PayPal: ผู้เปิดโลกธุรกรรมออนไลน์

ในวันที่การทำธุรกรรมการเงินแบบออนไลน์ เป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตคนยุคปัจจุบัน

แต่หากย้อนกลับไปในปี 1998 ในช่วงเริ่มต้นของฟองสบู่ดอทคอม และอินเตอร์เน็ตเพิ่งเริ่มแพร่หลาย

แนวคิดนี้ถือเป็นเรื่องที่ ‘ล้ำ’ หรืออาจเข้าขั้น ‘เกินจริง’ ด้วยซ้ำ

หากปราศจากเด็กหนุ่มสองคน ซึ่งพบกันที่ซิลิคอน วัลลีย์พยายามผลักดันให้มันเกิดขึ้นจนได้

 

หนึ่งคือ Max Levchin เด็กหนุ่มผู้อพยพเชื้อสายยูเครน ที่เพิ่งจบปริญญาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์มาหมาดๆ

และอีกคน คือ Peter Thiel อดีตทนายความ ที่ผันตัวมาเป็นนักลงทุน VC ซึ่งกำลังมองหาสตาร์ทอัพที่น่าสนใจสำหรับร่วมงานด้วย

หลังการแลกเปลี่ยนความเห็นกันหลายครั้ง ทั้งคู่ก็เกิดไอเดีย ว่าน่าจะมีวิธีที่สามารถโอนเงินหรือชำระค่าบริการ/สินค้าให้ใครก็ได้ จึงค่อยๆเริ่มปั้นแนวคิดนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

เริ่มจากการมองหาอุปกรณ์ที่เหมาะสมต่อการใช้งาน ซึ่งในยุคนั้น ก็คือ Personal Digital Assistants หรือ PDA

Levchin และ Thiel นำเสนอบริการของตนภายใต้แนวคิดดังกล่าว ในชื่อ Fieldlink

แต่ด้วยความที่ PDA นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันในวงแคบ

Fieldlink จึงไม่สามารถสเกลอัพเพื่อไปต่อได้ และต้องล้มเลิกไปในที่สุด

 

ทั้งคู่ยังคงเชื่อว่าไอเดียของตนถูกต้องแล้ว จึงนำประสบการณ์ที่ได้จากการทำ Fieldlink มาขัดเกลาใหม่ในยุคอินเตอร์เน็ตเฟื่องฟู

หลังได้รับทุนสนับสนุนจาก Nokia ถึง 3 ล้านดอลลาร์ และใช้ชื่อว่า PayPal

เปรียบเทียบกับ Fieldlink แล้ว การใช้งาน PayPal ง่ายและสะดวกกว่ากันมาก ขอเพียงแค่มีบัตรเครดิตและอีเมลก็พอ

 

เมื่อได้ระบบที่ลงตัวแล้ว ขั้นต่อไปคือหาผู้ใช้

ทั้ง Levchin และ Thiel ผุดไอเดียการแจกเงิน 10 ดอลลาร์ ให้กับผู้ที่สมัครเป็นครั้งแรก และจะได้เพิ่ม 10 ดอลลาร์ ทุกครั้งที่สามารถแนะนำให้คนอื่นๆมาลงทะเบียนด้วย

ผลลัพธ์ที่ตามมา คือระหว่างตุลาคม 1999 จนถึงมกราคม 2000 หรือเพียงแค่ 3 เดือนหลังเปิดให้บริการ PayPal มีผู้ลงทะเบียนใช้งานมากถึง 12,000 คน

 

ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น ยังมีสตาร์ทอัพที่ให้บริการคล้ายๆกับ PayPal หลายราย

หนึ่งในนั้นก็คือ x.com ของ Elon Musk ซึ่งมีออฟฟิศตั้งอยู่ไม่ไกลกัน

การแข่งขันกันระหว่างสองบริษัทเต็มไปด้วยความเข้มข้น จนวิศวกรของสองฝ่ายต้องทำงานหนักไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละ 100 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ล้าหลังอีกฝ่าย

กระทั่งมีเรื่องเล่าว่า วิศวกรของฝ่าย PayPal ถึงกับลงมือออกแบบระเบิดที่จะใช้ทำลาย x.com เพื่อยุติการแข่งขันนี้เลยทีเดียว

 

แต่แล้วในเดือนมีนาคม 2000 การขับเคี่ยวก็ถึงคราวยุติ เมื่อ Thiel และ Musk ตกลงรวมทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน

จากนั้นไม่นาน ก็เกิดเหตุการณ์ฟองสบู่แตกขึ้น บริษัทน้อยใหญ่ในยุคดอทคอมต้องทยอยปิดตัว รวมถึงบรรดาคู่แข่งของ PayPal ด้วย

