Advertisement

ปัจจุบัน Android คือระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนที่มีครองส่วนแบ่งในตลาดสูงสุด ราวๆ 72%

มากในระดับที่เกือบจะเป็นการผูกขาด หากไม่มี iOS คานอำนาจไว้

ทั้งที่หากย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้น Andy Rubin ผู้วางรากฐานให้กับระบบนี้ เคยย่ำแย่หนักถึงขั้นต้องยืมเงินจากคนรู้จักมาจ่ายค่าเช่าออฟฟิศด้วยซ้ำ

แต่ท้ายที่สุด ระบบปฏิบัติการที่เป็น open source ตัวนี้กลับพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ

จนแซงหน้ายักษ์ใหญ่ อย่าง Apple และ Microsoft ที่เคยหมายตาตลาดนี้เอาไว้ได้

 

จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ต้องถอยกลับไปในปี 1989 เมื่อ Rubin มีโอกาสได้รู้จักกับ Bill Caswell วิศวกรรายหนึ่งของ Apple ระหว่างเดินทางไปพักผ่อนที่หมู่เกาะเคย์แมน ในแถบแคริบเบียน

ก่อนที่ Caswell จะชักชวนให้ Rubin มาร่วมงานกัน และได้มีส่วนร่วมพัฒนา Macintosh ระหว่างปี 1989-1992

ทั้งคู่ยังมีโอกาสร่วมงานกันอีกครั้งที่ General Magic บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่เปรียบเสมือนบรรพบุรุษของสมาร์ทโฟนด้วย

กระทั่งในปี 1997 Rubin ก็ลาออกไปทำงานให้ WebTV ของ Microsoft

และลงท้ายด้วยการลาออกมาตั้งสตาร์ทอัพของตัวเองโดยใช้ชื่อ Danger เพื่อเริ่มพัฒนาสมาร์ทโฟน Danger Hiptop

 

ปัญหาหลักของ Danger คือในช่วงต้นยุค 2000 ผู้ให้บริการเครือข่ายแทบจะถือสิทธิ์ขาดทุกอย่างในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ

และไม่ว่ารายใดก็ไม่ต้องการแบ่งเค้กนี้ให้กับธุรกิจใดๆที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงจรนี้

ต่อให้ Danger Hiptop ได้เปิดตัวสู่ท้องตลาด แต่ก็ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น T-Mobile Sidekick

ทำให้ไม่มีใครรู้จักบริษัทผู้ผลิตของ Rubin อยู่ดี

แต่ Rubin ยังไม่ถอดใจ เขาตัดสินใจสร้างระบบปฏิบัติการสำหรับโทรศัพท์ที่เป็น open source เพื่อให้คนจะนำไปพัฒนาและสร้างแอพต่อได้

และดูเหมือนโชคจะยังเข้าข้างเขาอยู่บ้าง

เมื่อ Larry Page แห่ง Google ประทับใจใน Sidekick จนตัดสินใจดึง Rubin และ Android เป็นส่วนหนึ่งของ Google ในราคา 50 ล้านดอลลาร์ ในปีถัดมา

 

แต่ Android ในยุคตั้งไข่นั้น มีหน้าตาแตกต่างจากวันนี้มาก

จนเมื่อ Apple เปิดตัว iPhone ในปี 2007 นี่เอง ที่ Rubin ค้นพบว่าเทรนด์ของสมาร์ทโฟน จะเดินไปไหนรูปไหน

Rubin และทีมต้องหวนกลับมารีดีไซน์ Android ใหม่โดยเน้นไปทีการใช้งานบนจอสัมผัสเป็นหลัก

การที่ iPhone เซ็นสัญญาเอ็กซ์คลูซีฟกับ AT&T เจ้าเดียวในเวลานั้น กลายเป็นผลดีสำหรับ Rubin และ Android

เพราะเมื่อผู้ให้บริการเครือข่ายเจ้าอื่นๆ ต้องการสมาร์ทโฟนบ้าง Android จึงสามารถตอบโจทย์นั้นได้

และเป็น T-Mobile ที่ได้สิทธิ์ขาย HTC Dream ที่ใช้แอนดรอยด์ OS ในปี 2008

 

จากจุดเริ่มเล็กๆ ที่ถือส่วนแบ่งเพียง 7% .ในปี 2009 เทียบกับ iOS ครองมาร์เก็ตแชร์สมาร์ทโฟนมากถึง 40%

Android ค่อยๆเติบโตด้วยเหตุผลด้านราคาและความหลากหลาย แต่มีประสิทธิภาพไม่ด้อยไปกว่า iOS ที่ราคาสูงและเป็นเอกซ์คลูซีฟ

จนสามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดมาครองได้ และยังรักษาสถานะนี้มาได้จนปัจจุบัน

 

เรียบเรียงจาก

THE RISE OF ANDROID: How a flailing startup became the world’s biggest computing platform

Android: How Google Conquered the Smartphone Industry

 

ติดตาม #Breakfast4Brain ได้ทุกเช้าตรู่วันจันทร์ถึงศุกร์ที่เพจ AHEAD ASIA

หากถูกใจอย่าลืมกดแชร์ กดไลค์ คอมเมนท์ แนะนำติชม กดติดดาว หรืออะไรที่สบายใจเพื่อให้กำลังใจทีมงาน AHEAD.ASIA หาเรื่องราวดีๆมาให้คุณรู้ เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

Facebook Comments