวยง โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เกือบทั้งหมดของเกาะ Lanai ในฮาวาย หรือบ้านและคฤหาสน์ในมาลิบู แคลิฟอร์เนีย อีก 24 แห่ง

เอลลิสัน ยังซื้อศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ในฮาวายเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองอีกหนึ่งแห่ง ซึ่งว่ากันว่าที่นี่ต้องดูแลแมวจรจัดมากถึง 400 ตัว แม้ว่าเขาจะไม่เคยเดินทางมาดูด้วยตัวเองแม้แต่ครั้งเดียวก็ตาม

ยังไม่นับคฤหาสน์หลังใหญ่ในย่านวูดไซด์ แคลิฟอร์เนีย ที่เจ้าตัวซื้อที่ดิน และสร้างตัวอาคารขึ้นใหม่ในสไตล์ญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

 

คนบ้ากีฬา

 

 

เอลลิสัน ยังสะสมของแปลกๆอีกมากมาย เช่นเครื่องบินเจ็ทสองลำ ที่เป็น “เครื่องบินขับไล่” ทั้ง Mikoyan MiG-29 และเครื่องบินเก่าจากยุคสหภาพโซเวียต ส่วนทางน้ำ ก็มีเรือยอทช์ที่เขาเป็นผู้ก่อตั้ง Oracle Team USA ที่เคยได้รางวัลจากรายการ America’s Cup ในปี 2010 และ 2013 และเพิ่งเสียถ้วยรางวัลไปให้กับนิวซีแลนด์ เมื่อปีที่ผ่านมานี่เอง

นอกจากเรือยอทช์แล้ว เขายังเป็นสปอนเซอร์หลักของเทนนิสรายการใหญ่ อย่าง BNP Paribas Open ด้วย และยังเคยพยายามซื้อทีมบาสเกตบอล NBA หลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปในการเจรจาได้เลย ทั้ง Memphis Grizzlies, Golden State Warriors และ New Orleans Hornets

“ผมสนุกกับการแข่งขัน และสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากมัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่มีทางได้รับเลย ถ้าผมตัดสินใจรีไทร์ตัวเองจากการทำงาน” 

 

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า