PayPal เองก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย แต่ด้วยศักยภาพของวิศวกรทั้งสองบริษัท ท้ายที่สุด PayPal ก็ผ่านช่วงวิกฤตมาได้สำเร็จ

 

การเอาตัวรอดจากวิกฤตฟองสบู่ดอทคอมได้ ถือเป็นการประกาศชัยชนะกลายๆของ PayPal ในฐานะผู้ให้บริการชำระเงินออนไลน์ตัวจริงที่หลงเหลือ

นั่นทำให้ยอดผู้ใช้งานของ Paypal ในเดือนสิงหาคม 2000 เพิ่มสูงขึ้นเป็น 2.7 ล้านคน ก่อนเติบโตแบบก้าวกระโดดเป็น 13 ล้านคนในปี 2001

จากนั้น ในเดือนกุมภาพันธ์ 2002 บริษัทก็ตอกย้ำความสำเร็จอีกครั้ง ด้วยการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์สำเร็จ

ส่งผลให้ eBay มาร์เก็ตเพลสออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในยุคนั้น ตัดสินใจยุบระบบชำระเงินของตนทิ้ง และเข้าซื้อกิจการของ PayPal ในราคา 1,500 ล้านดอลลาร์

 

การซื้อขายครั้งนั้น ยังเป็นการสิ้นสุด ‘ยุคแรก’ ของ PayPal โดยปริยาย

เมื่อบรรดาสมาชิกผู้ก่อตั้ง ทั้ง Levchin และ Thiel รวมถึงกลุ่มจาก x.com ต่างแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง พร้อมส่วนแบ่งที่ได้รับ

แต่การจากไปของคีย์แมนเหล่านี้ ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆต่อบริษัทที่ยึดหัวหาดในการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์แต่อย่างใด

ตรงกันข้าม PayPal กลับขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดผู้ลงทะเบียนครบ 100 ล้านคนในปี 2011

และยังเติบโตจนใหญ่กว่าที่ eBay จะควบคุมได้ สุดท้ายต้องแยกออกมาเป็นเอกเทศอีกครั้งในปี 2014

และเพิ่งฉลองยอดผู้ใช้งานครบ 200 ล้านคนไปเมื่อมีนาคมปีที่แล้ว

 

ขณะที่ PayPal ไปได้สวย สมาชิกยุคก่อตั้งที่แยกตัวออกมา ก็ล้วนแต่มีส่วนในองค์กรชั้นนำของ ซิลิคอน วัลลีย์ ในเวลาต่อมา จนมีการขนานนามคนกลุ่มนี้ว่าเป็น ‘PayPal Mafia’

อาทิ Thiel ซึ่งเป็น Angel Investor ให้กับ Facebook และยังเป็นหนึ่งในบอร์ดมาจนปัจจุบัน

Musk ก่อตั้ง SpaceX และเข้าไปมีส่วนร่วมกับ Tesla Motors รวมถึงอีกหลายโปรเจกต์

ส่วน Levchin ก็หันไปตั้งสตาร์ทอัพอื่นๆ อาทิ Slide (ขายให้ Google ไปในราคา 182 ล้านดอลลาร์) Yelp, HVF และ Affirm

รวมถึงเป็นผู้บริหารคนแรกจากซิลิคอน วัลลีย์ ที่ได้รับแต่งตั้งเข้าสู่บอร์ด U.S. Consumer Financial Protection Bureau หนึ่งในหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของสหรัฐ เมื่อปี 2015 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

 

เรียบเรียงจาก

The PayPal Mafia

How PayPal Became the Internet’s Payment System

 

ติดตาม #Breakfast4Brain ได้ทุกเช้าตรู่วันจันทร์ถึงศุกร์ที่เพจ AHEAD ASIA

หากถูกใจอย่าลืมกดแชร์ กดไลค์ คอมเมนท์ แนะนำติชม กดติดดาว หรืออะไรที่สบายใจเพื่อให้กำลังใจทีมงาน AHEAD.ASIA หาเรื่องราวดีๆมาให้คุณรู้ เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

Comments

comment

AHEAD.ASIA

AHEAD.ASIA

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวที่นำเสนอคอนเทนต์ด้านนวัตกรรมและธุรกิจ แบบเข้มข้น แต่ไม่ยากเกินเข้าใจ เพราะความตั้งใจของเรา คืออยากชวนคุณทุกคนก้าวไปพร้อมๆกัน ตามแบบฉบับ "นวัตกรรม ล้ำหน้า"
AHEAD.ASIA