Advertisement

บางครั้ง ไอเดียในการสร้างสรรค์ ก็มาจากสิ่งที่เราคาดไม่ถึง

เหมือนอย่าง “ปลาหมึก” กับ “รองเท้ากีฬา” ที่ไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกันได้

แต่สำหรับ Kihachiro Onitsuka แล้ว

เจ้าสัตว์ทะเลที่มาพร้อมกับหนวดยั้วเยี้ยตัวนี้ คือแรงบันดาลใจที่เป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์รองเท้ากีฬาที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่นในเวลาต่อมา

 

ย้อนไปในปี 1949 เขาก่อตั้งบริษัท Onitsuka Co. Ltd ขึ้น เพราะต้องการปลุกเร้าชาวญี่ปุ่น ที่อยู่ในสภาพบอบช้ำ ทั้งทางกายและจิตใจ จากความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2

ด้วยความเชื่อที่ว่าการเล่นกีฬาคือหนทางที่ดีที่สุด

 

และนวัตกรรมที่ทำให้รองเท้ากีฬาของ Onitsuka แตกต่างจากแบรนด์อื่นในยุคนั้น ไม่ได้มีที่มาจากแผนก R&D

แต่เกิดขึ้นระหว่างมื้อค่ำในคืนหนึ่ง เมื่อ Kihachiro พยายามคีบหนวดปลาหมึก และสังเกตว่ามันยึดติดกับก้นชามด้วยปุ่มดู

จนเกิดไอเดียขึ้นว่า หากพื้นรองเท้ากีฬามีปุ่มแบบนี้ น่าจะช่วยเรื่องการยึดเกาะพื้นผิวได้ดีกว่าเดิม

 

เทคโนโลยีดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้แบรนด์รองเท้า Onitsuka ประสบความสำเร็จในบ้านเกิด แต่กลับโด่งดังไปทั่วโลก

ด้วยอานิสงส์จากผลงานของ Shigeki Tanaka ที่คว้าแชมป์บอสตัน มาราธอน ปี 1951 ส่งผลให้นักกรีฑาชั้นนำมากมาย หันมาสวมรองเท้าของ Onitsuka บ้าง

ไม่ว่าจะเป็น Derek Clayton ผู้ทำลายสถิติโลกมาราธอนในปี 1967 หรือ Lasse Viren เจ้าของเหรียญทองในโอลิมปิกที่มิวนิค ปี 1972

 

จากนั้น Onitsuka ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จากผลงานในสนามของนักกีฬา ก็ทำการควบรวมบริษัทเข้ากับ GTO ผู้ผลิตเครื่องกีฬา และ Jelenk ผู้ผลิตเสื้อผ้า พร้อมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Asics Corporation ในปี 1977

แม้ชื่อจะเปลี่ยนไป แต่ยังคงแฝงความหมายดั้งเดิมของปณิธานที่ Onitsuka ตั้งไว้ตั้งแต่แรก

เพราะ Asics นั้นย่อมาจากวลีภาษาละตินที่ว่า “Anima Sana In Corpore Sano” หรือ “สุขภาพจิตที่ดีในร่างกายที่แข็งแรง”

 

คุณภาพรองเท้าของ Onitsuka ยังสร้างความประทับใจให้เด็กหนุ่มชาวอเมริกันรายหนึ่ง ที่ได้ลองสวมรองเท้าแบรนด์นี้ ระหว่างท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

ถึงขนาดที่ลงทุนขึ้นรถไฟไปถึงที่ทำการบริษัทในโกเบ เพื่อติดต่อขอเป็นดิสทริบิวเตอร์รองเท้าแบรนด์นี้ในสหรัฐ เมื่อปี 1963

เด็กหนุ่มคนดังกล่าว ก็คือ Phil Knight เจ้าของบริษัท Blue Ribbon Sports (BRS)

ที่เปลี่ยนชื่อเป็น Nike ในเวลาต่อมานั่นเอง…

 

ท่านใดที่ต้องการดูคลิป สามารถดูได้แล้วที่ “Onitsuka Tiger ไม่ได้เกิดจาก..เสือ”

 

เรียบเรียงจาก

The History Of Asics

 

ติดตาม #Breakfast4Brain ได้ทุกเช้าตรู่วันจันทร์ถึงศุกร์ ที่เพจ AHEAD ASIA

หากถูกใจอย่าลืมกดแชร์ กดไลค์ คอมเมนท์ แนะนำติชม กดติดดาว หรืออะไรที่สบายใจเพื่อให้กำลังใจทีมงาน AHEAD.ASIA หาเรื่องราวดีๆมาให้คุณรู้ เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

Facebook Comments