HR Tech

ยกระดับฝ่าย HR ให้ทันโลกดิจิทัลด้วย HR tech และ 10 สตาร์ทอัพหัวแถวในสายนี้

ในยุคที่ทุกอย่างกำลังถูกเปลี่ยนแปลงด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

ไม่ว่าจะสตาร์ทอัพ หรือองค์กรใหญ่ก็ล้วนแต่ต้องไล่ให้ทันความเป็นไปของโลก หรือแม้แต่สร้างนวัตกรรมของตัวเองขึ้นมา

แต่ โยนาส เคลเบิร์ก ผู้ร่วมก่อตั้ง Skype กล่าวว่า นวัตกรรมนั้นไม่ได้เกิดขึ้นแบบง่ายดายเหมือนพลิกฝ่ามือ หรือต้องรอให้หนุ่มไฟแรงสองสามคนไปขลุกกันในโรงรถจนตกผลึก ขณะที่คนอื่นๆในองค์กรนั่งทำงานกันชิลๆแบบเดิมๆ

เพราะนวัตกรรมในองค์กรจะเกิดขึ้นได้ ต่อเมื่อทุกคนในบริษัทมี DNA ที่ตรงกัน

แปลว่าไม่ใช่แค่ตัวงานหรือแรงงานที่ต้องปรับตัว

ฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือ HR ก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้เช่นกัน นั่นคือที่มาของการเปลี่ยนตัวเองสู่ HR tech หรือ Digital HR

ตามให้ทันก่อนตกเทรนด์

ทุกวันนี้ แผนก HR ในหลายๆองค์กร ก็เริ่มนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาปรับใช้กับการทำงานของตนบ้างแล้ว

เห็นได้จากตัวเลข 38% ของหลายองค์กรในสหรัฐ ที่เริ่มหันมาใช้ video-based virtual recruiting ในการคัดเลือกและรับสมัครพนักงานกันแล้ว

ขณะที่เทคโนโลยีมาแรงอย่างแชทบอทก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้น และจากแบบสอบถาม ก็พบว่ามีถึง 45% ที่กำลังเตรียมการนำมาใช้ในการตอบคำถามพื้นฐานต่างๆแก่พนักงาน

เช่นเดียวกับการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยแบ่งเบาภาระในเรื่องข้อมูล เพราะแม้ปัจจุบันจะมีเพียง 12% ที่เริ่มต้นใช้งานแล้ว แต่ในอนาคต ก็มีแนวโน้มที่ตัวเลขนี้จะพุ่งสูงขึ้นไปอีก

แต่ การซื้อเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้เพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่านั่นคือนวัตกรรม ถ้ามันไม่ได้ช่วยให้การทำงานของบริษัทดีขึ้นในทางใดทางหนึ่ง

ขณะเดียวกัน vendor ทั้งหลายก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยด้วย นอกจากการพัฒนาโซลูชั่นส์ต่างๆเพื่อนำมาเสนอหรือขายให้กับองค์กรแล้ว ยังต้องมีส่วนช่วยให้องค์กรที่ใช้บริการของตนพัฒนาไปพร้อมๆกันด้วย

 

5 เรื่องต้องรู้ในการเปลี่ยนผ่าน

เดวิด วิลสัน นักลงทุนและผู้ประกอบการที่คร่ำหวอดในวงการ ได้สรุปความจริง 5 ข้อ เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของฝ่าย HR ไว้ ดังนี้

  • ไม่ใช่แค่ลักษณะของงานและธุรกิจเท่านั้นที่เปลี่ยนไป แต่แรงงานก็ไม่เหมือนเดิมเช่นกัน นั่นคือเหตุผลว่าทำไม HR จึงต้องไล่ตามให้ทันเทรนด์นี้
  • แต่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของ HR ไม่ได้เป็นแค่การย้ายข้อมูลจากแฟ้มกระดาษ มาสู่ไฟล์ในคอมพิวเตอร์ หรือคลาวด์ แต่ HR มีอะไรที่ต้องปรับตัวมากกว่านั้น
  • นวัตกรรมจาก HR ยังต้องส่งผลโดยตรงต่อองค์กร เพื่อสนับสนุนให้ส่วนอื่นๆขององค์กรสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว
  • AI/Deep Learning จะมีบทบาทสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในแง่ของการค้นหา คัดกรองข้อมูล
  • ผู้ให้บริการ HR vendor ทั้งหลาย ยิ่งต้องนำเสนอทางเลือกใหม่ๆแค่ลูกค้า เพื่อให้พัฒนาและเติบโตไปด้วยกัน ไม่ใช่แค่พยายามขายซอฟต์แวร์ใหม่ๆเพียงอย่างเดียว

และเพื่อให้คุณรู้จักและคุ้นเคยกับ HR tech มากขึ้น เราจะไปดูกันว่าในช่วงที่ผ่านมา มีสตาร์ทอัพสายนี้ รายไหนบ้างที่ต้องจับตา

#1

BetterUp

 

แพลตฟอร์มออนไลน์ ในการเทรนพนักงาน ผ่านรูปแบบต่างๆ ทั้ง เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน วิดีโอ พอดแคสต์ หรือแม้แต่การอ่าน

นอกจากบทเรียนต่างๆแล้ว ยังมีบทวิเคราะห์ที่สามารถใช้ติดตามพัฒนาการของพนักงานที่เข้ารับการฝึกในเรื่องต่างๆ เช่น ประสิทธิภาพในการทำงาน หรือบุคลิกภาพความเป็นผู้นำด้วย

#2

Landit

 

เครื่องมือแบบออนไลน์ สำหรับการวางแผนเส้นทางในสายงานของคุณ โดยเน้นเจาะที่กลุ่มพนักงานสุภาพสตรีเป็นหลัก

ภายในระบบ ยังมีผู้ฝึกสอนที่จะช่วยขัดเกลากลยุทธ์ในการทำงานของคุณ แก้ไขลิสต์ในแผนที่วางไว้ให้เหมาะสม เพื่อให้ผู้ใช้งานมองเห็นเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพของตัวเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

#3

Pymetrics

 

Pymetrics คือรูปแบบใหม่ในการคัดสรรบุคลากรที่เหมาะสม โดยอาศัยพลังของ AI และ Big Data

ในการช่วยค้นหา และคัดกรอง พนักงานโพรไฟล์ดี ระดับ top performers เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรได้ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากบริษัทระดับโลก อย่าง Unilever, DBS หรือ Tesla มาแล้ว

#4

Restless Bandit

 

เมื่อเทรนด์ของปัญญาประดิษฐ์มาแรงในกลุ่ม HR tech

Restless Bandit เป็นแพลตฟอร์มสรรหาและคัดเลือกพนักงาน โดยใช้ศักยภาพของ AI ด้วยอัลกอริธึมที่สามารถแมทชิ่ง เรซูเม่ กับตำแหน่งงาน

เพื่อโพสต์ข้อความรับสมัครงาน ให้เฉพาะคนที่มีคุณสมบัติตรงกับที่องค์กรต้องการเท่านั้น และยังสามารถย้อนกลับไปติดต่อผู้สมัครที่เคยพลาดงานไป หากตำแหน่งงานนั้นกลับมาเปิดอีกครั้งด้วย

#5
Shiftgig

ขณะที่ Pymetrics และ Restless Bandit เน้นเจาะไปยังกลุ่มพนักงานองค์กร

Shiftgig เลือกเติมเต็มในส่วนที่ว่างอยู่ คือระบบที่สามารถเสาะหาฟรีแลนซ์ หรือพนักงานชั่วคราวจากข้อมูลที่ระบบรวบรวมไว้ได้

นอกจากนี้ ผู้จ้างยังสามารถตรวจสอบแบ็คกราวด์ของฟรีแลนซ์คนที่สนใจ พร้อมส่งคำถาม หรือตัวอย่างงานไปให้อีกฝ่ายพิจารณาได้เช่นกัน

#6
Simppler

 

ระบบ machine learning ของ Simppler ถูกเขียนขึ้น เพื่อใช้สำหรับหาข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มต่างๆในโซเชียล มีเดีย

ด้วยการคลิกเมาส์เพียงไม่กี่ครั้ง ระบบก็จะทำการค้นหาและคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งมีความเชื่อมโยงหรืออยู่ในเน็ตเวิร์คของผู้ว่าจ้างขึ้นมาทันที

#7
SyncHR

 

เป็นมากกว่าแค่ซอฟต์แวร์ HCM (Human Capital Management Solution) ทั่วไป

SyncHR ใช้เทคโนโลยีคลาวด์ เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในองค์กรง่ายและรวดเร็วขึ้น โดยยังสามารถคำนวณ และจัดการระบบเงินเดือนและค่าแรงต่างๆได้โดยอัตโนมัติ

ช่วยให้ผู้ว่าจ้าง สามารถโฟกัสกับตัวเนื้องาน และการกระจายงานได้ดียิ่งขึ้น

#8
TINYpulse

ซอฟต์แวร์ที่จะคอยทำหน้าที่รวบรวม และจัดเก็บฟีดแบ็กต่างๆเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่ใช้ รวมถึงวัฒนธรรมภายในองค์กร

โดยพนักงานสามารถตอบแบบสอบถามต่างๆได้ผ่านทางโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะถูกนำมารวบรวม และวิเคราะห์เป็นค่าต่างๆสำหรับผู้ว่าจ้างในการตรวจสอบได้

ในระบบ ยังเปิดให้ผู้ว่าจ้างสามารถส่งข้อความตรงถึงพนักงานได้ทันที หากต้องการรายละเอียดหรือข้อมูลเพิ่มเติม นอกจากแบบสอบถาม โดยไม่สามารถรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอคติขึ้น

#9
Zugata

ซอฟต์แวร์สำหรับเทรนทักษะด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ให้แก่พนักงานภายในองค์กร

นอกจากนี้ ยังสามารถปรับแต่งแก้ไขการฝึกฝนต่างๆได้ โดยจะมีฟีดแบ็ก คำแนะนำจากเมนทอร์ การเรียนผ่านวิดีโอ รวมถึงฟีเจอร์อื่นๆอยู่ด้วย

#10
WorkMarket

 

แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสบนคลาวด์ ที่ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถค้นหา และรวบรวมฟรีแลนซ์ ผ่านการคัดกรองด้วยเงื่อนไขต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทักษะ, ที่พัก, ประเภทงาน, ใบรับรองหรือใบอนุญาต ฯลฯ

นอกจากการคัดกรองแล้ว ยังสามารถส่งงานรวมถึงจัดการเรื่องการเงินได้เสร็จสรรพในที่เดียวอีกด้วย

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Total
103
Shares
Previous Article

Nvidia ส่อโดนสอบเข้าข่ายผูกขาดธุรกิจ

Next Article

Facebook แจง Amazon, Google, Twitter ก็เก็บข้อมูลผู้ใช้งาน

Related Posts