Mark Zuckerberg ส่อแววมองข้ามการปรับใช้กฎปกป้องข้อมูลทั่วไปของสหภาพยุโรป หรือ European Union’s General Data Protection Regulation (GDPR) กับผู้ใช้ Facebook ในส่วนอื่นๆโลก กว่า 1,500 ล้านคน แม้จะเคยพูดว่าอาจพิจารณานำมาบังคับใช้ทั่วโลกก็ตาม

GDPR ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในกลุ่มประเทศ EU เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. เป็นต้นไป เป็นกฎที่บังคับให้บริษัทต่างๆ  ต้องขอความยินยอมจากผู้ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนตัว และใช้เพื่อการโฆษณาและอื่นๆทางออนไลน์ โดยมีโทษปรับสถานหนักหากล่วงละเมิด (คิดเป็น 4 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ต่อปี หรือแตะหลักพันล้านดอลลาร์ ในกรณีของ Facebook) นั

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Reuters ระบุว่า Zuckerberg ซึ่งเปรยว่ามีแผน ใช้มาตรฐานของกฎนี้ไปกับผู้ใช้บริการทั่วโลก ที่มีอยู่กว่า 2 พันล้านราย เพื่อเพิ่มระดับของการรักษาความปลอดภัยในข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ ระหว่างขึ้นให้การกับสภาคองเกรสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาจไม่ปฏิบัติตามที่พูด

โดยเตรียมใช้มาตรฐานของ GDPR เฉพาะในกลุ่มประเทศ EU จำนวน 28 ชาติ หรือคิดเป็นผู้ใช้ 500 ล้านคนเท่านั้น แต่ไม่ครอบคลุมถึงผู้ใช้อีก 1,500 ล้านคนในทวีปอื่นๆ เช่น เอเชีย, แอฟริกา, ออสเตรเลีย และอเมริกา

คาดว่าการตัดสินใจนี้ จะเป็นไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 1,500 ล้านคน สามารถดำเนินการฟ้องร้องบริษัทด้วยบรรทัดฐานเดียวกันกับชาวยุโรป ได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม Facebook ได้เริ่มปรับเปลี่ยนมาตรการความปลอดภัยบางจุดแล้ว โดยเริ่มต้นเสนอให้ผู้ใช้ในยุโรปทำการตรวจสอบ Privacy Settings ของตัวเองเพิ่มเติม และจะขยายการใช้งานคำสั่งนี้ไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลกต่อไป

 

AHEAD TAKEAWAY

ปัจจุบัน ผู้ใช้ Facebook ที่อยู่นอกแถบอเมริกาเหนือ (สหรัฐอเมริกาและแคนาดา) อยู่ภายใต้ข้อกำหนดการให้บริการที่บริษัททำขึ้นกับสำนักงานใหญ่ในไอร์แลนด์

นั่นหมายถึงผู้ใช้ทั่วโลกสามารถยื่นเรื่องฟ้องโซเชียลมีเดียเจ้านี้ต่อศาลไอร์แลนด์ได้

การที่ไอร์แลนด์เป็นชาติสมาชิกของสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งจะอยู่ภายใต้กฎ GDPR เช่นกัน ก็จะยิ่งทำให้บทลงโทษที่ Facebook ต้องเจอในกรณีทำผิด มีอัตราความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ประเมินกันว่าโทษปรับเงินราว 4 เปอร์เซ็นต์ของรายได้บริษัทใน 1 ปี ทำให้ Facebook จะโดนฟันยับประมาณ 1,600 ล้านดอลลาร์ทีเดียว หากทำผิดกฎใดๆขึ้นมา

นี่คือเหตุผลว่าทำไม Facebook ถึงไม่ต้องการใช้มาตรฐานของ GDPR กับประเทศในทวีปอื่นๆ นอกเหนือจากกลุ่มประเทศ EU

Michael Veale นักวิจัยด้านนโยบายเทคโนโลยีแห่ง University College London ระบุว่าในทางปฏิบัติ ถ้ามีความผิดเกิดขึ้นกับ Facebook ภายหลังมีการใช้ GDPR ‘เฉพาะใน EU’ แล้ว ผู้ใช้ทั่วโลกจำนวน 1,500 ล้านคนก็จะ ‘ไม่สามารถ’ ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการคุ้มครองข้อมูลของไอร์แลนด์ หรือศาลไอร์แลนด์ได้ แต่จะได้รับการควบคุมโดยกฎหมายของสหรัฐฯ ที่มีอยู่เดิม แทน

TNW (thenextweb.com) ยังวิเคราะห์เสริมว่า นี่คือการยืนยันทางอ้อมของ Facebook ว่าจะยังคงสร้างรายได้ผ่านทางการส่งข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ให้กับบริษัทโฆษณา อยู่ต่อไป แม้ว่าอาจมีวิธีทำเงินที่ดีกว่านี้ แต่ยังไม่ใช่วิธีที่ Mark Zuckerberg เลือกเช่นเดิม

 

เรียบเรียงจาก
Exclusive: Facebook to put 1.5 billion users out of reach of new EU privacy law
Facebook will exclude 1.5 billion users from Europe’s data privacy standards

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน