เมื่อเอ่ยถึงอิตาลี สิ่งที่หลายคนนึกถึง นอกจาก อาหาร แฟชั่น หรือศิลปวัฒนธรรมแล้ว ยังต้องนับรวมรถยนต์ไว้ด้วย

เพราะดินแดนรูปทรงรองเท้าบูต คือหนึ่งในห้าชาติผู้ผลิตรถยนต์ลำดับต้นๆของโลกในปัจจุบัน
ไม่ใช่เพียงแค่ในเชิงปริมาณเท่านั้น
แต่รถยนต์จากอิตาลีนั้น ยังขึ้นชื่อทั้งเรื่องดีไซน์และพละกำลัง โดยเฉพาะบรรดาแบรนด์ที่มีจุดกำเนิดทางตอนเหนือของประเทศ อาทิ Alfa Romeo, Lancia, Fiat, Maserati, Ferrari
รวมถึง Lamborghini เจ้ากระทิงเปลี่ยวที่เกิดมาเพื่อเป็นคู่กัดกับม้าลำพองโดยเฉพาะ
เพียงเพราะ Ferruccio Lamborghini ผู้ก่อตั้ง ต้องการลบคำสบประมาทจากอีกฝ่าย ที่ว่าตนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับรถสปอร์ตเลย

Ferruccio นั้น เกิดในตระกูลเกษตรกร ซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ใน แคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ทางตอนเหนือของอิตาลี 
แต่กลับมีความสนใจในเรื่องเครื่องยนต์กลไก
ในช่วงวัยรุ่น เขาเข้าเรียนในวิทยาลัยอุตสาหกรรม ที่เมืองโบโลญญา จนจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ทางด้านอุตสาหกรรม
แต่หลังเริ่มทำงานในอู่ซ่อมเครื่องยนต์ได้ไม่นาน ก็เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง จึงต้องเข้าประจำการในฐานะช่างในฐานทัพอากาศอิตาลี บนเกาะโรดส์ในประเทศกรีซ
จนเมื่ออิตาลีเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสงครามโลก Ferruccio จึงใช้ความรู้ที่ได้จากการทำงานในกองทัพ รวมถึงอะไหล่ต่างๆ มาสร้างเป็นรถแทร็กเตอร์ ภายใต้แบรนด์ ‘Carioca’

ในยุคหลังสงคราม น้ำมันเบนซินในอิตาลีมีราคาสูงมาก

ทางออกของ Ferruccio คือดัดแปลงเครื่องยนต์หกสูบของ Carioca ให้ใช้เบนซินเฉพาะในช่วงสตาร์ทเครื่อง และสามารถสลับไปใช้ดีเซลที่ราคาถูกกว่าเป็นเชื้อเพลิง

ทำให้รถแทร็กเตอร์ของ Ferruccio กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของอิตาลี ในการฟื้นฟูประเทศด้วยเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม

และรถแทร็กเตอร์แบรนด์ Carioca ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงในทางธุรกิจ

 

ฐานะที่ร่ำรวยขึ้น ทำให้ Ferruccio เริ่มหันมาสนใจสะสมรถยนต์หรูราคาแพง จนสามารถเปลี่ยนรถใช้ได้ทุกวันในหนึ่งสัปดาห์

ในบรรดาซูเปอร์คาร์ที่ Ferruccio สะสมไว้ในคอลเลคชั่น ก็คือ Ferrari ทั้ง 250GT, 250 SWB Berlinetta และ 250GT 2+2

และด้วยความรู้ในด้านยานยนต์ Ferruccio มักเปิดปากวิจารณ์รถยนต์ในคอลเลคชั่นแบบตรงไปตรงมา เช่นการตำหนิว่า Maserati นั้นมีน้ำหนักมากเกินไป และออกตัวได้ช้า

ส่วน Ferrari นั้น แม้จะมีข้อดีอยู่หลายอย่าง แต่ก็ยังไม่วายถูกติ ทั้งเรื่องเสียงเครื่องยนต์ที่ดังเกินไป ระบบคลัทช์ และบริการหลังการขาย

ด้วยความหงุดหงิด Ferruccio ตัดสินใจร้องเรียนเรื่องนี้โดยตรงถึง Enzo Ferrari

แต่กลับถูกอีกฝ่ายตอกกลับว่าคนที่อยู่กับรถแทร็กเตอร์มาตลอดทั้งชีวิต

จะรู้ดีกว่าเขาที่เป็นราชาแห่งรถสปอร์ตได้ยังไง

 

ผลจากการโต้เถียงครั้งนั้น ทำให้ Ferruccio ตัดสินใจกลับมาดัดแปลง 250GT ด้วยตัวเอง จนมีประสิทธิภาพดีกว่ารุ่นที่ออกจากโรงงาน

และตัดสินใจโดดเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างเต็มตัว เพราะเชื่อมั่นว่าเขาจะทำได้ดีกว่า Ferrari ในทุกๆด้าน

ไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพรถ แต่ยังรวมถึงบริการหลังการขาย และผลกำไรที่เหนือกว่าการขายรถแทร็กเตอร์ด้วย

 

ในการออกแบบโมเดลแรกๆของ Lamborghini นั้น Ferruccio เลือกใช้งานอดีตคนเก่าแก่ของ Ferrari มาช่วยงาน

ทั้ง Gian Paolo Dallara วิศวกรผู้ออกแบบแชสซีส์ หรือ Giotto Bizzarrini ผู้ออกแบบเครื่องยนต์ ‘Lamborghini V12’ เครื่องยนต์คลาสสิคที่อยู่คู่กับแบรนด์นานเกือบครึ่งศตวรรษ

แต่แทนที่จะเน้นความเป็นทัวริ่งคาร์เหมือน Ferrari

Ferruccio จะเลือกปรับแต่งให้เข้ากับการใช้งานจริงบนถนนมากกว่า จนได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงทศวรรษที่ 1960

 

แม้ในเวลาต่อมา Ferruccio จะตัดสินใจขายบริษัทให้กับนายทุนรายอื่นไปในตอนกลางทศวรรษที่ 1970

เนื่องจากเกิดวิกฤตน้ำมันจนส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์ทั่วโลก

แต่แบรนด์รถยนต์ ‘กระทิงเปลี่ยว’ ก็ยังยืนหยัดผ่านกาลเวลามาได้จนถึงปัจจุบัน และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในหกแบรนด์รถยนต์ที่ดีที่สุดจากอิตาลี

ในระดับทัดเทียมกับ Ferrari คู่ปรับตลอดกาล ผู้จุดประกายให้ Ferruccio ตัดสินใจที่จะสร้างรถสปอร์ตที่ดีกว่า เพื่อลบคำสบประมาทครั้งนั้นให้ได้

 

เรียบเรียงจาก

The Top 6 Italian Car Manufacturers

Ferrucio Lamborghini telling a legend

Lamborghini: Never Insult a Tractor Tycoon

 

ติดตาม #Breakfast4Brain ได้ทุกเช้าตรู่วันจันทร์ถึงศุกร์ที่เพจ AHEAD ASIA

หากถูกใจอย่าลืมกดแชร์ กดไลค์ คอมเมนท์ แนะนำติชม กดติดดาว หรืออะไรที่สบายใจเพื่อให้กำลังใจทีมงาน AHEAD.ASIA หาเรื่องราวดีๆมาให้คุณรู้ เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน