ในกลุ่มคนที่ทำงานสายแบรนดิ้งและมาร์เก็ตติ้ง คงไม่มีใครไม่รู้จัก เซธ โกดิน

เพราะนี่คือ ผู้ประกอบการ นักพูด และนักเขียน เจ้าของหนังสือด้านการตลาดในธุรกิจออนไลน์ ระดับเบสต์เซลเลอร์ อย่าง Linchpin, Tribes, Purple Cow หรือ All Marketers Are Liars

และในฐานะนักเขียน ไม่มีทางที่ โกดิน จะผลิตงานชั้นเยี่ยมออกมาได้โดยปราศจากวัตถุดิบ

ซึ่งวัตถุดิบเหล่านั้น ก็เกิดจากการสะสมคลังความรู้ผ่านการเรียนรู้ สังเกต ฟัง และอ่านนั่นเอง

เราจะไปดูกันว่านอกจากหนังสือของเจ้าตัวเองแล้ว

มีหนังสือด้านการตลาดเล่มไหนอีกบ้าง ที่ โกดิน อยากแนะนำให้คุณได้อ่าน

 

The Pumpkin Plan: A Simple Strategy to Grow a Remarkable Business in Any Field

โดย ไมค์ มิคาโลวิซ

 

 

“คำแนะนำแบบตรงเป้าถึงผู้ประกอบการ ซึ่งยังยึดติดกับความธรรมดาแบบล่องลอย แทนที่จะเน้นหนักอย่างมีความหมาย เต็มไปด้วยข้อคิดดีๆที่นำไปต่อยอดได้”

คือคำนิยมที่ โกดิน มีให้กับหนังสือเล่มนี้ของ ไมค์ มิคาโลวิซ ที่เลือกมองธุรกิจผ่านมุมของคนปลูกฟักทอง ซึ่งเป็นตัวอย่างให้ผู้ประกอบการโฟกัสกับสิ่งที่กำลังทำ หรือกำลังจะทำ แทนที่จะเสียเวลาไปมากมายกับเรื่องที่ไม่ใช่ และดึงจุดแข็งของธุรกิจตัวเองออกมา

 

A Whole New Mind: Why Right-Brainers Will Rule the Future

โดย แดเนียล เอช. พิงค์

 

 

พิงค์ เคยเป็นคนร่างปาฐกถาให้กับอดีตรองประธานาธิบดี อัล กอร์ ก่อนผันตัวมาเป็นนักเขียนอย่างเต็มตัวในเวลาต่อมา

และเคยได้รับรางวัล Best Book of the Year จาก Amazon จากผลงาน ‘To Sell is Human’ ด้วย

ขณะที่หนังสือเล่มนี้เล่าถึงพลังของการใช้สมองซีกขวา ตั้งแต่เริ่มอธิบายหลักการทำงานของสมองในช่วงบทแรกๆ

ไปจนถึงความมหัศจรรย์ของมัน ที่ทำให้คนซึ่งรู้จักใช้ประโยชน์จากสมองซีกขวา รู้ดีว่าเขาสามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ด้วยตัวเอง

“นี่คือหนังสือไม่กี่เล่มที่จะเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตคุณจริงๆ”

เล่มนี้เคยมีฉบับแปลไทยของสำนักพิมพ์ไร้ท์นาว เมื่อปี 2549 โดย สุกัญญา สุดบรรทัด และ ทิพนันทา ตีระวนิช ในชื่อ พลิกสมอง เปลี่ยนโลก

 

Your Marketing Sucks

โดย มาร์ค สตีเวนส์

 

 

นี่คือหนึ่งในสามหนังสือที่เปรียบเสมือนตำราด้านมาร์เก็ตติ้งรุ่นใหม่ เทียบเท่ากับ Blink ของ มัลคอล์ม แกลดเวลล์ และ All Marketers are Liars ของ โกดิน

มาร์ค สตีเวนส์ เขียนหนังสือเล่มนี้โดยอาศัยประสบการณ์ตรง ในการทำงานกับเอเจนซี่ชั้นนำ โดยเน้นหนักถึงความล้มเหลว ซึ่งมีต้นตอจากวิธีคิดผิดๆที่ทำกันเป็นประจำ

“ทุกๆหน้าของหนังสือเล่มนี้มีเรื่องราวในตัวมันเอง อาจเป็นตัวอย่าง เป็นแนวคิดที่คุณจะเอากลับไปถกกับเพื่อนร่วมงานเรื่อยๆ แต่ไม่เหมาะกับพวกมือสมัครเล่น หรือใครที่ขี้เกียจเกินกว่าจะลงมือทำ”

ฉบับแปลไทยของเล่มนี้ ใช้ชื่อว่า “การตลาดสุดขีด” แปลโดย กมลภัทธ บุญค้ำ สำนักพิมพ์ เอ.อาร์.อินฟอร์เมชั่น แอนด์ พับลิเคชัน จำกัด เมื่อปี 2550

Zag: The Number One Strategy of High-Performance Brands

โดย มาร์ตี นิวไมเออร์

 

 

“บอกเลยว่านี่คือชื่อหนังสือมาร์เก็ตติ้งที่เยี่ยมสุดของยุคแล้ว แต่สิ่งที่คุณยังไม่รู้คือ ‘เกลียวมรณะ’ หน้าตาเป็นอย่างไร และมีวิธีรับมืออย่างไร และหนังสือเล่มเล็กๆเล่มนี้ช่วยคุณได้”

ถ้าคำนิยมจาก Godin ยังไม่เร้าใจคุณพอ นี่คือหนังสือที่ได้รับการจัดให้อยู่ในลิสต์ “100 หนังสือธุรกิจยอดเยี่ยมตลอดกาล” โดย แจ็ค คัฟเวิร์ท และ ทอดด์ แซทเทอร์สัน ด้วย

หนังสือเล่มนี่เป็นบันทึกประสบการณ์โชกโชนของ นอยไมเออร์ ที่ผ่านทั้งงานออกแบบและมาร์เก็ตติ้งมามากมาย โดยเฉพาะกรณีศึกษาต่างๆ ที่อธิบายได้ผ่านทฤษฎีที่ผ่านการกรองมาแล้ว เพื่อให้คุณเข้าใจมันได้ง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ฉบับแปลไทย ของสำนักพิมพ์ Damrong Pinkoon ใช้ชื่อว่า “แบรนด์ + แข็ง + ปัง” ปี 2559  โดย วิชิตา สุนทรพิพิธ

 

The Pursuit of Wow! Every Person’s Guide to Topsy-Turvy Times

โดย ทอม ปีเตอร์ส

 

 

คอลัมนิสต์ใน Wall Street Journal เคยยกให้หนังสือเล่มนี้ติดลำดับต้นๆของตำราการสร้างเทรนด์ทางธุรกิจเลยทีเดียว

ปีเตอร์ส ดึงแนวคิดหลายๆอย่างที่ถูกมองข้ามไปมาปัดฝุ่นใช้ใหม่อย่างได้ผล ตั้งแต่เรื่องง่ายๆอย่างการเขียนโน้ตขอบคุณ ไปจนถึงการให้สำคัญกับพนักงานมากกว่าลูกค้า และความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงจากสิ่งเดิมๆที่เคยได้ผล

“ไม่มีทางที่คุณจะง่วงเหงาหาวนอนตอนอ่านหนังสือเล่มนี้ มันจะสอนคุณว่าทำยังไงถึงจะเพิ่มยอดขายได้ ไม่ใช่แค่ในแง่ของรายรับ แต่ในแง่ของการวางรากฐานเลยทีเดียว”

ฉบับแปลไทย ใช้ชื่อว่า “เกร็ดธุรกิจฟ้าเหนือฟ้า” โดย ศรัณย์สันต์ อินทรพิทักษ์ สำนักพิมพ์คู่แข่ง ปี 2539

 

Too Big to Know

โดย เดวิด ไวน์แบร์เกอร์

 

 

หนังสือเล่มนี้อธิบายถึงเส้นทางเชื่อมต่อ และเส้นทางคดเคี้ยวในการรับส่งข้อมูลระหว่างมนุษย์ด้วยกัน

แต่ ไวน์แบร์เกอร์ นำเสนอแนวคิดที่ต่างออกไป ด้วยการแย้งว่า โลกของข้อมูลไม่ใช่โลกาภิวัฒน์ขนาดใหญ่ที่ข้อเท็จจริงถูกสร้างขึ้น แต่ข้อเท็จจริงต่างหากถูกชักจูงไปตามเส้นทางของเครือข่ายที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อพาไปให้ถึงจุดหมายที่ตั้งไว้

เพราะ ไวน์แบร์เกอร์ นั้นเชื่อว่าโลกที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน จะช่วยให้องค์กรรวบรวมข้อมูลความรู้ต่างๆได้ดีขึ้น

 

The $100 Startup: Reinvent the Way You Make a Living, Do What You Love, and Create a New Future

โดย คริส ฌิลเลอโบ

 

 

ไลฟ์สไตล์ของผู้เขียนอาจเป็นเรื่องยากที่คนอื่นจะเลียนแบบ แต่เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ก็ยังเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ ในการเปลี่ยนความคิดให้เป็นรายได้ในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากเดิม

แต่ใช่ว่ากรณีศึกษาที่ถูกยกมาใช้ จะมีแต่เรื่องราวความสำเร็จ เพื่อกระตุ้นความอยากของคุณอย่างเดียว เพราะยังมีปัญหาและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างทาง เพื่อให้คุณได้เรียนรู้ไปพร้อมกันด้วย

“เงินที่คุณมีอยู่ตอนนี้พอแล้วสำหรับเริ่มธุรกิจ หนังสือเล่มนี้บอกไว้ชัดเจนแล้ว ไม่มีข้ออ้างอะไรอีก ถ้าคุณคิดอะไรไว้ เริ่มได้เลยตั้งแต่ตอนนี้”

ฉบับแปลไทย ใช้ชื่อว่า “ใช้เงินน้อยกว่าแต่รวยก่อน” โดย รเลิศ อิฐฐ์ และ มินตา ภณปฤณ สำนักพิมพ์วีเลิร์น 

 

Crossing the Chasm: Marketing and Selling Disruptive Products to Mainstream Customers

โดย เจฟฟรีย์ มอร์

 

 

“นี่คือหนังสือที่ทรงคุณค่าสำหรับผู้ประกอบการทุกคน” คือการสรุปสั้นๆถึงความยอดเยี่ยมของหนังสือเล่มนี้จาก โกดิน

ไม่ว่ายุคใดสมัยใด แนวคิดในการสร้างฐานลูกค้าจากกลุ่มเล็กๆที่เป็นเป้าหมายหลัก ก่อนจะขยายออกไปสู่กลุ่มอื่นๆที่แมสกว่า ยังใช้ได้เสมอ

แม้ว่าตัวอย่างบางเรื่องในหนังสือเล่มนี้อาจจะตกยุคไปบ้าง แต่ข้อดีของแนวคิดดังกล่าวนั้นไม่มีวันหมดอายุ

 

The Corporate Blogging Book: Absolutely Everything You Need to Know to Get It Right

โดย เดบบี เวล

 

 

นี่คือตำราเบื้องต้นสำหรับทุกคนที่อยากมีบล็อกเป็นของตัวเอง

พร้อมนำเสนอจุดเด่นของมันในแง่ของการสื่อสารและทำไวรัล กับผู้บริโภค พนักงาน สื่อ หรือแม้แต่คนทั่วไป และยังประหยัดทั้งเงินและเวลาอีกด้วย

“โลกนี้ไม่มีที่เหลือพอสำหรับบล็อกที่น่าเบื่อจากองค์กรแล้ว แต่คุณสามารถสร้างสรรค์งานเขียนดีๆขึ้นมาได้ ลองพลิกหน้าใดหน้าหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ดู แล้วคุณจะได้ไอเดียใหม่ๆที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้ ลองดูตอนนี้เลย”

 

เรียบเรียงจาก

Best marketing books according to Seth Godin

อ่านเพิ่มเติม
https://ahead.asia/2018/09/18/5-methods-to-work/

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า